เอเวอร์เรสต์แห่งชีวิต | บริษัท ทราเวิลโปร จำกัด : บริการ แพคเกจทัวร์ จองโรงแรม จัดทัวร์ จัดกรุ๊ปเหมา ดูงาน สัมมนา จองตั๋วเครื่องบิน เที่ยวทั่วโลก |
ศุกร์กรกฏาคม21 ,2017
Font Size

เอเวอร์เรสต์แห่งชีวิต

เขียนโดย Titipong Paewattanalert
Rate this item
(0 โหวต)

 

                                                            คนที่กลัว "ความสูง" คงไม่กล้าเดินขึ้นยอดเขาเอเวอร์เรสต์
เพราะ "เอเวอร์เรสต์" เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก

     ชาวธิเบต เรียกยอดเขาแห่งนี้ว่า "โชโมลังกา" ซึ่งหมายถึง "มารดาแห่งสวรรค์"

     ส่วนชาวเนปาลเรียกยอดเขาเอเวอร์เรสต์ว่า "สครมาถา" ซึ่งเป็นภาษาสันสกฤต แปลว่า "หน้าผากแห่งท้องฟ้า"

     เมื่อเป็นยอดเขาที่ "สูงที่สุด" ในโลก

 

 

     "เอเวอร์เรสต์" ย่อมเป็นความท้าทายของมนุษยชาติ

     ท้าทายว่าใครจะสามารถพิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกได้บ้าง     

สำหรับชาวเชอร์ปาที่อาศัยอยู่ที่เทือกเขาแห่งนี้ เขาถือว่ายอดเขาเอเวอร์เรสต์ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ "จุดสูงสุด" ของพื้นโลกเท่านั้น

      แต่ยังเป็นจุดหมายสูงสุดในชีวิตของเขาด้วย

     ยอดเขาเอเวอร์เรสต์มีคนมุ่งหมายจะขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดมานานหลายสิบปี     แต่ไม่มีใครทำสำเร็จ....
จนเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2496 เซอร์เอ็ดมันด์ ฮิลลาลี่ ชาวนิวซีแลนด์ และเทนซิง นอเกย์ ชาวเซอร์ปาของเนปาล ก็สามารถพิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสต์เป็นครั้งแรก

     เมื่อ "สิ่งที่เป็นไปไม่ได้" [/b]กลายเป็น "สิ่งที่เป็นไปได้"

     จากที่เคยเชื่อว่าการพิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกเป็นเรื่องที่ "เป็นไปไม่ได้"

     แต่ "เอ็ดมันด์ ฮิลลารี่" และ "เทนซิง นอร์เกย์" ได้ประกาศให้โลกรู้ด้วยการกระทำว่าเรื่องแบบนี้ "เป็นไปได้"

     เมื่อความเชื่อมั่น เกิด เรื่องที่ยากก็กลายเป็นง่ายเพราะการพิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสต์สำเร็จ ย่อมหมายความว่า ขีดจำกัด ของมนุษยชาติได้เพิ่มขึ้นอีกขั้นหนึ่งแล้ว

     "ความสำเร็จ" ในชีวิตนั้นบางทีก็เกิดขึ้นจาก "ความเชื่อมั่น" เป็นสำคัญ

     ...เชื่อมั่นว่าทำได้ เราก็จะทำได้...

     เชื่อไหมครับว่าหลังจากที่ไม่เคยมีใครขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของโลกมานานหลายสิบปี

     แต่ทันที่ที่ "ฮิลลารี่-นอร์เกย์" ทำสำเร็จ ปีต่อๆ มายอดเขาเอเวอร์เรสต์ก็ไม่เคยร้างลาผู้คน

     แม้วันนี้จะมีผู้พิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดของโลกไปแล้วเกือบ 2,000 คน

     แต่เสน่ห์ของ "เอเวอร์เรสต์" ก็ยังแรง

     นักปีนเขาทุกคนยังใฝ่ฝัน

     ขอพิชิต "เอเวอร์เรสต์" ให้ได้สักครั้งในชีวิต
     ทุกครั้งที่คิดถึง "เอเวอร์เรสต์"

     ทุกคนจะคิดถึง "ความสูง-ความท้าทาย"

     "เป้าหมาย" และ "ชัยชนะ"

     ในโลกแห่งการแแข่งขัน ไม่มีใครจำชื่อคนที่ได้ 2 ได้

     มีแต่คนที่ได้ที่1 เท่านั้นที่จะได้รับการจดจำ

     การพิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสต์ก็เช่นกัน

     แม้จะมีคนที่ขึ้นไป "เกือบ" ถึงจุดสูงสุดของโลกจำนวนมาก

     บางคนอาจเหลือเพียงแค่ 1 กิโลเมตรก็จะถึง

     บางคนอาจเหลือเพียงแค่ 100เมตรก็จะถึง

     คนที่ "เกือบ" ถึงยอดเขาเอเวอร์เรสต์มีจำนวนหลายหมื่นคน

     คนเหล่านี้ไม่มีใครจดจำและบันทึก

     แต่มีคนเพียงพันกว่าคนเท่านั้นที่มีการบันทึกชื่อ

     เพราะเขาเหล่านั้นก้าวขึ้นสูงจุดสูงสุดของเทือกเขาเอเวอร์เรสต์

     ทั้งที่ "ความแตกต่าง" เรื่อง "ระยะทาง" ของคน 2 กลุ่ม นี้อาจอยู่เพียงแค่ 100 เมตร หรือ 1 กิโลเมตร

     แต่ "ความแตกต่าง" เรื่อง "ความจดจำ" นั้นราวกับ "ฟ้า" กับ "ดิน"

     ไม่เคยมีใครจำหรือจดชื่อคนที่ "เกือบ" ถึงยอดเขาเอเวอร์เรสต์ใว้เลย

     นี่คือ "ความโหดร้าย" ที่เป็นจริง

     การเดินทางสู่ยอดเขาเอเวอร์เรสต์นั้นสุดแสนหฤโหด ต้องใช้ทั้งความอดทนของร่างกายและจิตใจ

     มีคนเคยบอกว่า "น้ำตา" ของคนเรา มีส่วนประกอบที่เป็น "น้ำ" แค่ 1% ที่เหลือคือ "ความรู้สึก" ล้วนๆ

     การพิชิตเทือกเขาเอเวอร์เรสต์ก็เช่นกัน  "ความสำเร็จ" ที่เกิดขึ้นมีส่วนประกอบจาก "ความแข็งแรง" ของร่างกาย เพียง 1% ที่เหลือคือ "ความอดทน" ของ "จิตใจ" ล้วนๆ

     ถ้าใจไม่สู้และท้อถอย

     ก็ไม่มีทางถึงเป้าหมายที่ใฝ่ฝัน
     แม้ "ความสูง" ของ "เอเวอร์เรสต์" จะมีความหมายถึง ความท้าทาย

     แต่ "ความสูงที่สุด" ของเอเวอร์เรสต์ก็เจือกปนด้วยความเปลี่ยวเหงา

     รู้ไหมครับว่าวินาที่ที่ "เอ็ดมัน ฮิลลารี่" ก้าวถึงจุดสูงสุดของโลกเขารู้สึกอย่างไร

 "ความรู้สึกแรกของผมคือความโล่ง-โล่งใจว่าไม่มี...ไม่มีก้าวต่อไปให้เราต้องเดินอีก ไม่มีสันเขาที่ให้เราปีนข้าม และไม่มีเนินเขาที่จะมาท้าทายเราอีกต่อไป"

      มองไปคือ "ความโล่ง" 

      "โล่ง"

      เพราะนี่คือ "จุดสูงสุด"

      ไม่มีอะไรบังสายตาของเรา แม้ "จุดสูงสุด" จะเป็นสุดยอดปรารถนาของคนส่วนใหญ่

      แต่สิ่งที่เราไม่ควรลืมก็คืออย่าดูเพียงแค่ "ความสูง" ให้ดูพื้นที่ตรง "ปลายยอด" ด้วย

      ถ้า "จุดสูงสุด" ในชีวิตของเรา เป็น "ยอดเขา" ที่มีพื้นที่เล็กน้อยตรงปลายยอด

      เรายืนได้คนเดียว...

      ไม่มี "พื้นที่" เหลือให้ใครยืนเคียงข้างได้เลย

      "เอเวอร์เรสต์" ของเราก็จะเปลี่ยวเหงาและว้าเหว่เป็นอย่างยิ่ง

      มองซ้ายหรือมองขวา ก็มีแต่ "ความโล่ง"

      แต่ถ้า "เอเวอร์เรสต์" ในชีวิตมีพื้นที่ที่มากพอให้คนยืนเคียง

      จุดสูงสุดในชีวิตของเราก็จะอบอุ่นและอบอวลด้วยมิตรภาพ

      ขวาก็มีเพื่อน ซ้ายก็มีเพื่อน

      ในโลกนี้มียอดเขาเอเวอร์เรสต์แห่งชีวิตมากมายที่ "ท้าทาย" แต่ไม่น่า "พิชิต"

      เพราะพื้นที่ตรงส่วนยอดนั้นเล็กเกินไป

      ในขณะที่มียอดเขาจำนวนมากที่แม้จะไม่สูงเท่า "เอเวอร์เรสต์"

      แต่พื้นที่ตรงปลายยอดนั้นกว้างพอสำหรับคนหลายคน

      กว้างพอสำหรับคนรัก

      กว้างพอสำหรับภรรยาและลูก

      กว้างพอสำหรับ "เพื่อน"

      กว้างพอสำหรับ "ผู้ร่วมงาน"

      เทือกเขาที่ไม่ "สูงสุด" นี้อาจจะมีเสน่ห์มากกว่า "เอเวอร์เรสต์" ก็ได้

      คำถามเรื่อง "ความสุข" จึงเป็นคำถามสำคัญของชีวิต

      อย่าลืมว่า "ความสำเร็จ" ไม่ใช่ "ความสุข" เสมอไป

      แต่ "ความสุข" คือ "ความสำเร็จ"

      ใครสามารถทำชีวิตให้เป็นสุข ไม่ว่าเขาจะยืนอยู่ ณ จุดไหนในมุมโลก

นั่นคือ ความสำเร็จ ของการใช้ชีวิต

ขอบคุณหนังสือดีๆ ที่ชื่อว่า "คำถาม สำคัญ กว่า คำตอบ" หน้าปกตัวอักษร ? เล่มสีแดง 

และนักเขียนดี ๆ ที่ชื่อนามปากกาว่า "หนุ่มเมืองจันท์"

Titipong Paewattanalert

Titipong Paewattanalert

Website: www.facebook.com/Japan.TravelProThai E-mail: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน