|
คุนหมิง-เจี้ยนสุ่ย-หยวนหยาง-ซิงอี้ สัมผัสทุ่งดอกมัสตาร์ด นาขั้นบันไดหยวนหยาง หมู่บ้านโบราณ ฯลฯ 8 วัน 7 คืน เดินทางได้ทุกเดือน
เดินทาง 2 ท่าน ขึ้นไป ท่านละ 30,900 บาท
เดินทาง 4 ท่าน ขึ้นไป ท่านละ 29,900 บาท
เดินทาง 8 ท่าน ขึ้นไป ท่านละ 28,900 บาท
เดินทาง 15 ท่าน ขึ้นไป ท่านละ 27,900 บาท
รายละเอียดการเดินทาง
วันแรก กรุงเทพฯ-สุวรรณภูมิ-คุนหมิง
17.30 พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ มีเจ้าหน้าที่จากทางบริษัทฯ ชูป้ายรับ " ทราเวิลโปร" มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกและจัดเอกสารเ ดินทางให้แก่ท่าน
19.30 ออกเดินทางโดยสายการบินไชน่าอีสเทิร์น เที่ยวบินที่ MU 742
22.30 ถึงสนามบินคุนหมิง หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และรับสัมภาระเรียบร้อย นำท่าน เดินทางเข้าพักผ่อนที่โรงแรม พักที่.......ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า
วันที่สอง คุนหมิง-เจี้ยนสุ่ย-บ้านตระกูลจู-หมู่บ้านเก่าตระกูลจาง-โชว์พื้นเมือง
เช้า รับประทานอาหารเช้า ที่ภัตตาคาร จากนั้นออกเดินทางสู่เมืองโบราณเจี้ยนสุ่ย . ชื่นชมทิวทัศน์ตลอดทาง รถวิ่ง 3 ชั่วโมง รับประกันความสะดวกสบายในการเดินทางโดยรถวิ่งขึ้นทางด่วน
เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง ที่ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านชมเมืองโบราณเจี้ยนสุ่ย เมืองเก่าเจี้ยนสุ่ยตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเมืองคุนหมิง 220 กิโลเมตร . เดิมเรียกว่าปู้โถว , ปาเตี้ยนก็เรียก . เป็นเขตอธิปไตยของหนานจ้าวในสมัยถังหยวนเหอ ( ก่อนหลัง 810 ปี ) ได้สร้างเมืองฮุ่ยลี่ , ขึ้นกับผู้บัญชาการทหารทงไห่ . ฮุ่ยลี่เป็นภาษาอี๋โบราณ , แล้วก็หมายถึงทะเลใหญ่ . ภาษาฮั่นแปลเป็นเจี้ยนสุ่ย . สมัยหยวนก่อตั้งเป็นรัฐสุ่ย , ขึ้นกับเขตหลินอาน ( เขตในปกครองทงไห่ ) , พร้องทั้งประกาศจัดตั้งหลินอาน ,กว่างซี, หยวนเจียงเป็นต้น ที่เจี้ยนสุ่ย , ขึ้นตรงกับ หลินอาน , กว่างซี( ปัจจุบันคืออำเภอหลู๋ซี ) , เขตหยวนเจียงเป็นต้น . สมัยหมิงยังเรียกรัฐเจี้ยนสุ่ย , เปลี่ยนจากเขตเป็นจังหวัด ,จังหวัดหลินอานย้ายไปเจี้ยนสุ่ย , สมัยชิงเฉียนหลงเปลี่ยนจากรัฐเจี้ยนสุ่ยเป็นอำเภอเจี้ยนสุ่ย . เดือนแรกของสมัยหมิ๋นกว๋อเปลี่ยนจากอำเภอเจี้ยนสุ่ยเป็นอำเภอหลินอาน , ปีต่อ ๆ มาจึงกลับมาเรียกอำเภอเจี้ยนสุ่ย เมือง เจี้ยนสุ่ยเมื่อก่อนเป็นเมืองที่สร้างด้วยดินในสมัยหนานจ้าว , ปีที่ 20 สมัยหมิงหงอู่ ( ปี 1387 ) สร้างขยายเป็นเมืองที่สร้างด้วยอิฐ . เมื่อหลี่ติ้งกว๋อเข้ายึดครองเมืองหลินอาน , เมืองทางด้านใต้-เหนือ-ตะวันตก 3 เมืองก็ตกอยู่ในไฟสงคราม , ปีที่ 4 ในสมัยคังซีจึงกลับมาบูรณะซ้ำ , ภายหลังก็กลับมาเสื่อมโทรมอีก . เหลือเพียงหอเฉาหยางด้านประตูตะวันออก , แม้ว่าจะผ่านสงครามและแผ่นดินไหวมาแล้วหลายครั้ง , จนถึงปัจจุบันเกือบหกร้อยปี , แต่ก็ยังดูสง่างาม . อำเภอเจี้ยนสุ่ยในสมัยหยวนก็เริ่มเปิดการเรียนในวัด . ในสมัยหมิงหงก็เริ่มเปิดการเรียนในจังหวัด , ระหว่างสมัยว่านลี่จึงเริ่มเปิดการเรียนบัณฑิตในรัฐเจี้ยนสุ่ย . ก่อนและหลังสมัยราชวงศ์ชิงมีการสร้างหอสมุด 4 หอได้แก่ฉงเจิ้ง , ฮ่วนเหวิน , ฉงเหวินและฉวี่เจียง . ในสมัยนั้น , มีการเรียกว่า “หลินป้านปั่ง”, เป็นที่แสดงผลการสอบของบัณฑิตจอหงวนในมณฑลหยุนหนาน , บัณฑิตจากจังหวัดหลินอานสอบได้ประมาณครึ่งหนึ่ง , พอที่จะเรียกได้ว่าผู้ชนะแห่งหยุน
นนาน , ซึ่งพบได้ไม่มากทั่วประเทศ . ในปี 1994เจี้ยนสุ่ยได้รับรับการอนุมัติจากสภาการบริหารประเทศให้เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงทางด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเป็นลำดับที่ 3 แห่งประเทศจีน ชมสวนดอกไม้บ้านตระกูลจูซึ่งเป็นบ้านพื้นเมืองที่โดดเด่นของเขตเตียนหนาน , มีขนาดยิ่งใหญ่ซึ่งบิดาของจูกว่างฝู , จูเฉิงจางซึ่งเป็นคนเจี้ยนสุ่ยในสมัยชิงเป็นผู้สร้างก่อนและหลังปี ค.ศ.1905 , จนถึงปี ค.ศ.1911 จึงเสร็จสิ้น . เป็นบ้านแบบสวนดอกไม้ที่มีศาลบรรพบุรุษ , ที่อยู่อาศัยและสวนส่วนตัวซึ่งอยู่ในที่เดียวกัน . การก่อสร้าง ประณีตสวยงามลวดลายประตูหน้าต่าง สง่างามทั้งนอกและใน เป็นท่วงทำนองที่ดูเคร่งขรึมได้ถูกยกย่องเป็น “ สวนใหญ่ที่ดารดาษลานตาแห่งเตียนหนาน “. สิ่งก่อสร้างทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ 2 หมื่นกว่าตารางเมตร , พื้นที่สิ่งก่อสร้าง ราว 5000 กว่าตารางเมตร
และนำท่านชมหมู่บ้านเก่าตระกูลจาง จนถึงเวลา นำท่านไปรับประทานอาหารเย็น
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่เมืองโบราณเจี้ยนสุ่ย , หลังจากนั้นรับชมการแสดงระบำพื้นเมือง <ทำนองเจี้นสุ่ยเล็ก >.นำท่านเข้าพักผ่อนที่โรงแรมเมืองเจี้ยนส่วย
วันที่สาม เจี้ยนส่วย-หยวนหยาง-พระอาทิตย์ตก
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม จากนั้นออกเดินทางสู่หยวนหยาง นาขั้นบันไดหยวนหยางแห่งหงเหอมีขนาดยิ่งใหญ่ , มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล , ทอดยาวตลอดแนวชายฝั่งด้านทิศใต้ของแม่น้ำหงเหอ ,อำเภอหยวนหยาง , ลวี่ชุนและจินผิง . ในเขตอำเภอหยวนหยางมีพื้นที่นาขั้นบันได 170,000 ไร่ ,
เป็นเขตศูนย์กลางของนาขั้นบันไดหยวนหยางแห่งหงเหอ . ในเขตอำเภอหยวนหยางทั้งหมดเป็นภูเขาสูงชัน , นาขั้นบันไดทั้งหมดถูกสร้างขึ้นมาบนเนินเขา . ความชันของนาขั้นบันไดอยู่ระหว่าง 15-75 องศา . เมื่อกล่าวถึงเนินเขาแล้ว , นาขั้นบันไดที่สูงที่สุดมีกว่า 3000 ขั้น , นี่เป็นสิ่งที่พบได้น้อยทั้งในจีนและต่างประเทศ . นาขั้นบันไดหยวนหยางมีเขตทัศนียภาพ 3 เขตใหญ่ : เขตป้าต๋าครอบคลุมถึงชิ่งโข่ว , หมู่บ้านฉวนฝู , เขตหมาลี่ไจ้ , จู่หลู่เป็นต้นรวมแล้วมีมากกว่า 14000 ไร่ , เขตทัศนียภาพปากเสือโคร่งครอบคลุมถึงเหมิ่งผิ่น , ถงผู่ , อาเหมิ่งค่ง , เขตเป่าซานไจ้เป็นต้นมีกว่า 6000 ไร่, เขตทัศนียภาพตัวอีซู่ครอบคลุมถึงตัวอีซู่ , ไอ้ชุน , ต้าหว่าเจอเป็นต้นมีกว่าหมื่นไร่ . นาขั้นบันไดที่มากมายเช่นนี้ , อยู่ท่ามกลางแมกไม้เขียวชอุ่ม , อยู่ใต้ทะเลเมฆที่ปกคลุม , ประกอบขึ้นเป็นทัศนียภาพที่มหัศจรรย์ เขตทัศนียภาพเหล่านี้ก็คือเขตอนุรักษ์ที่ในปัจจุบันกำลังเตรียมยื่นจดทะเบียนเป็นมรดกโลก นับจากศตวรรษที่ 20 ช่วง 80 ปีนี้ , นาขั้นบันไดหยวนหยางของชาวฮาหนีนับวันยิ่งเป็นที่รู้จัก , จากที่อยู่ท่ามกลางขุนเขาที่ซ่อนเร้นไปสู่ทั่วประเทศ , ทั่วโลก . ผู้เชี่ยวชาญจากในและต่างประเทศรวมถึงนักท่องเที่ยวต่างมุ่งหน้ามา . ในระหว่างงานสัมมนาทางด้านวัฒนธรรมของชนเผ่าฮาหนีระหว่างประเทศครั้งที่ 1 ในปี 1993 , มีผู้แทนมากกว่า 100 คนจากกว่า10ประเทศ เช่น จีน , ฮอลแลนด์ , ญี่ปุ่น , สหรัฐอเมริกา , อังกฤษ , ไทย เป็นต้นเข้ามาเที่ยวชมนาขั้นบันไดฮาหนีตำบลเซิ่งชุนมู่บ้านฉวนฝู , ได้มีความชื่นชมในทัศนียภาพที่สง่างามและความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง .ในปี 1995 , นักมานุษยวิทยาชาวฝรั่งเศส ศ.โอเยียน่าก็ได้มาเยี่ยมชมนาขั้นบันไดปากเสือโคร่ง , หันหน้าสู่นาขั้นบันไดกว่าหมื่นไร่ที่อยู่ใต้เท้า , ศ.โอเยียน่ามีความรู้สึกตื่นเต้นเป็นที่สุด , ไม่ยอมจากไปเป็นเวลานาน , เขาชื่นชมว่า : นาขั้นบันไดแห่งชาวฮาหนีนับเป็นศิลปะบนพื้นโลกโดยแท้จริง , เป็นประติมากรรมบนพื้นโลกโดยแท้จริง , และชนเผ่าฮาหนีก็เป็นจิตรกรบนพื้นโลกโดยแท้จริง ! ไม่ว่าจะขึ้นไปบนยอดเขาลูกใหนของหยวนหยาง , ก็สามารถมองเห็นนาขั้นบันไดที่ดารดาษไปทั่วราวกับภูเขาและทะเลที่ล้วนเป็นนาขั้นบันได .อำเภอหยวนหยางมีทั้งหมด 7 ชนเผ่าซึ่งจะอาศัยอยู่บนภูเขาลูกเดียวกันตามระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลที่ลดหลั่นกัน ความสูงจากระดับน้ำทะเล 144 เมตรถึง600 เมตร เป็นเขตที่ราบลุ่มริมแม่น้ำ , ส่วนใหญ่เป็นชาวไต่อาศัยอยู่ ; ความสูง 600 เมตรถึง 1000 เมตรเป็นเขตหุบเขา , ส่วนใหญ่เป็นชาวจ้วงอาศัยอยู่ ; ความสูง 1000 เมตรถึง 1400 เมตรเป็นเขตเชิงเขา , ส่วนใหญ่เป็นชาวอี๋อาศัยอยู่ ความสูง 1400 เมตรถึง 2000 เมตร เป็นเขตยอดเขา ; ส่วนใหญ่เป็นชาวฮาหนีอาศัยอยู่ ; ความสูง 2000 เมตรขึ้นไปเป็นเขตภูเขาสูง , ส่วนใหญ่เป็นชาวเหมียว , เหยาอาศัยอยู่ ; ชาวฮั่นส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเมืองและตลอดแนวทาง
หลวง ชาวฮาหนีอาศัยอยู่ในเขตยอดเขา , อากาศอบอุ่น , ปริมาณน้ำฝนมาก , อุณหภูมิตลอดปีประมาณ 15 องศา ตลอดปีแสงอาทิตย์ส่อง 1670 ชั่วโมง , เหมาะแก่การเจริญเติบโตของต้นข้าว , ตำนานกล่าวว่าบรรพบุรุษของชาวฮาหนีเข้ามาในเขตพื้นที่นี้ระหว่างสมัยสุย-ถังแล้วเริ่มบุกเบิกนาขั้นบันไดเพื่อปลูกข้าว . ในช่วง 1200 กว่าปีนี้ชาวฮาหนีได้ทุ่มเทกำลังใจหลายสิบชั่วอายุคน เพื่อแสดงถึงสติปัญญาและความกล้าหาญของคนที่หวาดกลัวในการบุกเบิกนาขั้นบันได ขณะเดียวกันชาวฮาหนียังได้แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่ของชนเผ่า ในการขุดสร้างร่องระบายน้ำบนภูเขากว่าร้อยพันสาย ,ได้สร้างร่องน้ำหลัก 4653 สาย ในนี้ที่มีพื้นที่ทดน้ำกว่า 50 ไร่ขึ้นไปมี 662 เส้นแต่ละสายของร่องน้ำราวกับเข็มขัดสีเงินโอบล้อมรอบภูเขาใหญ่แต่ละลูก ลำธารใหญ่น้อยที่ไหลลงมาจากภูเขาได้ถูกทดน้ำเข้ามาในร่องน้ำเช่นนี้ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาหลักที่เกี่ยวกับการปลูกข้าวในนาขั้นบันได ปัญหาการจัดการน้ำ . ชาวฮาหนีได้ทุ่มเทกำลังใจกว่า สิบชั่วอายุคน บุกเบิกนาขั้นบันไดเป็นพันเป็นหมื่น ได้ทดน้ำจากร่องน้ำเข้ามในนาขั้นบันไดทำให้มีน้ำไหลตลอด 4 ฤดู ในนาขั้นบันไดสามารถเก็บกักน้ำได้ตลอดปีรับรองถึงการเจริญเติบโตของต้นข้าวและการเก็บเกี่ยวที่ได้ผลดี จินตนาการในการบุกเบิกสร้างนาขั้นบันไดของชาวฮาหนีได้ทำให้คนประหลาดใจ เขาได้ทำให้รูปแบบภูเขาและแผ่นดินเปลี่ยนแปลง ด้วยเหตุที่ภูมิประเทศเหมาะสมพื้นที่เนินเขาส่วนใหญ่ก็ถูกบุกเบิกเป็นนาผืนใหญ่ เนินเขาส่วนน้อยก็บุกเบิกเป็นนาผืนเล็ก โดยเฉพาะร่องหินที่อยู่ริมร่องน้ำก็ยังถูกบุกเบิกเป็นนาดังนั้นผู้มีนาแปลงใหญ่ก็จะมีหลายไร่ , ผู้มีแปลงเล็กก็จะมีขนาดใหญ่เท่ากับบุ้งกี๋เท่านั้น , แต่ละเนินเขาก็จะมีกว่าพันหมื่นไร่ทัศนียภาพเหล่านี้ประกอบขึ้นเป็นศิลปะที่แปลกมหัศจรรย์ , กลายเป็นภาพนาขั้นบันไดที่งดงามราวปาฏิหาริย์ที่มีชื่อเสียงก้องโลก นาขั้นบันไดหยวนหยางของชาวฮาหนีนับจากอดีตจนถึงปัจจุบันเป็นระบบใหญ่ที่เต็มไปด้วยพลังในการดำรงชีวิตแห่งหนึ่ง , วันนี้มันยังคงเป็นพื้นฐานปัจจัยและจิตวิญญาณในการดำรงชีวิตของชาวฮาหนี . นาขั้นบันได 166689 ไร่ได้เลี้ยงเกษตรกร 336971 คน , ป่าไม้บนภูเขาสูง 63958.4 ไร่ได้ผลิตน้ำให้กับประชาชนทั่วทั้งอำเภอได้ใช้ดำรงชีวิตและใช้ในนา ร่องระบายน้ำทั่วทั้งอำเภอ 4653 สายยังคงทดน้ำไปยังนาขั้นบันไดบนภูเขาเป็นพันหมื่นลูก , นี่เป็นจุดเด่นของทัศนียภาพที่งดงามมหัศจรรย์ของนาขั้นบันไดหยวนหยางของชาวฮาหนี . มันไม่เหมือนกับกำแพงเมืองจีน , พระราชวังโบราณ , สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ , พีรามิด , ทัชมาฮาลอินเดีย เป็นต้นที่ได้สูญเสียศักยภาพแห่งโบราณสถาน , และก็ไม่เหมือนกับภูเขาไท่ซาน หวงซาน น้ำตกใหญ่นิคารากัว เป็นต้นซึ่งมีทัศนียภาพทางธรรมชาติที่บริสุทธิ์ แล้วก็ไม่เหมือนกับศาลเจ้าขงจื้อฉวี่ฟู่ พระราชวังโปตาลา สวนอี๋เหอหยวนแห่งปักกิ่ง เป็นต้นที่สร้างสรรค์ทางด้านวัฒนธรรม , มันเป็นสิ่งที่หล่อหลอมระหว่างชาวฮาหนีกับธรรมชาติของภูเขาไอเหลาซานซึ่งเป็นการพึ่งพาอาศัยระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ , เป็นผลผลิตแห่งการผสานระหว่างวัฒนธรรมกับธรรมชาติได้อย่างยอดเยี่ยม
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน หลังรับประทานอาหาร ถึงจุดชมวิวปากเสือโคร่งแห่งนาขั้นบันไดหยวนหยาง ชื่นชมและถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกยืนอยู่บนที่สูง ๆ แห่งปากเสือโคร่งแล้วก้มมองลงมาที่นาขั้นบันไดเหมิ่งผิ่น , นาขั้นบันไดเหมิ่งผิ่นดูราวกับดอกไม้สีขาวขนาดใหญ่ที่เบ่งบาน , นาขั้นบันไดกว่า 3000 ไร่มีลักษณะแปลกพิเศษ , คล้ายกับเกสรดอกไม้ที่มีงูขดอยู่เป็นหมื่นตัว แสงอาทิตย์สาดส่องกระทบเหมือนกับคลื่นสีเขียว , คลื่นที่กระเพื่อมขึ้นมา , เหมือนกับงูหมื่นตัวเลื้อยขยุกขยิก คล้ายกับทะเลสาบหรือทะเล , มีห้างนากว่าร้อยหลังเสริมแต่งอยู่ท่ามกลาง , คล้ายกับเรือลำเล็กกำลังแล่น , ทำให้คนเกิดความประหลาดใจ . ได้รับการยกย่องจากช่างภาพให้เป็นทัศนียภาพแห่งสวนนาที่สวยที่สุดในโลกและได้ถูกวารสารฝรั่งเศสจัดให้เป็นที่ 1 ของ 7 ทัศนียภาพที่มนุษย์สร้างขึ้นที่ถูกค้นพบใหม่ในปี 1993
ค่ำ หลักจากพระอาทิตย์ตกกลับเข้าเมืองเก่าแห่งอำเภอหยวนหยางรับประทานอาหารค่ำ นำท่านเข้าพักผ่อนที่โรงแรม หยวนหยาง
วันที่สี่ พระอาทิยต์ขึ้น DUO YI SHU – หมู่บ้านชาวฮานี – พระอาทิตย์ตก BA DA
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม ออกเดินทางสู่จุดชมวิวตัวอีซู่ , ชื่นชมและถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้น . เขตทัศนียภาพนาขั้นบันไดตัวอีซู่มี 3 ด้านติดภูเขาใหญ่1 ด้านตกลงในหุบเขา , มีลักษณะเหมือนกับอ่าวใหญ่ . ทอดเต็มภูเขา 3 ด้านที่มีหมู่บ้านมากมายบ้านรูปดอกเห็ดแต่ละหลังราวกับเรือใบที่รอกางใบออก ; นาขั้นบันได 6000 ไร่เรียงเป็นแนวขวางตลอดจากตะวันออกถึงตะวันตก ยืนชมวิวอยู่ที่สูงๆ บนภูเขาด้านหลังหมู่บ้านหวงเฉ่าหลิ่ง ราวกับม้าหมื่นตัควบตะบึง เหมือนงูตัวยาวเริงระบำส่วนครึ่งบนของนาขั้นบันไดทั้งแปลงดูคดเคี้ยว ราวกับงูหมื่นตัวเลื้อยขยุกขยิกส่วนครึ่งล่างค่อยข้างชันตรงลงสู่บ่อลึก , ดูราวกับหอเอนทำให้คนอกสั่นขวัญแขวนนาขั้นบันได 6000 ไร่มีแหล่งน้ำบริบูรณ์ อ่าวใหญ่ดอกไม้ขาวดูราวกับน้ำตกขนาดมหึมาที่พุ่งจากทางใต้สู่เหนือ งามสง่าหาใดเปรียบที่นี่ใน 1 ปีมีทะเลเมฆโอบล้อม 200 วัน ทะเลเมฆหยุดนิ่งอยู่ที่อ่าวไม่ลอยออกไป , เดี๋ยวไปทางตะวันออกตะวันตกเดี๋ยวไปทางเหนือใต้ ครู่หนึ่งก้ไร้ร่องรอยอีกครู่หนึ่งก็เป็นหมอกระฟ้า ครู่หนึ่งก็ลอยลงด้านล่าง ปกคลุมแต่ละชั้นของนาขั้นบันไดหมู่บ้านยามเมื่อมันลอยขึ้นด้านบนก็จะปรากฏนาขั้นบันไดขึ้นเป็นชั้น ๆ วนซ้ำกันไปเช่นนี้ตลอดวัน แต่ละครั้งก็มีความแปลกพิเศษเป็นทัศนียภาพที่ดีที่สุดในการเที่ยวชมถ่ายภาพทะเลเมฆนาขั้นบันไดและหมู่บ้านภูเขาหลังจากถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นแล้วเป็นกิจกรรมอิสระสามารถเดินเลียบไปตามถนนเล็กๆระหว่างหมู่บ้านไปถึงนา ขั้นบันไดและหมู่บ้านเพื่อทำความเข้าใจกับประเพณีท้องถิ่นของชาวฮาหนี
เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง ที่ ภัตตาคาร
หลังอาหารกลางวันแล้วแสงอาทิตย์จะทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นพักผ่อนครู่หนึ่งจึงออกเดินทางสู่หมู่บ้านพื้นเมืองชิ่งโข่ว ชมทัศนียภาพสถาปัตยกรรมของชาวฮาหนี , ทำความเข้าใจ , สังเกต , และซาบซึ้งกับวัฒนธรรมของชาวฮาหนี
ค่ำ หลังพระอาทิตย์ตกจึงกลับโรงแรมเพื่อรับประทานอาหารนำท่านเข้าพักผ่อนที่โรงแรม หยวนหยาง
วันที่ห้า หยวนหยาง - โหลวผิง
เช้า หลังรับประทานอาหารเช้า ออกเดินทางสู่โหลวผิง (ใช้เวลาทั้งวันในการเดินทาง) ชมวิวทิวทัศน์ระหว่างทาง
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน นำท่านเดินทางต่อสู่โหลงผิง ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีดอกมัสตาร์ด คือ ดินแดนความงดงามของทุ่งดอกมัสตาร์ด สีเหลืองอร่ามไปทั่วขุนเขา กลายเป็นความภาคภูมิใจที่ต้องการอยากให้คนทั่วโลกได้รู้จักถ้าพูดถึงความยิ่งใหญ่ของทุ่งดอกมัสตาร์ดที่เมืองโหล่วผิงแล้ว ก็ต้องบอกยิ่งใหญ่สุดลูกหูลูกตาทีเดียว ทั้งท้องทุ่งไร่นา ขุนเขา จะแลดูเป็นสีเหลืองไปหมด ด้วยเนื้อแท้ของทุ่ง ดอกมัสตาร์ด หรือ ดอกอิ๊วใช่ฮัว นั้นคือดอกน้ำมันที่นำไปสกัดเป็นน้ำมันพืชที่ใช้บริโภคในเมืองโหล่วผิงและเมืองใกล้เคียง ส่วนยอดอ่อนก็นำไปทำอาหารได้ รสชาติก็ กล้เคียงกับผักกวางตุ้ง ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม จะเป็นช่วงฤดูกาลเพาะปลูกอิ๊วใช่ฮัว และเป็นช่วงที่กำลังผลิดอกบาน จนกลายเป็นคงวามงดงามที่คนจีนเองยังนิยมชมชอบ จากอุตสาหกรรมทางเกษตรได้กลายมาเป็นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่สามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวแห่ไปชมความงามของทุ่งดอกมัสตาร์ดในช่วงเดือน
กุมภาพันธ์ จนถึงเดือนมีนาคม อาจพอมีเหลือให้เห็นบ้างในช่วงต้นเมษายน แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่พลังศักยภาพด้านการท่องเที่ยวชี้ให้เห็นว่า อนาคตข้างหน้าอาจเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น และกลายเป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น เพราะภาพความงดงามอันยิ่งใหญ่ของทุ่งดอกไม้
ค่ำ รับประทานอาหารเย็นที่ภัตตาคารนำท่านเข้าพักผ่อนที่โรงแรม เมืองโหลงผิง
วันที่หก หลัวผิง – เทือกเขาไก่ทอง – น้ำตกเก้ามังกร – ซิงอี้
เช้า ทานอาหารเช้าที่โรงแรมเสร็จแล้วไปถ่ายภาพที่เทือกเขาไก่ทอง,ที่นี่นับเป็นเขตทิวทัศน์ป่าภูเขา , ภูเขาที่นี่เชื่อมต่อกันไม่สิ้นสุด , ยอดเขาดูสูงสง่า .เดินเข้าไปในป่าภูเขา , เกิดจินตนาการถึง“ไก่ทองขานรับอรุณ”ภายใต้แสงอาทิตย์สาดส่อง , ยอดเขาแหลมรูปลิ่ม , เป็นทิวทัศน์ที่งามสง่าที่จะทำให้คุณมีจินตนาการล่องลอย, จิตใจปลอดโปร่ง . ยามเช้าที่นาหลัวผิงจะมีหมอกมาก , ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษ. ยอดเขา 10 กว่ายอดลอยอยู่ท่ามกลางทะเลหมอก , หมอกขาวล่องลอยมาเบาๆ , ยิ่งบางเบาลงทุกที .เทือกเขาลูกเล็กๆนับไม่ถ้วนล่องลอยออกมาท่ามกลางทะเลหมอก, แต่งแต้มด้วยแสงแดด .ฤดูใบไม้ผลิที่นี่ เป็นทะเลดอกโหยวไช่สีเหลืองทอง
เที่ยง ทานอาหารกลางวันที่หลัวผิง , หลังจากนั้นมุ่งหน้าสู่หมู่น้ำตกเก้ามังกร,ตั้งอยู่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือ 22 กิโลเมตรบนแม่น้ำเก้ามังกร. ลักษณะทางธรณีวิทยาที่โดดเด่นก่อให้เกิดการกัดเซาะจากน้ำเป็นเวลายาวนาน, เช่นนี้ก่อให้เกิดชั้นน้ำตก 10 กว่าชั้นที่มีความสูงต่ำกว้าง แคบต่างกัน , ระหว่างชั้นมีแอ่งน้ำตื้นและลึกมากมาย , น้ำตกเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล.ฤดูใบไม้ผลิ, เนินเขารอบๆน้ำตกจะเต็มไปด้วยดอกผักน้ำมัน , เดินเลียบไปตามทางเดินเล็กๆริมแม่น้ำ, ผ่านน้ำตกมังกรเทพและน้ำตกคู่รักมาถึงอ่างเก็บน้ำในจุดสูงสุด , รอบๆบริเวณเต็มไปด้วยดอกผักน้ำมันบานสะพรั่ง , หมู่น้ำตกจะกระโดดอยู่ท่ามกลางทะเลดอกไม้สีเหลืองทอง , เทียบได้กับทะเลดอกผักน้ำมันที่อยู่ท่ามกลางนาขั้นบันได , เป็นทิวทัศน์ที่อยู่นอกเหนือ .หลังจากนั้นมุ่งสู่เมืองซิงอี้แห่งกุ้ยโจว . ทางรถยนต์ประมาณ 2 ชั่วโมง.
ค่ำ ทานอาหารค่ำที่ซิงอี้ , พักโรงแรม 4 ดาวที่ซิงอี้
วันที่เจ็ด ซิงอี้ – หุบเขาหม่าหลิงเหอ – ป่าเขาหมื่นยอด - หลัวผิง
เช้า ทานอาหารเช้าที่โรงแรมเสร็จแล้วมุ่งหน้าสู่หุบเขาหม่าหลิงเหอซึ่งเป็นเขตทิวทัศน์ที่มีชื่อเสียงแห่งชาติ ,ตั้งอยู่เมืองซิงอี้ไปทาง ตะวันออกเฉียงเหนือ 6 กิโลเมตร , ต้นกำเนิดแม่น้ำหม่าหลิงอยู่ที่เขาอูเหมิ่งซานในเขตเทือกเขาไป๋กว่อ,แม่น้ำต้นสายเรียกชิงสุ่ย ,สายกลาง 2 ฝั่งคือหมู่บ้านหม่าเปี๋ยและหม่าหลิ่งจึงเรียกแม่น้ำหม่าหลิ่ง. จากต้นกำเนิดถึงปากแม่น้ำยาวประมาณ 100 กิโลเมตร , ความต่างของระดับน้ำเกือบพันเมตร , ที่ราบกว้างใหญ่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1200 เมตร, แบ่งแยกออกจากกัน 74.8 กิโลเมตร , หุบเขาหม่าหลิงเหอกว้าง 50-150 เมตร, ลึก 120-180 เมตร.หุบเขาหม่าหลิงเหอแสดงออกถึงมุมมองที่แตกต่างเป็นชั้นหินคาร์ส ,ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดิน,น้ำตก, หน้าผาล้วนมีชื่อ.องค์ประกอบของมันไม่เหมือนหุบเขาทั่วไป, เป็นรอยต่อของแผ่นดินที่ถูกเรียกว่ “บาดแผลที่สวยงามที่สุดบนพื้นโลก”. เดินลงไปชมวิวถ่ายภาพในหุบแล้ว นั่งลิฟท์ขึ้นมา ซึ่งเป็นลิฟท์ใหญอันดับสองของจีน ความสูง71เมตร
เที่ยง ทานอาหารกลางวันที่ซิงอี้, จากนั้นมุ่งหน้าสู่ป่าเขาหมื่นยอด, ตั้งอยู่ตอนล่าง 2 ฝั่งตะวันออก-ตกของแม่น้ำหม่าหลิง , แบ่งเป็นป่าภูเขาด้านตะวันออกและตะวันตก.อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 2 พันกว่าเมตรบนที่ราบสูงชีเผิ่งกับทะเลสาบเขาหมื่นยอดทางทิศเหนือ. ด้านตะวันตกเฉียงเหนือสูง, ตะวันออกเฉียงใต้ต่ำ ,ประกอบเป็นแนวภูเขารูปห่วง.ยาว 2 ร้อยกว่ากิโลเมตร,กว้าง 30-50 กิโลเมตร ,เมืองซิงอี้มีพื้นที่ 2 พันกว่าตารางกิโลเมตร. เนื่องจากมีลักษณะป่าภูเขา, แบ่งเป็นป่าเขาเจิ้นเฟิง, ป่าเขากระบี่ , ป่าเขาหมู่มังกร ,ป่า เขาอรหันต์ ,ประกอบเป็นทิวทัศน์หน้าผาที่แปลกประหลาดและสง่างาม.ทิวทัศน์ทุ่งนาก็งดงาม, ที่นี่ล้อมรอบด้วยขุนเขา , ต้นไม้เขียวชอุ่ม ,แม่น้ำราวกับเข็มขัดหยก, นาเป็นหมื่นไร่. ฤดูใบไม้ผลิดอกไม้บานสะพรั่ง , ฤดูร้อนทุ่งข้าวสาลีเต็มทุ่ง , ฤดูใบไม้ร่วงกลิ่นข้าวหอมกรุ่น , ฤดูหนาวใบไผ่เขียวขจี จากนั้นเดินทางกลับเมืองหลัวผิง
ค่ำ ทานอาหารค่ำที่โหลผิง , พักโรงแรม 4 ดาวที่หลัวผิง
วันที่แปด หลัวผิง – คุนหมิง – กรุงเทพฯ
เช้า หลังอาหารเช้ากลับสู่คุนหมิง , ระยะทางประมาณ 4 ชั่วโมง.
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันคุนหมิง, เยี่ยมชมซอยจินหม่าปี้จี, ช็อปปิ้งอย่างอิสระที่ถนนคนเดินใจกลางเมืองล้อมรอบด้วยศูนย์การค้า
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ยังมีเวลาอิสระช้อปปิ้งยามค่ำคืนอีกนิดหน่อย ก่อนเดินทางไปสนามบิน
23.35 ออกเดินทางจากนครคุนหมิง โดยสายการบินไชน่า อีสเทิร์น แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ MU 741
01.00 เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ
----------------------------------
รายการท่องเที่ยวนี้อาจเปลี่ยนแปลงหรือสลับกันได้ตามความเหมาะสม
ทั้งนี้ถือเป็นเอกสิทธิ์ของผู้จัดโดยยึดถือตามสภาพการณ์และประโยชน์ของท่านเป็นสำคัญ
| การเดินทาง |
- กรุงเทพ-คุนหมิง-กรุงเทพ โดยสายการบินไชน่า อีสเทริน ชั้นประหยัด
- รถบัสรับส่งตลอดการเดินทาง
|
| ที่พัก |
โรงแรม 4 ดาว พักห้องละ 2 ท่าน |
| อาหาร |
ในภัตราคาร |
| สภาพอากาศ |
- เดือน เมษายน อากาศกำลังสบายๆ ประมาณ 10-20 องศา ที่ลี่เจียง-จงเตี้ยน จะเย็นๆหน่อยค่ะ
*สภาพอากาศโดยเฉลี่ย กรุณาเช็คอีกครั้งก่อนการเดินทาง
|
| ข้อมูลอื่นๆ |
- ไฟฟ้า 220 v ปลั๊กแบบกลม สามรู บางจุดสามารถใช้กับอุปกรณ์ได้เลย แต่บางจุดใช้ไม่ได้ แนะนำเตรียม universal adaptor ไปด้วย
- เงินส่วนตัวเพื่อชอปปิ้งกรุณาแลกเงิน เป็นหยวนไป
|
| ค่าใช้จ่าย |
- ผู้ใหญ่ เดินทางตั้งแต่ 4 ท่านขึ้นไป ท่านละ 29,900 บาท
- ผู้ใหญ่ เดินทางตั้งแต่ 8 ท่านขึ้นไป ท่านละ 28,900 บาท
- ผู้ใหญ่ เดินทางตั้งแต่ 15 ท่านขึ้นไป ท่านละ 27,900 บาท
(พักเดี่ยวเพิ่ม 4,000 บาท)
|
| อัตรานี้รวม |
- ตั๋วโดยสารสายการบินระหว่างประเทศ ชั้นประหยัด
- ภาษีสนามบิน
- รถท้องถิ่น รับส่ง ตามโปรแกรม
- อาหารมื้อหลักตลอดการเดินทาง
- วีซ่าประเทศจีน
- ที่พักตามระบุในโปรแกรม
- ประกันการเดินทาง 1,000,000 บาท
|
| อัตรานี้ไม่รวม |
- เครื่องดื่มนอกเหนือรายการอาหาร
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- ค่าทิปคนรถ และไกด์ท้องถิ่น
- มินิบาร์ภายในโรงแรม
|
| add on |
- ต้องการพักเดี่ยวเพิ่ม 4,000 บาท |
| จำนวนที่นั่ง |
4 ท่านขึ้นไป |
| เอกสาร |
- พาสปอร์ตตัวจริง มีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน
- รูปถ่ายติดบัตรหน้าตรงพื้นหลังสีฟ้า ขนาด 1 หรือ 2 นิ้ว 2 รูป
|
| ติดต่อสอบถาม |
Tel : 081-830-0751 หรือ 02-942-0080
Email :
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้
หรือ ฝากคำถามไว้ ข้างล่าง content นี้ได้เลยค่ะ
|
Views: 15960
Only registered users can write comments. Please login or register. Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.4 |