วันเวลาปัจจุบัน จันทร์ 20 ส.ค. 2018 6:51 am
Font Size
   
TravelProTeam

Moderator Control Panel ]

หนังสือขายดีที่สุดของโลก 10 อันดับ

[ COMMENT จาก FaceBook]

พูดคุยเรื่องทั่วไป, แนะนำตัวเอง, คุยกันตามประสาคนรักทราเวิลโปร หรือ จะนัดแนะกัน ออกไปพบปะสังสรรค์ หลังจากกลับจาก Trip ท่องเที่ยวมาแล้ว ก็ตามสะดวก นะคร้าบบบ

Moderator: TravelPro Staff

หนังสือขายดีที่สุดของโลก 10 อันดับ

โพสต์โดย hamoo » พฤหัสฯ. 17 พ.ค. 2012 1:28 pm

ent01090555p1.jpg


อันดับ 1 ตกเป็นของ “The Holy Bible” หรือพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาคริสต์ นอกจากจะเป็นหนังสือที่ขายดีที่สุดแล้วด้วยตัวเลข 3,900 ล้านเล่มแล้ว ยังเป็นหนังสือที่แปลเป็นภาษาต่างๆ มากที่สุดในโลกประมาณ 340 ภาษาอีกด้วย

จะว่าไปก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะหากมองตามสัดส่วนการนับถือศาสนาของประชากรโลกแล้ว ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาที่มีคนนับถือมากที่สุดและไม่ว่าจะนิกายใดก็ยึดถือพระคัมภีร์ไบเบิลเป็นหลักสำคัญตามความเชื่อที่ว่านี่คือพระวจนะจากพระเจ้า ดังนั้น นอกจากไบเบิลจะเป็นหนังสือประวัติศาสตร์ที่มีความเก่าแก่ที่สุดในโลกเล่มหนึ่งแล้วจึงมีความหมายทางจิตใจอย่างยิ่ง และเป็นหนังสือที่ถูกมอบเป็นของขวัญให้กันอยู่เสมอ

ยอดขายของ The Holy Bible จึงอยู่บนพื้นฐานของความศรัทธา


อันดับ 2 เป็นของประเทศจีนกับ “Quotations from Chairman Mao Tse-tung” หนังสือเล่มนี้แปลเป็นภาษาไทยในชื่อว่า “คติพจน์เหมาเจ๋อตุง” ในช่วงปี พ.ศ.2509-2514 หนังสือแดงฉบับจิ๋วของประธานเหมาฯเล่มนี้ เป็นหนังสือที่ชาวจีนทุกคนจะต้องมีไว้ในครอบครองคนละเล่ม โดยมีนัยยะสำคัญคือเพื่อหลอมทัศนคติของผู้อยู่ใต้การปกครองให้ไปในทิศทางเดียวกัน ถึงแม้ว่าวันนี้ม่านไม้ไผ่จะเปิดกว้างต่อโลกภายนอกอย่างเต็มที่ และประเทศจีนก็เปลี่ยนแปลงไปมากมาย ทว่าอิทธิพลของหนังสือยังคงหลงเหลืออยู่ และกลายเป็นหนังสือติดบ้านของผู้คนในประเทศที่มีประชากรเป็นอันดับ 1 ของโลกด้วยตัวเลข 820 ล้านเล่ม


อันดับ 3 คงคุ้นเคยกันดีกับชื่อของ “Harry Potter” นวนิยายแฟนตาซีผจญภัยในดินแดนแห่งเวทมนตร์จำนวน 7 เล่ม ที่ร่ายเวทย์โดย “เจ. เค. โรว์ลิ่ง” แฮรี่ พอตเตอร์ สร้างปรากฏการณ์มากมายสารพัดในระยะเวลาอันรวดเร็ว อาทิ เล่มแรกได้รับการแปลเป็นภาษากรีกโบราณ ซึ่งถือเป็นงานเขียนในภาษากรีกโบราณที่ยาวที่สุดนับแต่นวนิยายของเฮลิโอโดรัสแห่งอีเมซาในคริสต์ศตวรรษที่ 3, ทำให้นิวยอร์ก ไทมส์ตัดสินใจเปิดอันดับขายดีอีกหนึ่งประเภทคือวรรณกรรมสำหรับเด็กขึ้นโดยเฉพาะ, เจ.เค.โรว์ลิงกลายเป็นนักเขียนคนเดียวที่ติดอันดับมหาเศรษฐีโลก รวมถึงเป็นชุดหนังสือที่มียอดขายกว่า 500 ล้านเล่มทั่วโลกด้วย



อันดับ 4 เป็นผลงานแนวแฟนตาซีเช่นกันคือ “The Lord of the Rings” มหากาพย์ไตรภาคแห่งการผจญภัยโดย “เจ. อาร์. อาร์ โทลคีน” ศาสตราจารย์ภาษาศาสตร์และศาสนาชาวอังกฤษ นิยายเรื่องนี้ได้แปลไปเป็นภาษาต่างๆ กว่า 38 ภาษา พร้อมยอดขาย 103 ล้านเล่ม และได้รับยกย่องให้เป็นนิยายที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของคริสต์ศตวรรษที่ 20


อันดับ 5 “The Alchemist” โดย “เปาโล คูเอลญู” ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยโดยนักเขียนศรีบูรพาคนล่าสุด “ชัยวัฒน์ สถาอานันท์” ในชื่อ “ขุมทรัพย์ที่ปลายฝัน” เป็นเรื่องราวการเดินทางออกค้นหาขุมทรัพย์ของซานติเอโก ระหว่างการเดินทางเด็กหนุ่มได้เรียนรู้ที่จะรู้จักตัวเองและรู้จักความฝันที่กำลังไขว่คว้า ไม่แปลกที่นิยายเรื่องนี้จะจับใจคนที่กำลังมีความฝันและคนที่เคยละทิ้งความฝันจนมียอดขาย 65 ล้านเล่มทั่วโลก


อันดับ 6 คือ “The Da Vinci Code” นิยายท้าทายคริสตจักรโดยนักเขียนชาวอเมริกัน “แดนน์ บราวน์” ที่หอบตัวเลข 57 ล้านเล่มมาพร้อมกับทั้งดอกไม้
และก้อนอิฐ



อันดับ 7 สาวๆ คงกรี๊ดเพราะ “Twilight – The Saga” โดย “สเตฟานี่ เมเยอร์” ความดังก็ขนาดสร้างปรากฏการณ์ความรักระหว่างแวมไพร์ มนุษย์หมาป่า และสาวสวย ให้เกิดเป็นพล็อตซ้ำๆ ขึ้นได้กับอีกหลายๆ สื่อจนถึงวันนี้นั่นล่ะ ยอดขายคือ 43 ล้านเล่มทั่วโลก



อันดับ 8 เป็นนวนิยายอมตะสุดคลาสสิกแนวดราม่า-โรมานซ์ “Gone With the Wind” ผลงานเล่มแรกและเล่มเดียวของ “มาการ์เร็ต มิเชล” ที่แม้จะเขียนขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2479 แต่ก็สามารถเบียดรุ่นลูกรุ่นหลานครองใจคนรุ่นปัจจุบันได้ด้วยตัวเลข 33 ล้านเล่ม อาจเพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนเรื่องความรัก-ความพลัดพรากก็ยังคงเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ เล่มนี้แปลเป็นภาษาไทยในชื่อ “วิมานลอย”


อันดับ 9 เป็นทีของฮาวทูอย่าง “Think and Grow Rich” โดย “นโปเลียน ฮิลล์” ชื่อหนังสือภาษาไทยสรุปเรื่องได้ชัดมากคือ “คิดอย่างไรให้รวย” ซึ่งเขียนขึ้นหลังจากเกิดเหตุการณ์วิกฤตการเงินโลก โดยนำเทคนิคจิตวิทยามาสร้างหลัก 13 ข้อเพื่อนำตัวเองสู่ความสำเร็จทางความมั่งคั่ง เขียนตั้งแต่ปี พ.ศ 2480 แต่เรื่องเงินๆ ทองๆ ที่ไม่มีเรื่องเวลามากำกับก็ทำให้มียอดขาย 30 ล้านเล่ม


และสุดท้ายเรื่องจริงของสาวน้อยที่ตกเป็นเหยื่อของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในสงครามโลกครั้งที่ 2 “The Diary of Anne Frank” ก็ยังคงจับใจคนทั่วโลกอยู่เสมอพร้อมยอดขาย 27 ล้านเล่ม

“เป็นสิบอันดับของหนังสือขายดีระดับโลกที่สะท้อนให้เห็นชัดเลยว่า ความรัก ความฝัน ความหวัง ความร่ำรวย และความศรัทธา คือสิ่งที่มนุษย์ต้องการมากเพียงใด”

ที่มา นสพ.มติชนรายวัน
เครดิต : http://www.prachachat.net
ขอขอบคุณ ที่สุดในโลก.com
ภาพประจำตัวสมาชิก
hamoo
 
โพสต์: 62
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 26 ม.ค. 2012 6:12 pm

 

เที่ยวกับเราได้ภาพสวย www.TravelProThai.com


ย้อนกลับไปยัง พูดคุยสัพเพเหระ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน

cron

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังออนไลน์ทั้งหมด 6 ท่าน :: ไม่มีผู้ใช้งานที่เป็นสมาชิก, ไม่มีผู้ซ่อนตัว และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน (ภายใน 5 นาทีที่ผ่านมาี)
ออนไลน์มากที่สุด 185 ท่าน เมื่อ อาทิตย์ 12 พ.ค. 2013 12:59 pm

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน