วันเวลาปัจจุบัน อังคาร 15 ต.ค. 2019 9:30 pm
Font Size
   
TravelProTeam

Moderator Control Panel ]

ข้อมูลพื้นฐานของมณฑลยูนนาน

[ COMMENT จาก FaceBook]

พูดคุยเรื่องทั่วไป, แนะนำตัวเอง, คุยกันตามประสาคนรักทราเวิลโปร หรือ จะนัดแนะกัน ออกไปพบปะสังสรรค์ หลังจากกลับจาก Trip ท่องเที่ยวมาแล้ว ก็ตามสะดวก นะคร้าบบบ

Moderator: TravelPro Staff

ข้อมูลพื้นฐานของมณฑลยูนนาน

โพสต์โดย LanNy » จันทร์ 09 ก.ค. 2012 6:45 pm

ข้อมูลทั่วไป

ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์

มณฑลยูนนานเป็นมณฑลสำคัญทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เป็นมณฑลชายแดน ไม่มีทางออกทะเล ในอดีต ยูนนานได้ชื่อว่าเป็น "เส้นทางสายไหมตอนใต้" (Southern Silk Road)

พรมแดน มณฑลยูนนานมีอาณาเขตติดต่อกับ 2 มณฑล และ 2 เขตปกครองตนเอง (มีฐานะเทียบเท่ามณฑล) และมีพรมแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน 3 ประเทศ

ทิศเหนือติดกับมณฑลเสฉวน
ทิศตะวันออกติดกับมณฑลกุ้ยโจว และเขตปกครองตนเองกวางสีจ้วง
ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ติดกับเขตปกครองตนเองทิเบต
ทิศตะวันตกเฉียงใต้และทิศตะวันตก มีพรมแดนติดกับพม่า (ความยาวพรมแดน 1,997 กม.)
ทิศตะวันออกเฉียงใต้และทิศใต้ ติดกับเวียดนาม (ความยาวพรมแดน 1,353 กม.) และลาว (ความยาวพรมแดน 710 กม.)

มณฑลยูนนานมี 27 อำเภอใน 8 เขต/เมืองที่มีพรมแดนติดกับ 3 ประเทศดังกล่าว รวมระยะทางพรมแดนที่มณฑลยูนนานติดต่อกับต่างประเทศ 4,060 กม. หรือเท่ากับ 1 ใน 6 ของพรมแดนทางบกทั้งประเทศ โดยมณฑลยูนนานอยู่ห่างจากประเทศไทยประมาณ 250 กิโลเมตร

มณฑลยูนนาน มีพื้นที่ทั้งหมด 394,000 ตารางกิโลเมตร (ใหญ่เป็นอันดับ 8 ของประเทศจีน) ประมาณร้อยละ 93 ของพื้นที่ทั้งหมดเป็นภูเขาและที่ราบสูง มีพื้นที่เพาะปลูกประมาณร้อยละ 7 ระยะทางจากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตกมีระยะทางทั้งหมด 864.9 กิโลเมตร และจากทิศเหนือไปยังทิศใต้มีระยะทาง 990 กิโลเมตร ภาคเหนือและภาคตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นที่ราบสูงและลาดต่ำลงมาทางภาคใต้และตะวันออกเฉียงใต้ มีความแตกต่างในความสูงเหนือระดับน้ำทะเลมาก กล่าวคือ มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลสูงที่สุด 6,740 เมตร ที่อำเภอเต๋อชิน(Deqin) เขตตี๋ชิ่ง (Diqing) และต่ำสุด 76.4 เมตร ที่อำเภอเหอโข่ว (Hekou) เขตหงเหอ (Honghe) ส่วนนครคุนหมิงมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลเฉลี่ย 1,891 เมตร

มณฑลยูนนานมีแม่น้ำไหลผ่านกว่า 600 สาย แม่น้ำสายสำคัญ 6 สาย ได้แก่ แม่น้ำอิระวดี (ภาษาจีนเรียกว่า อีลั่วหว่าตี้เจียง (Yiluowadi Jiang)) แม่น้ำจินซาเจียง (Jinsha Jiang) (เป็นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำแยงซีเกียงตอนบน) แม่น้ำนู่เจียง (Nu Jiang) (ไหลลงสู่ประเทศพม่า) แม่น้ำจูเจียง (Zhu Jiang) (ต้นน้ำของแม่น้ำจูเจียงในนครกวางโจว) แม่น้ำล้านช้าง (Lanchang Jiang) (หรือแม่น้ำโขงไหลลงสู่ประเทศพม่า ลาว ไทย กัมพูชา เวียดนาม) และแม่น้ำหงเหอ (Honghe) (ไหลลงสู่ประเทศเวียดนาม) โดยแม่น้ำ 2 สายหลังถือเป็นแม่น้ำนานาชาติ (คำว่า เจียง และ เหอ แปลว่าแม่น้ำ เช่นกัน)

มณฑลยูนนานแบ่งเขตการปกครองเป็น 17 เขต/เมือง กล่าวคือ เขต (Prefecture) 7 เขต ได้แก่ เขตจ้าวทง (Zhaotong) ชูจิ้ง (Qujing) ยู้วซี (Yuxi) ซือเหมา (Simao) เป่าซาน (Baoshan) ลี่เจียง (Lijiang) และหลินชาง (Lincang) เขตปกครองตนเองของชนกลุ่มน้อย (Autonomous Prefecture) 8 เขต ได้แก่ เหวินซาน (Wenshan) (ชนชาติจ้วงและแม้ว) หงเหอ (Honghe) (ชนชาติฮาหนีและอี๋) สิบสองปันนา (Xishuangbanna) (ชนชาติไต) ฉู่สุง (Chuxiong) (ชนชาติอี๋) ต้าหลี่ (Dali) (ชนชาติไป๋และไต) เต๋อหง (Dehong) (ชนชาติไตและจิ่งพอ) นู่เจียง (Nujiang) (ชนชาติลีซอ) และตี๋ชิ่ง (Diqing) (ชนชาติทิเบต) และเมืองที่ขึ้นตรงต่อมณฑล (Provincially Administered Municipality) 2 เมือง ได้แก่ นครคุนหมิง (Kunming) และเมืองตงชวน (Dongchuan) โดยมีนครคุนหมิง (Kunming Municipality) เป็นเมืองหลวงของมณฑล

จากจำนวน 17 เขต/เมืองข้างต้นแบ่งหน่วยการปกครองระดับรองลงมาเป็น 128 อำเภอ/เมือง ในจำนวนนี้แยกเป็นเมืองที่ขึ้นตรงต่อเขต (Prefectural Administered Municipality) 13 เมือง อำเภอ (County) 81 อำเภอ อำเภอที่ปกครองตนเองของชนกลุ่มน้อย (Autonomous County) 29 อำเภอ และเขตที่ขึ้นตรงต่อนครคุนหมิง (District under Kunming Municipality) 4 เขต

ขนาดพื้นที่

มณฑลยูนนาน มีพื้นที่ 394,139 ตารางกิโลเมตร มีขนาดเป็น 0.77 เท่าของพื้นที่ประเทศไทย โดยมณฑลยูนนานมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 8 ของประเทศจีน

ประชากร

ในปี 2553 มณฑลยูนนาน มีประชากรทั้งสิ้นประมาณ 46 ล้านคน ประชากรส่วนใหญ่ของมณฑลยูนนานเป็นชาวฮั่น (ประมาณ 30.82 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 67) และมีชนกลุ่มน้อยอีก 25 ชนชาติ (ประมาณ 16.18 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 33) จาก 55 ชนชาติทั่วจีน จัดเป็นมณฑลที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์มากที่สุดของจีน

ภูมิอากาศ

มณฑลยูนนานมีภูมิอากาศเย็นสบาย ฤดูหนาวอากาศไม่หนาวจัดและฤดูร้อนอากาศไม่ร้อนจัด อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีอยู่ระหว่าง 15-18 องศาเซลเซียส นครคุนหมิงได้รับสมญาว่าเป็นเมืองแห่งฤดูใบไม้ผลิ (Spring City) ของจีน

ทรัพยากรธรรมชาติ

มณฑลยูนนานนับเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งพันธุ์ไม้และสัตว์นานาชนิด จนได้รับสมญานามว่า "อาณาจักรแห่งพันธุ์ไม้" และ "อาณาจักรแห่งสัตว์" และยังมีแหล่งพลังงานทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำและพลังความร้อนจากถ่านหิน รวมทั้งมีแหล่งทรัพยากรท่องเที่ยวมากมาย

ทรัพยากรแร่ธาตุที่สำคัญของยูนนาน ได้แก่ ตะกั่ว สังกะสี ดีบุก เหล็กและเหล็กกล้า ฟอสฟอรัส ถ่านหิน ทองแดง ฯลฯ ผลิตผลทางการเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว ใบยาสูบ ยางพารา อ้อย ใบชา สมุนไพรและผลิตภัณฑ์ป่าไม้ ฯลฯ ผลิตผลทางอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การผลิตโลหะไม่เป็นสนิม (non-ferrous metal) อุตสาหกรรมฟอสฟอรัส พลังงานไฟฟ้า อุตสาหกรรมหล่อโลหะ การแปรรูปผลิตภัณฑ์ป่าไม้ อุตสาหกรรมผลิตบุหรี่ น้ำตาล ใบชา ยางพารา อุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมไฟฟ้า ฯลฯ

เมืองเอกของมณฑล

นครคุนหมิง เป็นเมืองหลวงของมณฑลยูนนานมีอายุเก่าแก่ถึง 2,300 ปี มีพื้นที่ 21,018 ตร.กม. มีขนาดใหญ่กว่ากรุงเทพฯ ประมาณ 13 เท่า (กรุงเทพฯ มีพื้นที่ 1,568 ตร.กม.) ตั้งอยู่ใจกลาง ที่ราบสูง Yunnan-Guizhou ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,500-2,800 เมตร ใจกลางนครคุนหมิงสูงกว่าระดับน้ำทะเลเฉลี่ย 1,900 เมตร มีประชากรประมาณ 6.432 ล้านคน เป็นชาวฮั่นร้อยละ 80 อีกร้อยละ 20 เป็นชนกลุ่มน้อย

นครคุนหมิงได้รับสมญานามว่า “City of Eternal Spring”เพราะอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 15.1 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุดและต่ำสุด โดยเฉลี่ย 19.7-7.5 องศาเซลเซียสเดือนที่ร้อนที่สุดคือเดือนกรกฎาคม อุณหภูมิ 19.7 เดือนที่หนาวที่สุดคือเดือนมกราคม อุณหภูมิ 7.5 องศา

การปกครอง เทศบาลนครคุนหมิง แบ่งออกเป็น 1 เมือง (City) ได้แก่ Anning City 5 อำเภอ (District) ได้แก่ Wuhua, Panlong, Guandu, Xishan, และ Dongchuan และ 8 ตำบล (counties) ได้แก่ Chenggong, Jinning, Yiliang, Songming, Fumin, Shilin Yi Autonomous County, Luquan Yi and Miao Autonomous County, Xundian Hui and Yi Autonomous County

โครงสร้างการปกครองในนครคุนหมิง ประกอบด้วย

1. Kunming Municipal Committee of the Communist Party of China (CPC) พรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำนครคุนหมิง – ตำแหน่งสูงสุดคือ เลขาธิการพรรค (นาย Qiu He) ได้รับการแต่งตั้งจากพรรคคอมมิวนิสต์จีน ปักกิ่ง มีหน้าที่ในการวางนโยบาย และดูแลกิจกรรมของพรรคคอมมิวนิสต์

2. Standing Committee of Kunming Municipal People’s Congress (PC) คณะกรรมการประจำสภาประชาชนนครคุนหมิง - ตำแหน่งสูงสุดคือ Chairman (นาย Yang Yuanxiang) ได้รับการเลือกตั้งจากสมาชิกสภาประชาชนนครคุนหมิง ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชนในอำเภอ และเขตต่างๆ ในนคร คุนหมิง (สมาชิกสภาฯ มีจำนวน 400 กว่าคน)

3. Kunming Municipal Committee of Chinese People’s Political Consultative Conference (CPPCC) สภาที่ปรึกษาการเมืองประจำนครคุนหมิง ตำแหน่งสูงสุดคือ Chairman (นาย Tian Yunxiang) ประกอบด้วยสมาชิกจากพรรคการเมืองอื่นซึ่งไม่ใช่พรรคคอมมิวนิสต์ มีหน้าที่ให้คำปรึกษาด้านการเมือง มีวาระในการดำรงตำแหน่ง 5 ปี

4. People’s Government of Kunming Municipality ตำแหน่งสูงสุดคือ นายกเทศมนตรี (นาย Zhang Zulin) มีวาระในการดำรงตำแหน่ง 5 ปี

เมืองอุตสาหกรรมหลัก

1. เมืองตงชวน (Dongchuan)

ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลยูนนาน เป็นเมืองที่มีแร่ทองแดงอุดมสมบูรณ์ และเป็นแหล่งผลิตทองแดงที่สำคัญของประเทศจีน เมืองตงชวนอยู่ใต้การปกครองของรัฐบาลมณฑลโดยตรง นอกจากจะเป็นแหล่งผลิตทองแดงแล้ว เมืองตงชวนยังเป็นแหล่งผลิตปูนซิเมนต์ คอมเพรสเซอร์ของเครื่องปรับอากาศ อุปกรณ์ผลิตพลังงานความร้อนจากแผ่นรับแสงอาทิตย์

2. เมืองเก้อจิ้ว (Gejiu)

ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของมณฑลยูนนาน เป็นเมืองหลักของเขตหงเหอ (Honghe) มีชื่อเสียงในการทำเหมืองแร่ดีบุกและการแยกแร่ธาตุ เมืองเก้อจิ้วได้ชื่อว่าเป็น “เมืองหลวงแห่งดีบุก” (Tin Capital) เนื่องจากมีปริมาณแร่ดีบุกถึงครึ่งหนึ่งของทั้งประเทศจีน

3. เมืองฉู่จิ้ง (Qujjing)

ตั้งอยู่ทางตะวันออกของมณฑลยูนนาน เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำที่ยาวที่สุดอันดับ 4 ของจีน คือ แม่น้ำจูเจียง (Pearl River) เมืองฉู่จิ้งเป็นเมืองหลักที่เชื่อมระหว่างที่ราบสูงยูนนานกับที่ราบภาคกลางของจีน อุตสาหกรรมหลักของเมืองฉู่จิ้ง คือ การทำเหมืองถ่านหิน การผลิตกระแสไฟฟ้า โลหะและเหล็ก การผลิตรถยนต์ เคมีภัณฑ์ อุปกรณ์เครื่องจักร วัสดุก่อสร้าง การผลิตบุหรี่ อุตสาหกรรมเบา สิ่งทอ ยา และการแปรรูปอาหาร

4. เมืองยวี่ซี (Yuxi)

ตั้งอยู่ทางตอนกลางของมณฑลยูนนาน มีชื่อเสียงในด้านการปลูกข้าวและใบยาสูบ และเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมบ่มใบยาสูบ มีโรงงานผลิตบุหรี่ที่ใหญ่ที่สุดของจีนคือ โรงงาน Yuxi Cigarette Factory ตั้งอยู่ เมืองยวี่ซีเป็นเมืองที่มีผลผลิตด้านอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับสองของมณฑล ซึ่งได้จากอุตสาหกรรมการผลิตบุหรี่

เมืองท่องเที่ยวหลัก

1. เมืองต้าหลี่ (Dali)

เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในทางประวัติศาสตร์และการผลิตหินอ่อน ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเอ๋อไห่ (Erhai Lake) ตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 ถึง 13 เมืองต้าหลี่เป็นศูนย์กลางด้านการเมืองเศรษฐกิจและ วัฒนธรรมของมณฑลยูนนาน ปัจจุบันยังคงมีร่องรอยทางประวัติศาสตร์ปรากฎให้เห็นอยู่ภายในตัวเมืองต้าหลี่ โดยเฉพาะสถาปัตยกรรมของชนชาไป๋ (BaiPeople) ซึ่งเป็นคนเชื้อชาติหลักของเมืองต้าหลี่ ซึ่งมีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะ ความสวยงามของภูมิประเทศและสีสันของประเพณีของชนชาวไป๋ได้ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้เดินทางมาเที่ยวชมเมืองต้าหลี นอกจากนี้ เมืองต้าหลี่ยังเป็นศูนย์กลางการค้าที่ใหญ่ที่สุด และเป็นแหล่งการคมนาคมขนส่งที่สำคัญทางภาคตะวันตกของมณฑลยูนนาน

เมืองต้าหลี่ เป็นเขตปกครองตนเองของชนชาติไป๋ (Bai) แห่งเดียวในประเทศจีน มีพื้นที่ประมาณ 29,500 ตารางกิโลเมตร และอยู่ห่างจากนครคุนหมิงประมาณ 338 กิโลเมตร

สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองต้าหลี่

เมืองต้าหลี่ ถูกเรียกว่า ”เมืองแห่งลม ดอกไม้ หิมะ และพระจันทร์” โดยลมหมายถึง ลมของเมืองเซี้ยนกวน (Xianguan) ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศใต้ของทะเลสาบเอ๋อไห่ เนื่องจากตัวเมืองมีลักษณะเป็นช่องลมระหว่างภูเขา ทำให้มีลมแรงตลอดปี ในขณะที่ดอกไม้หมายถึง ดอกไม้ของเมืองซ่างกวน (Shangguan) สำหรับหิมะหมายถึงหิมะบนยอดเขาชางซาน (Cangshan) ซึ่งสามารถมองเห็นได้ตลอดปี ส่วนพระจันทร์ คือ เงาของพระจันทร์ที่สะท้อนอยู่ในทะเลสาบเอ๋อไห่

1.1 ภูเขาชางซาน (Cangshan)

มีความยาว 50 กิโลเมตรทอดยาวจากทิศเหนือไปยังทิศใต้ มีความสูงเฉลี่ยเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 3,500 เมตร ประกอบด้วยยอดเขาทั้งหมด 19 ยอด โดยยอดเขาที่สูงสุดมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลเท่ากับ 4,122 เมตร มีแหล่งต้นน้ำลำธารทั้งหมด 18 สาย ซึ่งก่อให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวมากมาย เช่น น้ำตกชิงปี้ (Qingbi Xi) ทะเลสาบสีหม่า (Xima Tan) ทะเสสาบหวงหลง (Huanglong Tan) ทะเลสาบเฮยหลง (Heilong Tan) เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบว่ามีพันธุ์พืชและต้นไม้ที่หาได้ยากมากมาย

1.2 ทะเสสาบเอ๋อไห่ (Erhai)

ตั้งอยู่ใกล้กับภูเขาชางซาน มีพื้นที่ทั้งหมด 251 ตารางกิโลเมตร มีความยาวเท่ากับ 41.5 กิโลเมตร และมีความกว้างตั้งแต่ 3-9 กิโลเมตร ในทะเลสาบมีเกาะเล็ก ๆ ทั้งหมด 3 เกาะ

1.3 วัดฉงเซิง (Chongshengsisanta)

เป็นวัดศาสนาพุทธที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอาณาจักรน่านเจ้า ปัจจุบันเป็นที่รู้จักเนื่องจากเป็นที่ตั้งของ “เจดีย์ 3 องค์” (San Ta) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองต้าหลี่

1.4 ภูเขาจีจู๋ (Jizushan)

ตั้งอยู่ในอำเภอปินฉวน (Binchuan) เนื่องจากลักษณะของยอดเขาบนภูเขามีลักษณะคล้ายเท้าไก่ จึงถูกเรียกว่า จีจู๋ซาน ซึ่งมีความหมายว่า ภูเขาเท้าไก่ เป็น 1 ใน 5 ภูเขาที่มีร่องรอยสิ่งก่อสร้างของศาสนาพุทธในประเทศจีน บนภูเขามีวัดศาสนาพุทธตั้งอยู่ 3 แห่ง นอกจากนี้ภูเขาจีจู๋ซาน ยังถูกจัดเป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติของมณฑลยูนนานอีกด้วย

เทศกาลที่สำคัญของเมืองต้าหลี่

เทศกาลคบเพลิงของชนชาติไป๋ (Baizu Huoba Jie) เป็นเทศกาลที่สำคัญสำหรับชนชาติไป๋ รองจากเทศกาลตรุษจีน โดยจะจัดขึ้นทุก ๆ วันที่ 25 เดือนหก ตามปฏิทินจันทรคติ โดยจัดขึ้นเพื่อรำลึกวีรสตรีชนชาติไป๋ที่มีชื่อว่า “ไป๋ เจ๋” (Bai Jie) ในเทศกาลนี้ผู้หญิงทุกคนจะทาเล็บสีแดง คบเพลิงขนาดใหญ่จะถูกจุดขึ้นภายในตัวเมือง ในขณะที่ประชาชนจะถือคบเพลิงเล็ก ๆ โบกไปมา นอกจากนี้ยังอาจจัดการแข่งม้าด้วย

2. เมืองลี่เจียง (Lijiang)

ตั้งอยู่ตอนล่างของเทือกเขาหิมะหยู่หลง (Yulong Snow Mountain Range) บนที่ราบสูงทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลยูนนาน เป็นบริเวณที่มีจุดเปลี่ยนทิศทางการไหลของแม่น้ำแยงซีไปยังภาคตะวันออกของจีน สิ่งที่น่าสนใจของเมืองลี่เจียง คือ วัฒนธรรมตงปา (Dongba) ของชนเผ่าน่าซี (Naxi) ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อักษรตงปา (Dongba Scripture)ซึ่งเป็นอักษรภาพโบราณของชนเผ่าน่าซี สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองลี่เจียง ได้แก่ ภูเขาหิมะ และเมืองโบราณต้าเหยียนเจิ้น (Dayanzhen)

เมืองลี่เจียงตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของนครคุนหมิง โดยห่างจากนครคุนหมิง 580 กิโลเมตร เมืองลี่เจียงมีพื้นที่ทั้งหมด 21,219 ตารางกิโลเมตร ทางเหนือติดกับเขตปกครองตนเองชนชาติทิเบตตี๋ชิ่ง (Diqing) ในมณฑลยูนนาน ทางใต้ติดกับเขตปกครองตนเองชนชาติป๋ายต้าหลี่ (Dali) และเขตปกครองตนเองชนชาติอี๋ฉู่สุง (Chuxiong) ในมณฑลยูนนาน ทางตะวันตกติดกับเขตปกครองตนเองชน ชาติลีซอนู่เจียง (Nujiang) ในมณฑลยูนนาน และทางตะวันออกติดกับมณฑลเสฉวน

เมืองลี่เจียงเป็นเมืองเก่าแก่เมืองหนึ่งในมณฑลยูนนาน ประชาชนส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าน่าซี ซึ่งเป็นชนเผ่าที่ยังคงรักษาวัฒนธรรมของตนเอง (ซึ่งเรียกว่า วัฒนธรรมตงปา) ได้อย่างเหนี่ยวแน่น ไม่ว่าจะเป็นตัวอักษรตงปา (อักษรรูปภาพ) หรือดนตรีชาวน่าซี ชนเผ่าน่าซี มีสังคมที่ผู้หญิงเป็นใหญ่ และเป็นเสาหลักในการหาเลี้ยงครอบครัว

ในสมัยราชวงศ์ฮั่น และราชวงศ์ถัง เมืองลี่เจียงถือเป็นเมืองที่มีบทบาทสำคัญในเส้นทางการค้าไหม และชาทางตอนใต้ของจีน เนื่องจากเป็นเมืองผ่านที่จะไปยังทิเบต และอินเดีย

สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญในเมืองลี่เจียง

2.1 เมืองเก่าลี่เจียง (Lijiang Gucheng)

หรือที่เรียกกันว่า เมืองเก่าต้าเหยียน (Dayan) เป็นเมืองเก่าที่มีอายุกว่า 800 ปี สร้างขึ้นในช่วงสมัยราชวงศ์ซ่ง (Song) และราชวงศ์หมิง (Ming) ครอบคลุมพื้นที่กว่า 14 ตารางกิโลเมตร มีประชาชนพักอาศัยอยู่ประมาณ 4,200 ครัวเรือน ลักษณะพิเศษของเมืองเก่านี้คือ บ้านชั้นเดียวที่สร้างด้วยไม้ หลังคามุงกระเบื้องดินเผา ทางเดินในเมืองที่ทำจากหินทั้งหมด สะพานเล็ก ๆ ที่สร้างจากหินและไม้กว่า 354 สะพาน และคลองเล็กใสที่ไหลผ่านทั่วเมืองจนได้รับการขนานนามว่า “Oriental Venice” ซึ่งคลองเหล่านี้ยังคงป็นแหล่งน้ำอุปโภคที่สำคัญ โดยมีต้นน้ำมาจากภูเขาหิมะมังกรหยก โดยน้ำเหล่านี้จะไหลไปรวมกันที่ สวนเฮยหลงถาน นอกจากนี้ บริเวณใจกลางเมืองเก่าลี่เจียงมีลานวัฒนธรรมชื่อว่า Sifang Market ซึ่งในสมัยราชวงศ์หมิงเป็นตลาดการค้าที่สำคัญ แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี 2539 ทำให้เมืองเก่าลี่เจียงได้รับความเสียหายค่อนข้างมาก จึงได้มีการบูรณะซ่อมแซมขึ้นใหม่โดยยังคงรูปแบบเดิมเอาไว้ ในปี 2540 เมืองลี่เจียงได้รับคัดเลือกจาก UNESCO ให้เป็นเมืองมรดกโลกทางด้านธรรมชาติ และวัฒนธรรม

2.2 ซานเหยียนจิ่ง (Sanyanjing / Three Wells)

เป็นบ่อน้ำธรรมชาติที่ตั้งอยู่ในเมืองเก่าลี่เจียง บ่อน้ำแห่งนี้เป็นบ่อน้ำธรรมชาติ มีลักษณะเป็นบ่อน้ำ 3 บ่อเชื่อมต่อกัน โดยมีต้นน้ำมาจากตาน้ำใต้ดินซึ่งผุดออกมาจากบ่อแรก ถือเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของชาวน่าซีในอดีต โดยชาวน่าซีได้มีการกำหนดการใช้น้ำในแต่ละบ่อไว้อย่างชัดเจน คือ บ่อแรก เป็นบ่อน้ำสำหรับบริโภค บ่อที่สอง เป็นบ่อน้ำสำหรับล้างผัก และบ่อน้ำที่สาม เป็นบ่อน้ำสำหรับซักผ้า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการรู้จักใช้น้ำอย่างประหยัดของชาวน่าซี แม้ว่าเมืองลี่เจียงจะเป็นเมืองที่มีน้ำใช้อย่างอุดมสมบูรณ์ก็ตาม



2.3 ภูเขาหิมะมังกรหยก (Yulong Xueshan, Jade Snow Dragon Mountian)

ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเก่าลี่เจียง เป็นภูเขาที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล โดยเฉลี่ย 4,000 เมตร เนื่องจากมียอดเขา 13 ยอดเรียงต่อกัน และปกคลุมด้วยหิมะ มีลักษณะคล้ายมังกร จึงถูกเรียกว่า ภูเขาหิมะมังกรหยก เป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของเมืองลี่เจียง และยังเป็นแหล่งที่พบพันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ที่หลากหลาย บริเวณยอดของภูเขาหิมะมังกรหยก สามารถนั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นไปได้ ซึ่งถือเป็นจุดชมวิวเมืองลี่เจียงที่สวยงาม และเป็นยอดเขาที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี
463446_391696597543178_1852447060_o.jpg


2.4 ทุ่งหญ้ายูนซานผิง (Yunshanping)

ตั้งอยู่บริเวณไหล่เขาทิศตะวันออกของยอดเขาหลักของภูเขาหิมะมังกรหยก เป็นทุ่งหญ้าที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 3,240 เมตร เป็นจุดชมวิวยอดเขาหิมะมังกรหยก ทุ่งหญ้าเขียวชอุ่มแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่หลังป่าต้นยูนซาน (หรือต้นฉำฉา) และต้นสนที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของจามรี วัว แพะ และม้าที่ชาวบ้านชนเผ่าน่าซีเลี้ยงไว้ ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ มีการจัดแสดงการเต้นรำและร้องเพลงของชนเผ่าน่าซี ทุ่งหญ้ายูนซานผิงสามารถขึ้นไปได้โดยนั่งกระเช้าไฟฟ้า

2.5 สระน้ำมังกรดำ (Heillongtan, Black Dragon Pool)

หรือที่รู้จักกันว่า สวนยู้วฉวน (Yuquan) ตั้งอยู่ในตัวเมืองลี่เจียง ห่างจากตัวเมืองเก่าลี่เจียงไปทางทิศเหนือประมาณ 1 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 11,390 ตารางเมตร สระน้ำมังกรดำมีจุดเด่นที่ความใสของน้ำที่ใสราวกับมรกต นอกจากนี้ ภายในสวนยังมีสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ที่ผสมผสานวัฒนธรรมของชาวฮั่น ทิเบต และน่าซี ไว้ด้วยกัน อาทิ สะพาน Suocui ซึ่งเป็นสะพานหินอ่อนสีขาว ตั้งอยู่กลางสระน้ำมังกรดำ, Dayue Pavilion ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง (Ming), วัด Longsheng พิพิธภัณฑ์ตงปา และสถาบันศึกษาวัฒนธรรมตงปา ภายในสระน้ำมังกรดำยังเป็นจุดชมวิวภูเขาหิมะมังกรหยกที่สวยงามอีกด้วย

2.6 บ้านตระกูลมู่ (Mujiayuankezhan, Mu’s Mansion)

เมื่อ 470 ปีก่อน ตระกูลมู่เป็นตระกูลที่ปกครองเมืองลี่เจียงถึง 22 รุ่น (คือสมัยราชวงศ์หยวน หมิง และชิง) ในยุคดังกล่าว เมืองลี่เจียงมีเพียง 2 ตระกูล ซึ่งตระกูล (หรือแซ่) จะเป็นเครื่องบ่งบอกสถานะทางสังคม คือ แซ่มู่ เป็นชนชั้นปกครอง และแซ่เหอ เป็นชนชั้นแรงงาน ในสมัยที่ตระกูลมู่ปกครองเมืองลี่เจียงนั้น ได้ห้ามการสร้างกำแพงล้อมรอบเมือง เนื่องจากผู้ปกครองเมืองแซ่มู่ ซึ่งแปลว่าต้นไม้ หรือไม้ หากสร้างกำแพงล้อมรอบเมือง ก็เปรียบเสมือนวาดกรอบล้อมรอบคำว่า มู่ ซึ่งจะทำให้อักษรมู่ในภาษาจีน กลายเป็นคำว่า คุน ซึ่งแปลว่า การกักขัง ซึ่งจะไม่เป็นมงคลต่อตระกูลมู่ ตระกูลมู่ยังสั่งให้ชาวบ้านสร้างธรณีประตูบ้านให้สูง เพื่อมิให้คนทั่วไปเหยียบธรณีประตู ซึ่งทำจากไม้ ซึ่งเปรียบเสมือนการเหยียบย่ำตระกูลมู่ นอกจากนี้ ยังให้ชาวบ้านสร้างคานบ้านให้ต่ำ เพื่อให้ทุกคนต้องก้มหัวให้กับคานบ้าน ซึ่งทำจากไม้ เพื่อให้ชาวบ้านระลึกตลอดเวลาว่าต้องให้ความเคารพแก่ตระกูลมู่ สถาปัตยกรรมในบ้านตระกูลมู่เป็นศิลปะสมัยราชวงศ์ หมิง (Ming) ผสมผสานกับวัฒนธรรมชนเผ่าน่าซี มีการจัดสวนโดยนำพันธุ์ไม้หายากหลายชนิดมาจัดวางเข้าด้วยกัน สะท้อนให้เห็นถึงความเปิดกว้างที่จะรับสิ่งใหม่ ๆ จากภายนอก ตระกูลมู่เป็นตระกูลที่ให้ความสำคัญกับการศึกษา ภายในบริเวณบ้านมีหอสมุดขนาดใหญ่ชื่อว่า “หอสมุดหมื่นเล่ม” เพื่อเป็นแหล่งความรู้สำหรับลูกหลานภายในตระกูล มีห้องประชุมภายใน ซึ่งในอดีตใช้เป็นสถานที่ไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้งระหว่างสมาชิกในตระกูล และมีลานสำหรับจัดการแสดงดนตรี และงานรื่นเริงภายในตระกูลด้วย

2.7 โค้งแรกแม่น้ำแยงซี (Changjiangdiyiwan)

ห่างจากเมืองเก่าลี่เจียง 53 กิโลเมตร เกิดจากแม่น้ำแยงซี (หรือที่คนจีนเรียกว่า แม่น้ำฉางเจียง) ที่ไหลลงมาจากที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบต มากระทบกับภูเขาไห่หลอ ทำให้ทิศทางของแม่น้ำหักโค้งไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จนเกิดเป็นโค้งน้ำที่สวยงาม

2.8 หุบเขาเสือกระโจน (Hutiaoxia)

ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างทางแยกของเมืองลี่เจียงและเมืองจงเตี้ยน เป็นหุบเขาในช่วงที่แม่น้ำแยงซีไหลลงมาจากจินซาเจียง (แม่น้ำทรายทอง) น้ำบริเวณนี้ไหลเชี่ยวมาก ช่วงที่แคบที่สุดมีความกว้างเพียง 30 เมตร ตามตำนานเล่าว่า ในอดีตช่องแคบนี้มีเสือกระโดดข้ามไปยังฝั่งตรงข้ามได้ เนื่องจากกลางแม่น้ำบริเวณนี้มีหินที่เรียกว่า “หินเสือกระโดด” ซึ่งก้อนหินมีความสูงกว่า 13 เมตร จึงเป็นที่มาของชื่อ “ช่องแคบเสือกระโดด”

2.9 ทะเลสาบหลูกูหู (Lugu Hu)

ห่างจากตัวเมืองลี่เจียงไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 280 กิโลเมตร ทะเลสาบครอบคลุมพื้นที่ 58 ตารางกิโลเมตร สูงจากระดับน้ำทะเล 2,690 เมตร มีความลึกเฉลี่ย45 เมตร โดยมีจุดที่ลึกที่สุดถึง 90 เมตร จัดเป็นทะเลสาบที่ลึกเป็นอันดับสองของมณฑลยูนนาน ภายในทะเลสาบมีเกาะ 5 เกาะ 1 หมู่เกาะ และมีแหลมที่ยื่นไปในทะเลสาบ 3 แหลม น้ำในทะเลสาบใสมาก สามารถมองเห็นได้ชัด (Visibility) ภายในระยะ 11 เมตร

3. เมืองจิ่งหง หรือเชียงรุ่ง (Jinghong)

เป็นเมืองหลวงของเขตปกครองตนเองชนชาติไตสิบสองปันนา ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง (หรือที่จีนเรียกว่า แม่น้ำล้านช้าง) มีภูมิประเทศและภูมิอากาศแบบเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน ชนชาติไตและชนกลุ่มน้อยที่นับถือศาสนาพุทธนิกายหินยานเป็นชนกลุ่มหลักที่อาศัยอยู่ในเขตนี้ เมืองเชียงรุ่งเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาพฤกษศาสตร์และสัตว์ของมณฑลยูนนาน สถาบันวิจัยที่มีชื่อเสียงของมณฑลยูนนาน ได้แก่ Yunnan Tropical Crops Institute และ Yunnan National Laboratory Primate Center of China ที่ตั้งอยู่ที่เมืองเชียงรุ่งนี้

4. เมืองเจี้ยนสุ่ย (Jianshui)

ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของแม่น้ำหงเหอ (Honghe) หรือแม่น้ำแดง ในเขตหงเหอ (Honghe) ย้อนหลังไปในศตวรรษที่ 3 ในสมัยราชวงศ์หยวน (Yuan Dynasty) เมืองเจี้ยนสุ่ยเคยเป็นศูนย์กลางด้านการเมือง การทหาร เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของมณฑลยูนนานทางตอนใต้ สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาตร์ที่สำคัญของเมืองเจี้ยนสุ่ย คือ วัดขงจื้อ (Grand Confucian Temple) ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1325 เมืองเจี้ยนสุ่ยมีชื่อเสียงในการผลิตเครื่องเคลือบดินเผาสีดำ (black pottery) อีกด้วย

5. เมืองเถิงชง (Tengchong)

ตั้งอยู่ที่ชายแดนภาคตะวันตกของมณฑลยูนนาน อยู่ในเขตเป่าซาน เป็นสถานที่หยุดพักจุดสุดท้ายในประเทศจีนของเส้นทางสายไหมทางตอนใต้ (Southern Silk Road) ในอดีตเมืองเถิงชง มีชื่อเสียงในด้านหยก แหล่งน้ำพุ และภูเขาไฟที่มอดดับแล้ว



เมืองสำคัญอื่น ๆ


1. เมืองไคหย่วน (Kaiyuan) เป็นเมืองศูนย์กลางทางการคมนาคมขนส่งทางตอนใต้ของมณฑล ยูนนาน ตั้งอยู่ในเขตหงเหอ

2. เมืองเป่าซาน (Baoshan) ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกของมณฑลยูนนาน มีทรัพยากรธรรมชาติในเขตร้อนมาก เมืองเป่าซานเป็นแหล่งผลิตอ้อย และกาแฟอาราบีก้าที่สำคัญของจีน

3. เมืองฉู่สง (Chuxiong) ตั้งอยู่ระหว่างนครคุนหมิงกับเมืองต้าลี่ เมืองฉู่สงเป็นเมืองหลักของเขตปกครองตนเองชนชาติอี๋ฉู่สง (Chuxiong Yi Autonomous Prefecture) เมืองฉู่สงมีชื่อเสียงในการผลิตผ้าไหม และบุหรี่

4. เมืองจ้าวทง (Zhaotong) ตั้งอยู่ติดกับมณฑลเสฉวน (Sichuan) และกุ้ยโจว (Guizhou) เป็นเมืองสำคัญในด้านการผลิตของมณฑลยูนนานทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

5. เมืองซือเหมา (Simao) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของมณฑลยูนนาน มีท่าเรือที่สำคัญริมฝั่งแม่น้ำโขง

6. เมืองรุ่ยลี่และหว่านติง (Ruili and Wanding) ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลยูนนาน อยู่ในเขตเต๋อหง (Dehong) มีพรมแดนติดต่อกับประเทศพม่า ทั้งสองเมืองเป็นเมืองการค้าชายแดนที่มีความสำคัญของมณฑล เป็นที่ตั้งเขตความร่วมมือด้านเศรษฐกิจชายแดน และเปิดให้เป็นเมืองเปิดสำหรับชาวต่างชาติ

7. เมืองเหอโข่ว (Hekou) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของมณฑลยูนนาน อยู่ในเขตเหวินซาน (Wenshan) มีชายแดนติดกับประเทศเวียดนามและเป็นเขตการค้าชายแดน

8. เมืองเหวินซาน (Wenshan) ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของมณฑลยูนนาน มีชื่อเสียงในการผลิตสมุนไพรจีน เช่น ซานชี ซึ่งมีสรรพคุณคล้ายโสมจีน

9. เมืองหลูสุ่ยและเมืองจงเตี้ยน (Lushui and Zhongdian) ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลยูนนาน มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ แต่ยังไม่ได้รับการพัฒนามากนัก

10. เมืองหลินชัง (Lincang) ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลยูนนาน เป็นแหล่งปลูกพืชเศรษฐกิจเขตร้อน และเป็นที่ตั้งของเขื่อนม่านวาน (Manwan Hydro Power Station)
ข้อมูลพื้นฐานทางเศรษฐกิจ

ปี 2554 มณฑลยูนนานมี GDP เท่ากับ 875,095 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ร้อยละ 13.7 ในส่วนของ GDP นครคุนหมิงมีมูลค่า 250,000 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปี 2553 กว่าร้อยละ 14 และมีรายได้การคลัง 225,820 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากจากปี 2553 ร้อยละ 24.8 รายได้การคลังท้องถิ่น 111,080 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากจากปี 2553 ร้อยละ 27.5 การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร 710,970 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากจากปี 2553 ร้อยละ 27

ในปี 2553 มณฑลยูนนานมี GDP เท่ากับ 722,000 ล้านหยวน โดยมีอัตราการขยายตัวจากปี 2552 ร้อยละ 12.3 GDP ของมณฑลยูนนาน คิดเป็นร้อยละ 2.67 ของ GDP จีนทั้งประเทศ (27 ล้านล้านหยวน) จัดเป็นอันดับที่ 24 จาก 31 มณฑลของจีน และคิดเป็นร้อยละ 50.49 ของ GDP ของไทย (1,430,000 ล้านหยวน)

ในปี 2553 นครคุนหมิงมี GDP เท่ากับ 212,037 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ร้อยละ 14 และคิดเป็นร้อยละ 29.37 ของ GDP มณฑลยูนนาน

สำหรับท่านที่สนใจเดินทางท่องเที่ยว ไปเส้น ยูนาน คลิ๊กรายการได้ที่นี่เลยค่ะ http://www.travelprothai.com/index.php/ ... shangri-la

ขอบคุณข้อมูลอัพเดท จาก http://www.thaiembassy.org/kunming
ภาพประจำตัวสมาชิก
LanNy
 
โพสต์: 190
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ 10 ต.ค. 2009 5:12 pm

 

เที่ยวกับเราได้ภาพสวย www.TravelProThai.com


ย้อนกลับไปยัง พูดคุยสัพเพเหระ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน

cron

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังออนไลน์ทั้งหมด 5 ท่าน :: ไม่มีผู้ใช้งานที่เป็นสมาชิก, ไม่มีผู้ซ่อนตัว และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน (ภายใน 5 นาทีที่ผ่านมาี)
ออนไลน์มากที่สุด 185 ท่าน เมื่อ อาทิตย์ 12 พ.ค. 2013 12:59 pm

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน