วันเวลาปัจจุบัน จันทร์ 24 ก.ค. 2017 1:26 am
Font Size
   
TravelProTeam

Moderator Control Panel ]

ที่มาและประวัติของเทศกาล SHOTON ของ ทิเบต

[ COMMENT จาก FaceBook]

รวบรวม บทความ | สารคดี | Movie และ Clip การท่องเที่ยวดีดี

สร้างแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยวได้ดี

Moderator: TravelPro Staff

ที่มาและประวัติของเทศกาล SHOTON ของ ทิเบต

โพสต์โดย LanNy » จันทร์ 30 พ.ค. 2011 5:01 pm

เทศกาลโชตอน (เทศกาลกินนมเปรี้ยว)


เทศกาลโชตอนจัดขึ้นทุกปีในช่วงปลายเดือน 6 ถึงต้นเดือน 7 ตามปฏิทินทิเบต . ในภาษาทิเบต โช หมายถึงนมเปรี้ยว ตอน หมายถึง กิน หรือ งานเลี้ยง ดังนั้น ความหมายของเทศกาลโชตอนในภาษาทิเบตก็คือ เทศกาลกินนมเปรี้ยว เนื่องจาก ช่วงเวลานี้มีการจัดการแสดงโอเปราทิเบต และมีพิธีกางภาพพระที่ยิ่งใหญ่ ดังนั้นผู้คนจึงเรียกว่า เทศกาลโอเปราทิเบต เทศกาสกางภาพพระ

lxs_photo_058.jpg
lxs_photo_058.jpg (129.06 KiB) เปิดดู 6226 ครั้ง


ประวัติย่อ
เทศกาลกินนมเปรี้ยวมีลำดับจากการกางภาพพระ แสดงโอปราทิเบต นัท่องเที่ยวชมสวนเป็นหลัก ในเวลาเดียวกันก็มีการจัดแข่งขันจามรีและศิลปะบนหลังม้าเป็นต้น ในปี 2009 เทศกาลกินนมเปรี้ยวเริ่มในวันที่ 20 เดือน 8 สิ้นสุดในวันที่ 26 เดือน 8 ขณะเดีนวกันก็มีการแข่งขีนวิ่งมาราธอนนานาชาติจัดร่วมด้วยกิจกรรมในเทศกาลจัดขึ้นที่หลัวปู้หลินข่าชานเมืองลาซาทางตะวันตก เมื่อก่อนที่นี่เป็นสวนฤดูร้อนขององค์ดาไลลามะผู้นำทิเบต เมื่อถึงเทศกาล หลัวปู้หลินข่าและบริเวณสวนป่ารอบๆ ในช่วงกลางคืนจะเต็มไปด้วยเต็นท์และกระโจมหลากสีและยังมีถนนแห่งเทศกาลที่คึกคัก ไม่ว่าที่ไหนในเมืองลาซาล้วนเต็มไปด้วยสีสัน ผู้คนก็จะออกมาเต้นรำเพื่อฉลองเทศกาล เสียงเพลงและเสียงเครื่องดนตรีแห่งที่ราบสูงบรรเลงคู่กัน นี่คือเทศกาลที่มีสีสันที่สุดของชาวลาซา

จุดเริ่มต้น
เทศกาลกินนมเปรี้ยวกำเนิดในคริสศตวรรษที่ 11 ในช่วงเวลานั้นยังเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมทางศาสนา สืบทอดเป็นประเพณีพื้นบ้านข้อห้ามในศาสนาพุทธมี 300 กว่าข้อที่หนักที่สุดคือการฆ่าสัตว์ เนื่องจากในฤดูร้อนอากาศอบอุ่น ต้นไม้ใบหญ้าเติบโต สรรพสิ่งฟื้นคืนช่วงเวลานี้กิจกรรรมภายนอกวัดของพระสงฆ์หลีกเลี่ยงยากที่จะทำลายชืวิตสัตว์ ซึ่งมีข้อห้ามใว้ว่าไม่ฆ่าสัตว์ เหตุนี้ศีลในศาสนาพุทธนิกายทิเบตกำหนดให้เดือน 4 ถึงเดือน 6 ตามปฎิทินทิเบต พระลามะจะต้องรักษาศืลอยู่ภายในวัด ซึ่งเรียกว่า หย่าเล่อ และยังเป็น ที่พักในฤดูร้อน เรื่อยไปจนถึงปลายเดือน 6 รอจนถึงวันสุดท้าย พระสงฆ์จะทยอยลงจากภูเขา ตามประเพณืผู้คนจะจัดเลี้ยงฉลองให้พระสงฆ์ จึงเตรียมทำนมเปรี้ยวจัดงานเลี้ยงให้พระสงฆ์ พร้อมกับมีการแสดงโอเปราทิเบตในงานเลี้ยง นี่คือที่มาของเทศกาลกินนมเปรี้ยว

ประวัติ
ครึ่งหลังของศตวรรษที่ 17 และต้นศตวรรษที่ 18 กษัตริย์แห่งราชวงศ์ชิงได้แต่งตั้งดาไลลามะองค์ที่ 5 และปันเชนลามะองค์ที่ 5 ได้มอบสมุดทองคำ ตราทองคำ ระบบกษัตริย์และศาสนารวมกันเป็นหนึ่ง.ตามบันทึก มีคณะโอเปราทิเบตร่วมแสดงในกิจกรรมนี้ 12 คณะ ด้วยเหตุนี้ เทศกาลนี้จึงมีประวัติยาวนาน 300 กว่าปี บางครั้งก็ยังหมายถึงเทศกาลโอเปราทิเบตระยะแรกที่โอเปราทิเบตแพร่เข้าสู่เทศกาลกินนมเปรี้ยว เป็นกิจกรรมที่รวมกันระหว่างกิจกรรมทางศาสนาและกิจกรรมรื่นเริง แต่จำกัดขอบเขตอยู่ภายในวัด แรกเริ่มศูนย์กลางของกิจกรรมอยู่ที่วัดเจ๋อปั้ง คนจึงเรียกว่า เทศกาลโชตอนวัดเจ๋อปั้งหลังจากดาไลลามะองค์ที่ 5 ย้ายที่พำนักจากวัดเจ๋อปั้งมาอยู่ที่วังโปตาลา.เทศกาลโชตอนในวันที่ 30 เดือน 6 ของทุกปี จะจัดการแสดงโอเปราทิเบตที่วัดเจ่อปั้งก่อน
วันที่ 2 จึงย้ายไปแสดงที่วังโปตาลาให้องค์ดาไลลามะชม.หลังจากสร้างเมืองหลัวปู้หลินข่าก่อนศตวรรษที่ 18 จึงกลายเป็นวังฤกุร้อนขององค์ดาไลลามะ ในเมื่อเทศกาลโชตอนย้ายจากวังโปตาลาสู่หลัวปู้หลินข่า.พร้อมกับยอมให้คนเข้าชมโอเปราภายในสวนได้.ภายหลัง เทศกาลโชตอนจึงมีความสมบูรณ์มากขึ้น.กลายเป็นพิธีในงานเทศกาลที่มีความมั่นคงงานหนึ่ง

ก่อกำเนิดเป็นเทศกาล
แรกเริ่มเทศกาลก่อกำเนิดที่วัดเจ๋อปั้ง.มาถึงช่วงหลังศตวรรษที่ 17 ถึงต้นศตวรรษทื 18 กษัตริย์แห่งราชวงศ์ชิงได้แต่งตั้งดาไลลามะองค์ที่ 5 และปันเชนลามะองค์ที่ 5 ได้มอบสมุดทองคำ ตราทองคำ ลักษณะเช่นนี้การเมืองและศาสนาของทิเบตจึงมีความเข้มแข็ง.ในปี 1642 ศาสนาพุทธนิกายเก๋อหลู่ของทิเบต (นิกายเหลือง)จึงมีอิทธิพลในทิเบต เอดาไลลามะองค์ที่ 5 ได้รับตำแหน่งท่านได้มาพำนักที่วัดเจ๋อปั้ง ทำให้ราชวงศ์นี้เป็นศูนย์กลางการเมือง ศาสนาและวัฒนธรรม ทุกปีในวันที่ 31 เดือน 6 ตามปฎิทินทิเบต ผู้คนเป็นพันเป็นหมื่นจะหลั่งไหลเข้ามาในวัดทำนมเปรี้ยวมาถวายองค์ดาไลลามะและพระสงฆ์ในวัดเจ๋อปั้งพร้อมกับขอพรให้มีอายุยืน.ผงผลิคอุดมสมบูรณ์ตายไปไม่ตกนรก คณะโอเปราทิเบตและคณะแสดงวัวขามรีในพื้นที่ใกล้เคียงต่างเข้ามาร่วมแสดงเช่นนี้ จึงก่อให้เกิดเป็นงานเทศกาล ที่มั่นคง มีเนื่อหาหลากหลาย เรียกว่า เทศกาสโชตอน ในวันนี้องค์ดาไลลามะจะออกมาชมโอเปรา ในระยะแรกที่โอเปราทิเบตเข้ามาสู่เทศกาลนี้ เริ่มต้นจากกิจกรรมทางศาสนาและกิจกรรมด้านความบันเทิงผสมรวมกัน แต่ก็ยังจำกัดขอบเขตอยู่ภายในวัด โดยมีวัดเจ๋อปั้งเป็นศูนย์กลาง ผู้คนเรียกว่า เทศกาลโชตอนวัดเจ๋อปั้ง

มหกรรมโอเปราทิเบต
หลังจากดาไลลามะองค์ที่ 8 ย้ายมาอยู่ที่หลัวปู้หลินข่า ดาไลลามะองค์ที่ 5 ย้ายจากวัดเจ๋อปั้งมาพำนักที่วังโปตาลา เทศกาลโชคอนก็ย้ายมาจัดที่ เวทีละครกลวงอากาศ ที่วังโปตาลา.เทศกาลโชตอนในวันที่ 30 เดือน 6 ของทุกปี จะเริ่มจากการแสดงโอเปราในวัดเจ๋อปั้งก่อนวันที่ 2 จึงไปแสดงให้องค์ดาไลชมที่วังโปตาลา ปลายสมัยลาไลลามะองคืที่ 7 พระองค์ไม่สบายหลายโรค แพทย์เสนอว่าให้ท่านย้ายไปพำนักที่หลัวปู้หลินข่าวึ่งเป็นชานเมืองด้านตะวันตกเพื่อรักษาตัว เมื่อมาถึงสมัยดาไลลามะองค์ที่ 8 ได้มาสร้างวังที่หลัวปู้หลินข่า
ที่นี่จึงกลายเป็นวังฤดูร้อนขององค์ดาไล ด้วยเหตุนี้ กิจกรรมในเทศกาลโชตอนจึงย้ายมาจัดในหล้วปู้หลินข่า พร้อมทั้งอนุญาตให้ผู้คนเข้ามาชมโอเปราทิเบตในสวนได้.หลังจากนี้.กิจกรรมในเทศกาลโชตอนจึงสมบูรณ์ขึ้น....ก่อเกิดเป็นพิธีในวันเทสกาลที่มีความมั่นคง

การรวมตัวกันที่ลาซา
มีคณะละคร 12 คณะมารวมตัวกันที่ลาซา ในเทศกาลโชตอนนอกจากมีการกินนมเปรี้ยวแล้ว ยังมีการแสดงอเปราทิเบต เหตุนี้.เทศกาลโชตอนจึงถูกเรียกว่า เทศกาลโอเปราทิเบต ในสมัยดาไลองค์ที่ 13 มีคณะโอเปราเข้าร่วมแสดงถึง 12 คณะ เป็นคณะละครหน้ากากขาว 6 คณะวึ่งเป็นตัวแทนของคณะละครโอเปราทิเบตทึ่มีความเก่าแก่ นอกจากนี้.ยังมีการแสดงระบำวัวจามรีแห่งอำเภอฉวี่สุ่ย.การแสดงกลองหนังแกะ.ซึ่งการแสดงโอเปราทิเบตในเทศกาลโชตอนนี้เป็นการแสดงที่มีความตระการตามากที่สุดและได้รับการต้อนรับจากผู้ชมมากที่สุด

กิจกรรมที่ผสมผสาน
เทศกาลโชตอน.เป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทิเบตพุทธศาสนิกชนนับพันนับหมื่นจากทั่วโลกต่างหลั่งไหลมาที่ลาซาด้วยความศรัทธาที่มีต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพุทธศาสนิกชนจะขึ้นไปปฎิบัติธรรมบนภูเขา.เมื่อการปฎิบัติธรรมเสร็จสิ้น.บรรดาญาติพี่น้องก็จะนำนมเปรี้ยวขึ้นภูเขาเพื่อไปต้อนรับพวกเขา.พร้อมทั้งดื่มนมเปรี้ยว.เต้นรำและร้องเพลงกับผู้คนระหว่างทางที่กำลังกลับบ้าน..คณะโอเปราในแต่ละท้องที่ของทิเบตจะมารวมตัวกันที่หลัวปู้หลินข่าในลาซาเพื่อจัดการแสดงและการแข่งขันกันเป็นเวลาหลายวัน.วึ่งเป็นบรรยากาศที่คึกคักมาก พิธีกลางภาพพระที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและการแสดงโอเปร่าทิเบตที่โลดโผน และยังมีการแข่งขันวัวจามรี การแสดงระบำประกอบเพลง ท่วงทำนองแห่งทิเบตที่ดูลึกลับจะปรากฏภายใต้สายตาของท่าน


พิธีกางภาพพระ
เป็นฉากหนึ่งในเทศกาล การกลางภาพพระที่วัดเจ๋อปั้ง เป็นพิธีที่ผู้คนจับตามองด้วยความสนใจ ตอนเช้า 08.00 บนเชิงเขาหลังวัดเจ๋อปั้ง ท่ามกลางแสงแรกของดวงอาทิตย์ และบทสวดมนต์ที่เข้มขลัง ภาพพระศรีศากยมุณี ที่ทอจากไหม 5 สี ขนาดใหญ่ 500 ตร.ม จะถูกค่อยๆๆกลางออก เพื่ออวดสีสัน พุทธศาสนิกชนกว่าหมื่นคน และนักท่องเที่ยวที่ถูกมนต์เสน่ห์อดไม่ได้ที่จะพนมมือไหว้ทำความเคารพ
วัดเจ๋อปั้ง สร้างโดยลูกศิษย์คนที่ 4 ของผู้ก่อตั้งศาสนาพุทธนิกายทิเบต ในปี ค. ศ 1416 มีพื้นที่ 250,000 ตร.ม เป็นพระอารามที่ใหญ่ที่สุดในทิเบต มีกลุ่มสถาปัตยกรรมมีพื้นที่ 4,500 ตร.ม มีหอพระ หอพระคัมภีร์ วิหารหลังใหญ่เป็นต้น เนื่องด้วยเป็นสถาปัตยกรรมเป็นผนังสีขาวสร้างติดภูเขา เมื่อมองจากที่ไกล ๆ เหมือนข้าวสารกองใหญ่ ในภาษาทิเบตเรียกข้าวสารกองใหญ่ว่าเจ๋อปั้ง นี่คือที่มาของชื่อวัด

โอเปร่าทิเบต
โอเปร่าทิเบต เริ่มแสดงในวันที่สอง ของเทศกาลโชตอน ที่หลัวปู้หลินข่า ที่สวนสาธารณะหลงหวางถังตรงข้ามวังโปตาลา คณะโอเปร่าทิเบตแสดงไม่หยุดตั้งแต่ 11 โมงเช้าจนถึงตอนใกล้ค่ำ ตามที่กล่าวเนื่องจากเวลามีจำกัด จึงได้เสนอการแสดงส่วนที่ยอดเยี่ยมที่สุด มิฉะนั้นจะต้องแสดงเป็นเวลาหลายวัน นักแสดงก็มีความสุข ผู้ชมก็มีความสุข จนลืมความเมื่อยล้า ปูเบาะนั่งลงบนพื้น เพื่อนและญาติพี่น้องล้อมวงกัน นำเหล้าชิงเคอ และน้ำชาซูโหยว ที่แบกมาแล้วยังมีอาหารว่างแบบทิเบตที่ทำเอง ชาวทิเบตมากมายที่ฟังโอเปร่าทิเบตไปด้วย ในมือเขย่ากงล้อหมุนไปด้วย หรือนับลูกประคำไปด้วย นิทานโอเปร่าทิเบตมีเรื่อง (จอมเวทย์นั่วซ่า) (เจ้าหญิงเหวินเฉิง) เป็นต้น ด้วยสำเนียงการร้องที่สูง การพูดโต้ตอบที่ใช้เสียงสูงต่ำ กับการเขียนหน้าที่ลึกลับมีเสน่ห์ เครื่องแต่งกายที่เข้มขลัง ท่าทางการเต้นท่าสวยงาม ผ่านการหล่อหลอมมา 600 กว่าปี โอเปร่าทิเบตจึงมีเสน่ห์ที่โดดเด่น

ปฏิธินทิเบตวันที่ 8 – 15 เดือน 7
ละครแต่ละคณะต่างทยอยไปทำการแสดงในเขตเมืองลาซา เรียกว่า ราชาโชว์ต่อน ตามข้อกำหนด การแสดงโอเปร่าทิเบตจะจัดขึ้นในหลัวปู้หลินข่าก่อน นักแสดงหญิงไม่อนุญาติให้ออกแสดง บทผู้หญิงจะใช้นักแสดงชายใส่หน้ากาก หรือแต่งตัวเป็นหญิงออกแสดง ละครที่แสดงตอนนี้ส่วนใหญ่เป็นของแต่ละหน่วยงาน วัด ข้าราชการ และชนชั้นสูง ในเขตเมืองลาซา ได้เชิญคณะละครที่ตัวเองชอบมาแสดง ในพื้นที่เหล่านี้ โอเปร่าทิเบตไม่เพียงแต่สยามตามเรื่องที่กำหนดไว้เท่านั้น ยังสามารถแสดงเรื่องอื่น ๆ ได้ด้วย

ความหมาย
สองร้อยปีมานี้ ที่ลาซามีเทศกาลโชตอนเจ๋อปั้ง โชตอนโปตาลา และโชตอนหลัวปู้หลินข่า ในนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่หลัวปู้หลินข่า เทศกาลโชตอนเป็นเทศกาลที่สำคัญของชาวทิเบต เป็นรูปแบบที่แสดงออกถึงวัฒนธรรมที่สืบต่อมาของชาวทิเบต การฉลองเทศกาลนี้เป็นการเผยแพร่วัฒนธรรม ที่โดดเด่นของชาวทิเบต เสริมสร้างความสามัคคีของชนชาติและรักษาวัฒนธรรมที่หลากหลายบนโลกนี้ไว้
ตามการเปลี่ยนแปลงของประวัติศาสตร์ ปัจจุบันเทศกาลโชตอนได้กลายเป็นเทศกาลกลางภาพพระที่สืบทอดต่อมา มหกรรมการแสดงทางด้านศิลปะ การแข่งขันกีฬา การลงทุนทางด้านธุรกิจ การเจรจาการค้า งานแสดงสินค้าและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเทศกาลยิ่งใหญ่ที่มีการหลอมหลวมกันเป็นหนึ่ง ระหว่างสิ่งที่ตกทอดมาจากอดีตกับยุคปัจจุบัน
ภาพประจำตัวสมาชิก
LanNy
 
โพสต์: 190
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ 10 ต.ค. 2009 5:12 pm

 

เที่ยวกับเราได้ภาพสวย www.TravelProThai.com


ย้อนกลับไปยัง บทความ | สารคดี | Movie | Clip การท่องเที่ยว

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน

cron

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังออนไลน์ทั้งหมด 1 ท่าน :: ไม่มีผู้ใช้งานที่เป็นสมาชิก, ไม่มีผู้ซ่อนตัว และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน (ภายใน 5 นาทีที่ผ่านมาี)
ออนไลน์มากที่สุด 185 ท่าน เมื่อ อาทิตย์ 12 พ.ค. 2013 12:59 pm

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน