วันเวลาปัจจุบัน อังคาร 25 พ.ย. 2014 7:10 am
Font Size
   
TravelProTeam

Moderator Control Panel ]

ความสัมพันธ์ระหว่าง ไทย-จีน หลังสงครามโลกครั้งที่ 2

[ COMMENT จาก FaceBook]

รวบรวม บทความ | สารคดี | Movie และ Clip การท่องเที่ยวดีดี

สร้างแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยวได้ดี

Moderator: TravelPro Staff

ความสัมพันธ์ระหว่าง ไทย-จีน หลังสงครามโลกครั้งที่ 2

โพสต์โดย FabricMan » เสาร์ 23 มิ.ย. 2012 12:32 pm

ความสัมพันธ์ระหว่าง ไทย-จีน หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 : จุดเริ่มกัลยาณมิตร

29.jpg
29.jpg (108.04 KiB) เปิดดู 6496 ครั้ง


ในระหว่างเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้น ญี่ปุ่นได้เข้ารุกรานและครอบครองจีนได้ ในขณะที่ประเทศไทยก็ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ ญี่ปุ่นประกาศเข้าครอบครองไทยและอาศัยไทยเป็นทางผ่านในการขนส่งทหารเพื่อเข้าขยายอิทธิพลบริเวณอินโดจีน รัฐบาลไทยตัดสินใจยอมอ่อนน้อมต่อญี่ปุ่น แต่เนื่องจากคนไทยส่วนหนึ่งไม่ได้เห็นด้วยกับรัฐบาลของตน โดยเฉพาะคนไทยที่อาศัยและไปศึกษาอยู่ที่ยุโรปและอเมริกา จึงได้ก่อตั้ง “ขบวนการเสรีไทย” ขึ้น โดยมีนายปรีดี พนมยงค์ เป็นหัวหน้าขบวนการ ทำหน้าที่ส่งข่าวสารและดำเนินกิจการใต้ดินเพ่อต่อต้านญี่ปุ่น

A10004.jpg
A10004.jpg (55.95 KiB) เปิดดู 6496 ครั้ง


ญี่ปุ่นเข้าครอบครองไทยตั้งแต่ปี พ.ศ.2484-2488 เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง โดยญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงครามต่อฝ่ายสัมพันธมิตร ใต้การนำของสหรัฐอเมริกา อังกฤษ โซเวียต โดยไทยนั้นได้รับการยอมรับจากอเมริกาให้เข้าร่วมในที่ประชุมของฝ่ายสัมพันธมิตรในฐานะผู้ชนะ เพราะการดำเนินการของขบวนการเสรีไทย

จากนั้นรัฐบาลไทยและจีนจึงได้เริ่มการเจรจาเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์กลับมาอีกครั้งอย่างเป็นทางการ เพราะจีนเป็นหนึ่งในสมาชิกถาวรขององค์การสหประชาชาติซึ่งเพิ่งก่อตั้งขึ้น และไทยก็ต้องการเข้าร่วมเป็นหนึ่งในนั้น จึงมีการเจรจาเพื่อผูกมิตรกับจีนไว้ จนเกิดเป็น “สนธิสัญญาทางพระราชไมตรีระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐจีน” (Treaty of Amity between The Kingdom Siam and The Republic of China) ณ กรุงเทพ เมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2489

r83.jpg
r83.jpg (33.45 KiB) เปิดดู 6496 ครั้ง



จากนั้น รัฐบาลไทยได้ส่ง นายสงวน ตุลารักษ์ เป็นเอกอัครราชทูตไทยคนแรกประจำสาธารณรัฐจีน เช่นเดียวกับที่จีนได้แต่งตั้ง นายหลี เทียะเจิง เป็นเอกอัครราชทูตจีนคนแรก ประจำประเทศไทย แม้ว่ารัฐบาลก๊กมินตั๋งจะพ่ายแพ้ต่อพรรคคอมมิวนิสต์ และย้ายไปที่ไต้หวัน แต่รัฐบาลไทยก็ยังคงความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนจนถึงปีพ.ศ. 2517 แต่นับจากนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติก็มาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ กับเหตุการณ์หลังปี พ.ศ. 2518 ซึ่งมีความสำคัญมาก โดยจะกล่าวในภายหลัง

railway.jpg
railway.jpg (45.18 KiB) เปิดดู 6496 ครั้ง



อันที่จริงแล้ว รัฐบาลไทยในช่วงก่อนปี พ.ศ. 2518 แม้จะเจริญไมตรีกีบจีน แต่ก็ยังคงให้ความระแวดระวังสูงมาก เพราะหลังจากจีนได้อยู่ในการปกครองของพรรคคอมมิวนิสต์ใต้การนำของเหมาเจ๋อตุงนั้น บรรดาประเทศสัมพันธมิตรและมหาอำนาจทางตะวันตกต่างหวาดกลัวอิทธิพลจากคอมมิวนิสต์ของจีนไม่แพ้กับทางโซเวียตเลย

Three-Star-army.jpg
Three-Star-army.jpg (34.6 KiB) เปิดดู 6496 ครั้ง


รัฐบาลไทยในการนำของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม แม้จะผูกมิตรกับจีนในฐานะประเทศเพื่อนใกล้เรือนเคียงที่มีความสัมพันธ์มายาวนาน แต่ก็เกรงกลัวอิทธิพลของแนวคิดคอมมิวนิสต์ที่กำลังขยายและลุกลามไปทั่วโลกขณะนั้นมาก การผงาดขึ้นมาของคอมมิวนิสต์จีนนั้น ทำให้ชาติตะวันตกโดยมีอเมริกาเป็นหัวเรือ พยายามที่จะสกัดกั้นการขยายอิทธิพลของแนวคิดคอมมิวนิสต์เอาไว้ ด้วยเหตุนี้ประเทศไทยซึ่งเป็นมิตรกับฝ่ายโลกเสรี จึงถูกใช้จากชาติตะวันตกเป็นกันชนสำคัญในการสกัดกั้นการขยายตัวของลัทธิคอมมิวนิสต์

1245294495(1).jpg
1245294495(1).jpg (37.76 KiB) เปิดดู 6496 ครั้ง


วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2492 สาธารณรัฐประชาชนจีน ถูกสถาปนาอย่างเป็นทางการ เหมาเจ๋อตุงดำรงตำแหน่งประธานพรรคคอมมิวนิสต์ เริ่มขยายอิทธิพลเข้าครอบครองทิเบตและทำสงครามกับเกาหลีในปีถัดมา ด้วยท่าทีดังกล่าว จอมพลป.ระแวงว่า จีนจะใช้ไทยเป็นเครื่องมือในการขยายอำนาจของแนวคิดคอมมิวนิสต์ไปยังประเทศในแถบเอเซียอาคเนย์และอินโดจีน จึงเริ่มผูกสัมพันธ์เพิ่มกับฝ่ายมหาอำนาจตะวันตก โดยเฉพาะอเมริกา และผลักดันให้ไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิก องค์การสนธิสัญญาเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ SEATO มีเป้าหมายหลักคือการสกัดกั้นการขยายตัวของคอมมิวนิสต์จีนและเวียดนามเหนือซึ่งได้รับอิทธิพลจากโซเวียต

205562.jpg
205562.jpg (18.33 KiB) เปิดดู 6496 ครั้ง

205563.jpg
205563.jpg (18.31 KiB) เปิดดู 6496 ครั้ง


ไทยเข้าร่วมเป็นหนึ่งในวงล้อมของอเมริกาต่อจีน ทำให้จีนหันไปผูกมิตรกับโซเวียต ซึ่งอยู่ในอำนาจเผด็จการของสตาลิน แม้ว่าทั้งจีนและโซเวียตจะปกครองด้วยแนวคิดคอมมิวนิสต์ แต่โดยรากฐานแล้วแตกต่างกันไม่น้อย จีนจึงเพียงแค่หวังใช้โซเวียตเป็นกันชนการรุกของฝ่ายมหาอำนาจตะวันตกเท่านั้น เพราะจีนเองก็มีเป้าหมายในการเข้าขยายอิทธิพลเหนือเอเชียทั้งหมดอยู่แล้ว แต่กระนั้นนโยบายของจีนก็ไม่เป็นผลนัก จึงมีการปรับเปลี่ยนท่าทีต่อชาติต่างๆอีกครั้งในปี พ.ศ. 2498 เมื่อการประชุมแห่งเอเซียและแอฟริกาได้เกิดขึ้นที่อินโดนีเซีย ซึ่งมีรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยคือกรมหมื่นนราธิปพงษ์ประพันธ์ ได้เข้าร่วมด้วย และมีโอกาสพบปะกับนายกรัฐมนตรีของจีน นายโจวเอินไหล ซึ่งได้เสนอนโยบายอยู่ร่วมกันโดยสันติ ตามหลักเบญจศีล 5 การพบปะกันระหว่างไทยและจีนในครั้งนี้ช่วยให้ชาติต่างๆลดความระแวงท่าทีต่อจีนลงมาก และโจวเอินไหลยังแสดงให้เห็นว่าไม่ได้ต้องการเข้าคุกคามไทย

Salit_thanarat.jpg
Salit_thanarat.jpg (9.19 KiB) เปิดดู 6496 ครั้ง



การเจรจายังคงดำเนินต่อไป และในปีเดียวกันนั้น นายอารี ภิรมย์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญภาษาจีน ได้รับการไหว้วานจาก จอมพล ป.ให้เป็นผู้นำคณะทูตใต้ดิน ซึ่งมีนายกรุณา กุศลาสัย เป็นผู้นำคณะ เดินทางเข้าติดต่อกับจีนอย่างลับๆ เพื่อเจริญสัมพันธไมตรีและเข้าพบนายกฯโจวเอินไหล ผลการติดต่อเจรจาอย่างยาวนานหลายเดือน จนกระทั่งถึงช่วงสิ้นปี การเจรจาครั้งสุดท้ายก็ได้ทำให้โจวเอินไหล พูดกับนายอารีว่า “ประตูของประเทศจีนเปิดต้อนรับคนไทยเสมอ”

sriburapha05.jpg
sriburapha05.jpg (82.29 KiB) เปิดดู 6496 ครั้ง


นับจากนั้น คณะทูตของไทยก็เริ่มเดินทางติดต่อกับจีนอย่างเปิดเผยมากขึ้น เริ่มมีการติดต่อทำการค้าระหว่างรัฐบาลอย่างเป็นทางการ สินค้าช่วงนั้นที่มีความสนใจกันมาก เช่น ข้าว ใบยาสูบ โดยมีโจวเอินไหลถือเป็นกัลยาณมิตรสำคัญของไทย


แต่แล้วความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่กำลังเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้งก็เกิดเปลี่ยนแปลง เมื่อ จอมพลป.หมดอำนาจลงในปี พ.ศ. 2501 จากการเข้ายึดอำนาจของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนได้กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เพราะจอมพลสฤษดิ์นั้น ยึดนโยบายการปราบปรามคอมมิวนิสต์อย่างรุนแรงและหันมาผูกมิตรกับอเมริกามากขึ้น และในปีต่อมาก็มีประกาศห้ามติดต่อค้าขายกับจีนโยเด็ดขาด คนไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเดินทางไปจีน จะถูกสงสัยเป็นคอมมิวนิสต์และถูกจับกุมในข้อหาฝักใฝ่ลัทธิคอมมิวนิสต์


553000014128002.JPEG
553000014128002.JPEG (65.22 KiB) เปิดดู 6496 ครั้ง



ด้วยท่าทีนี้ทำให้พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2485) ไม่พอใจ และเริ่มมีการติดต่อกับจีนอย่างลับๆ และจัดตั้งขบวนการไทยอิสระ เพื่อประสานแนวร่วมกับฝ่ายคอมมิวนิสต์ของไทยในประเทศจีน ความตึงเครียดเริ่มหนักหน่วงขึ้นนำไปสู่การปะทะกันด้วยกำลัง แต่สุดท้ายแล้ว ความตึงเครียดก็กลับเริ่มคลี่คลายลง เมื่อจีนเริ่มเจรจากับอเมริกา ซึ่งมีสาเหตุมากจากการที่ทั้งสองชาติต้องการหาแนวร่วมในการสกัดกั้นโซเวียต ด้วยเหตุนี้ท่าทีของจีนจึงเริมผ่อนปรนลงและมาถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้งสำหรับความสัมพันธ์ของไทยกับจีนในปี พ.ศ. 2518 อันเป็นการยุติความหวาดระแวงทั้งมวลและเป็นจุดเริ่มของความนโยบายความสัมพันธ์ฉันท์กัลยาณมิตรที่ยังดำเนินต่อเนื่องยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน


ในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2518 หลังจากการติดต่อเจรจาอย่างยาวนานหลายปี ในที่สุด คณะทูตของไทย นำโดยนายกรัฐมนตรี มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้เข้าพบเหมาเจ๋อตุง ผู้นำจีน และร่วมลงนามกับนายกจีน โจวเอินไหล ใน “แถลงการณ์ร่วมความสัมพันธ์การทูตอย่างเป็นทางการ” เนื้อหาโดยสรุปของแถลงการณ์นี้ กล่าวคือไทยและจีนจะอยู่ร่วมกันตามหลักเบญจศีล 5 ไทยจะยอมรับการเป็นรัฐบาลหนึ่งเดียวของจีน และไต้หวันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของจีนเท่านั้น ส่วนจีนก็จะปฏิเสธการถือสองสัญชาติของคนจีนในไทย

นายโจวเอินไหล ควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศระหว่างปีค.ศ.1949-1958.jpeg
นายโจวเอินไหล ควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศระหว่างปีค.ศ.1949-1958.jpeg (67.22 KiB) เปิดดู 6496 ครั้ง


ประเด็นเรื่องการถือสองสัญชาติของคนจีนในไทยนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะการที่รัฐบาลจีนถือว่า หากเป็นคนจีนที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินไทยแล้ว ห้ามมิให้ถือสัญชาติจีนคู่กับไทย แต่ควรถือสัญชาติเพียงสัญชาติเดียว ด้วยถือว่าคนจีนในไทยต้องภักดีต่อแผ่นดินไทยเป็นสำคัญ การเจรจาและการยอมรับกันครั้งนี้ มีนายอานัน ปันยารชุน เป็นหัวแรงสำคัญของฝ่ายไทยในการเจรจา และการลงนามร่วมครั้งนี้ นับเป็นการลงนามประวัติศาสตร์ของจีน เพราะเป็นครั้งสุดท้ายที่นายกโจวเอินไหลร่วมลงนามด้วย เพราะจากนั้นไม่นานโจวเอินไหลก็ป่วยหนักและถึงแก่กรรม

china-flag.jpg
china-flag.jpg (16.67 KiB) เปิดดู 6496 ครั้ง


ซึ่งโดยสรุปแล้ว เหตุการณ์ในปี พ.ศ. 2518 ถือเป็นปีสำคัญแห่งการฟื้นฟูความสัมพันธ์ไทยกับจีน หลังจากความหวาดระแวงอย่างหนักหน่วงนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2492 เพราะนับจากนั้นทั้งสองชาติก็คบหากันด้วยความเป็นกัลยาณมิตรมาตลอด ในฐานะญาติมิตรใกล้เคียงที่คบหามาแต่โบราณ

และความสัมพันธ์นั้นยังคงยืนยาวมาจนถึงปัจจุบัน


TRAVELPRO TEAM. ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก thaisamkok.com
ภาพประจำตัวสมาชิก
FabricMan
 
โพสต์: 167
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 18 ม.ค. 2012 4:17 pm

 

เที่ยวกับเราได้ภาพสวย www.TravelProThai.com


ย้อนกลับไปยัง บทความ | สารคดี | Movie | Clip การท่องเที่ยว

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน

cron

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังออนไลน์ทั้งหมด 1 ท่าน :: ไม่มีผู้ใช้งานที่เป็นสมาชิก, ไม่มีผู้ซ่อนตัว และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน (ภายใน 5 นาทีที่ผ่านมาี)
ออนไลน์มากที่สุด 185 ท่าน เมื่อ อาทิตย์ 12 พ.ค. 2013 12:59 pm

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน