เสียงของนาฬิกาปลุก | บริษัท ทราเวิลโปร จำกัด : บริการ แพคเกจทัวร์ จองโรงแรม จัดทัวร์ จัดกรุ๊ปเหมา ดูงาน สัมมนา จองตั๋วเครื่องบิน เที่ยวทั่วโลก |
พฤหัสบดีกรกฏาคม20 ,2017
Font Size

เสียงของนาฬิกาปลุก

เขียนโดย Titipong Paewattanalert
Rate this item
(2 โหวต)

สียงของนาฬิกาปลุก..
เป็นเสียงแห่งโอกาส

นาฬิกาปลุกเป็นสิ่งของสิ่งแรกที่พูดให้เราฟังทุกเช้า

มันส่งเสียงเรียกเราให้ก้าวเท้าออกจากโลกแห่งความฝัน เพื่อลืมตาขึ้นมาเผชิญหน้ากับโลกแห่งความจริง

แต่..ทำไมเราไม่อยากตื่น

ทำไมจึงต้องฝืนลืมตา?

เพราะโลกแห่งความจริงสวยงามไม่เท่าโลกแห่งความฝันอย่างนั้นหรือ?

ไม่น่าใช่นะ

ในบางค่ำคืนที่สวยงาม เรายังอยากลืมตาอยู่กับโลกแห่งความจริงไปเรื่อย ๆ โดยไม่เหนื่อย ไม่อยากนอนด้วยซ้ำไป

จึงสันนิษฐานว่า ที่เราไม่ค่อยรักเสียงนาฬิกาปลุกนั้นอาจเป็นเพราะมันเข้ามาปลุกในจังหวะที่ยังไม่อยากตื่น ในบางคืนที่เราฝันดี ในบางทีที่เรายังอ่อนล้า

ยังอยากใช้เวลาหลบตัวอยู่ในฝัน ยังโศกเศร้ากับเรื่องราวของเมื่อวานที่ไม่ยอมผ่านไป ยังไม่แน่ใจกับอณาคต ซึ่งทั้งหมดอาจทำให้ไม่อยากตื่นขึ้นมาเพื่อเผชิญหน้ากับปัจจุบัน

ปัจจุบัน-ที่มีหลายอย่างรอให้จัดการอยู่เสมอ

ความฝันนั้นแค่ไหลตามมันไป ไม่ต้องควบคุม แต่ความจริงงเป็นสิ่งที่ต้องออกแรงสร้างสรรค์มันขึ้นมา

หลายครั้งที่เหนื่อยล้า เราจึงอยากใช้เวลากับความฝันมากกว่าความจริง แต่ถึงอย่างไร ไม่ว่าวันไหน นาฬิกาปลุกก็ทำหน้าที่ของมันดังเดิม

"ได้เวลาตื่นแล้ว"

ถึงแม้เสียงของนาฬิกาปลุกจะมีมากมายหลายหลาก แต่หากจะแปลเสียงปลุกต่าง ๆ นานานออกมาเป็นภาษามนุษย์นั้น คงแปลได้เป็นวลีเดียวกันว่า

"ได้เวลาตื่นแล้ว!"

ดูคล้ายว่านาฬิกาปลุกจะเป็นผู้กำหนดเวลาตื่น แต่อันที่จริงสิ่งที่กำหนดเวลาตื่น คือผู้คนอื่น ๆ ที่ใช่เวลาร่วมกับเราบนโลกใบนี้ต่างหาก

ตัวเลขดิจิตอลหรือเข็มบอกเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาปลุกของเรานั้น เป็นเวลาเดียวกันกับเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาของเพื่อน ๆ ที่ทำงาน

ของคนรักที่เรานัดไปดูหนัง ของเจ้านายที่รอประชุม ของลูกน้องที่รอเราไปเปิดการประชุม ของลูกค้าที่รอเราไปนำเสนอผลงาน ของห้างร้านที่เปิดขายของ ของตลาดหุ้น ของโรงเรียน ของห้องสอบ ของอาจารย์ในมหาวิทยาลัย ของไฟล์เครื่องบิน ของหมอฟันที่มีนัดผ่าฟันคุด ของหมอผ่าตัดในโรงพลาบาลยันฮีที่เรามีนัดไปยัดซิลิโคนเข้าเต้านม และของคนอื่น ๆ อีกมากมายที่อาศัยอยู่ในสังคมซิวิไลซ์ บนโลกทันสมัยเดียวกัน

เราทุกคนล้วนห้อยต่องแต่งอยู่กับเวลา ผูกโยงกันไปเป็นเครือข่ายและระบบที่เชื่อมต่อถึงกันหมด

เพรารู้ว่าตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิกาปลุกนั้นไม่ได้เป็นของเราเพียงคนเดียว เราจึงต้องกระเด้งตัวจากเตียงนอน ถอนตัวออกจากความฝันอันสวยงาม กระโดดมาวิ่งเข้าห้องน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน ถูขี้ไคลที่ติดมาจากโลกแห่งความฝันให้สะอาด เพื่อออกไปใช้ชีวิตร่วมกับเพื่อน ๆ ที่ตื่นมาด้วยเสียงนาฬิกาปลุกอย่างไม่ค่อยเต็มใจคล้าย ๆ กัน

เราไม่ได้ตื่นขึ้นมาเพราะเคารพนาฬิกาปลุก แต่ตื่นขึ้นมาเพราะเคารพคนอื่น

นอกจากตะโกนเสียงแหลม ทำเสียงเลียนแบบเสียงไก่ หรือร้องเพลงเพื่อปลุกให้เราตื่นแล้วนั้น นาฬิกาปลุกยังกระซิบบอกเราทุกเช้าด้วยว่า ตัวเรามีความหมายและมีคุณค่าอย่างยิ่งในโลกแห่งความจริงใบนี้

มีผู้คนมากมายที่รอเราไปร่วมมือทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ด้วยกัน มีกิจกรรมอีกมากในวันนี้ที่เราต้องทำให้สำเร็จ

นั่นคือเหตุผลที่เราต้องตื่น

ซึ่งถ้าเป็นการตื่นขึ้นมาเพื่อทำในสิ่งที่อยากทำ มิเพียงแค่ไม่อิดออดที่จะตื่น บางคืนเราแทบไม่อยากหลับด้วยซ้ำไป อดรนทนรอไม่ไหวที่จะได้ลงมือทำสิ่งนั้นในวันรุ่งขึ้น

แน่นอนว่ากางลงมือทำสิ่งใดในโลกแห่งความจริงที่เต็มไปด้วยข้อจำกัดนั้น ย่อมยากกว่าการเหาะเหินเดินอากาศอยู่ในโลกแห่งความฝัน

แต่ถ้าอยากทำฝันให้เป็นจริง ก็ต้องรีบตื่นจากฝัน

"ยิ่งเสียเวลาฝันมากเท่าไหร่ ยิ่งเหลือเวลาที่จะลงมือทำให้มันเป็นจริงน้อยลงเท่านั้น"

"คนตื่นเช้า" จึงมีเวลาในโลกแห่งความจริงมากกว่า  "คนหลับยาว"

แต่ก็ใช่ว่าคนเราจะหลับเฉพาะตอนที่หัวอยู่บนหมอน บางครั้งไม่ต้องนอนก็ฝันได้ บ่อยไปที่เราเผลอปล่อยใจไปกับฝันกลางวัน ล่องลอยไปถึงดินแดนในฝันอันไกลโผ้น

เกาะติดอยู่กับอดีต หรือไม่ก็ล่องลอยอยู่ในอณาคต บางคนคิดหวนกลับไปถึงภาพความหลังอันสวยงามหรือแสนเศร้า บ้างก็เฝ้าจินตนาการถึงความดีงามหรือเรื่องแย่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้

จะร้ายหรือดีก็เป็นเพียงการคาดเดา เป็นเพียงภาพฝันที่มิควรใช้เวลากับมันนานเกินไป

ยิ่งตื่นขึ้นมาไวเท่าไหร่ยิ่งดี

ความจริงคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า ในเวลาปัจจุบัน ในวันนี้ วันที่นาฬิกาปลุกปลุกให้เราตื่นลืมตาขึ้นมาเพื่อสร้างสรรค์ชีวิตกันใหม่

เสียงของนาฬิกาปลุกจึงเป็นเสียงแห่งโอกาส เสียงแห่งการเริ่มต้น

เริ่มต้นวันใหม่-ทุกวัน

วางอดีตที่เศร้าโศกหรือสวยงามก็ตามทีใว้ข้างหลัง ปล่อยอณาคตที่ไม่แน่นอนให้ล่องลอยไป

เสียงนาฬิกาปลุกเตือนให้เราใส่ใจกับปัจจุบันกับความจริงตรงหน้า

มันบอกเราว่า วันนี้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

วันนี้ ที่เต็มไปด้วยความเป็นไปได้

วันนี้ ที่เต็มไปด้วยโอกาสใหม่ ๆ

ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุก ก่อนที่จะลุกขึ้นมา

ลองให้เวลากับตัวเองสักหน่อย ปล่อยลมหายใจออกมา และสูดกลับเข้าไปช้า ๆ เรียกสติกลับมาสู่ร่างกายและหัวใจ

ทำให้การตื่นขึ้นมามิได้เป็นเพียงแค่การ  "ตื่นนอน"

แต่ยังหมายถึงการ "ตื่นรู้"

รู้ว่าวันนี้เราจะทำอะไร รู้ว่าเรามีความหมายมากมายสำหรับคนที่รอเราอยู่ข้างนอกนั่น รู้ว่าเรามีสิ่งสำคัญอะไรบ้างที่ต้องจัดการให้สำเร็จ รู้ว่าเราผูกโยงอยู่กับคนอื่น ๆ และการตื่นขึ้นมาของเราย่อมส่งผลต่อพวกเขาทั้งหลาย ซึ่งเป็นไปได้ทั้งในทางดีหรือร้าย

และสุดท้าย รู้ว่าเราตื่นขึ้นมาทำไม

ซึ่งถ้าจะว่าไป คำถามนี้อาจเปรียบได้กับ "นาฬิกาปลุก ของชีวิต"

.......

Credits by เอ๋ นิ้วกลม

Titipong Paewattanalert

Titipong Paewattanalert

Website: www.facebook.com/Japan.TravelProThai E-mail: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน