BHUTAN Land of the Thunder Dragon | บริษัท ทราเวิลโปร จำกัด : บริการ แพคเกจทัวร์ จองโรงแรม จัดทัวร์ จัดกรุ๊ปเหมา ดูงาน สัมมนา จองตั๋วเครื่องบิน เที่ยวทั่วโลก |
พุธสิงหาคม23 ,2017
Font Size

BHUTAN Land of the Thunder Dragon

เขียนโดย Titipong Paewattanalert
Rate this item
(1 โหวต)

Bhutan-2012-02-23-0011

ที่นี่คือแชงกรี-ลาแห่งสุดท้ายบนหลังคาโลก ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางเทือกเขาหิมาลัยสูงนับพันเมตร หนาวเย็นลึกลับและขาวโพลนด้วยหิมะห่มคลุมชั่วนาตาปี ที่นี่คือดินแดนแห่งรอยยิ้ม ความสุข และวิถีเกษตรอันพอเพียง เป็นพุทธอาณาจักรที่ตั้งมั่นอยู่ในหัวใจคน จึงอุดมด้วยความสุขสงบสันติ นี่คืออาณาจักรเล็ก ๆ แต่เก่าแก่กว่า 1,300 ปี ที่เดินทางผ่านกาลเวลามาสู่ยุคโลกาภิวัตน์ได้อย่างสง่างาม กว่ายังคงรักษาอัตลักษณ์ตัวตนเอาใว้ได้อย่างภาคภูมิ นี่คือ "ดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า" หรือ "ภูฏาน" (BHUTAN) ราชอาณาจักรของเทือกเขาสู.ตระหง่านเสียบฟ้าราวภาพฝัน ซึ่งเรากำลังจะได้ไปสัมผัสพร้อมกัน ณ บัดนี้

 

       สัมผัสแรกที่ก้าวออกจากประตูเครื่องบิน คืออากาศอันเย็นสบาย หายใจได้โล่งปอด.. มองไปทางไหน ก็เห็นแต่ภูเขามหึมาโอบกอดตัวเมืองปาโรใว้แนบแน่นโดยเฉพาะทิศตะวันตกจะเห็น ยอดเขาโจโมฮัลรี I และ II ความสูง 7,326 เมตร และ 6,942 เมตร

ถูกหิมะและไอหมอกเย็นฉ่ำ ลอยคลอเลียอยู่ตลอดเวลา ภูมิประเทศของปาโรจึงตั้งมั่นอยู่ใจกลางหุบเขา โดยมีถนนสายหลักอยู่เพียงเส้นเดียว มีบ้านเรือนสร้างกระจายกันไปตามที่ราบและเนินเขาลดหลั่นไล่ระดับ เราไม่เห็นตึกสูงเกิน 6 ชั้น ในประเทศนี้ตามที่กฎหมายเขากำหนดใว้ 

...ด้วยประชากรที่เบาบางเพียง 700,000 คน ทั้งประเทศภูฏาน!!จึงไม่แออัด อยู่กันแบบไม่ต้องแย่งชิงพื้นที่บนรถMRT หรือ BTS กันทุก ๆ เช้า ผู้คนส่วนใหญ่ยังยึดวิถีเกษตร ปลูกข้าวบาร์เลย์ ข้าวโพด พริก ถั่ว แอปเปิล ส้ม กล้วย แตงโม ปาโรจึงเต็มไปด้วยสีเขียวเย็นตา

Bhutan-25-02-2012-0047
Bhutan-25-02-2012-0051
Bhutan-27-02-2012-0066

 

การมาเที่ยวภูฏานมีสิ่งหนึ่งที่เราต้องเข้าใจล่วงหน้า ว่านี่คือดินแดนแห่งพุทธศาสนา สงบ ปราศจากแสงสี แหล่งท่องเที่ยวสำคัญส่วนใหญ่จึงเป็นวัด ความเชื่อทางศาสนาเจืออยู่ในทุกย่างก้าวของชีวิต ไม่ผิดกับชาวทิเบตซึ่งมีรากเหง้าต้นทางความเชื่อในศาสนาพุทธวัชรยานเช่นเดียวกัน สำหรับภูฏานนั้น ผู้ที่นำศาสนาพุทธเข้ามาเผยแพร่ครั้งแรกในศตวรรษที่ 8  ก็คือ คุรุรินโปเช ท่านเดินทางเข้ามาจากทิเบตเพื่อเผยแผ่ศาสนา และกำราบกลุ่มที่มิได้ศรัทธาพุทธศาสนา ให้ยอมรับนับถือโดยดุษณ์ ท่านยังได้ไปจำศีลอยู่ในถ้ำลึกลับบนเขาสูงหลายแห่งในภูฏาน โดยเฉพาะที่วัดตั๊กซัง ใกล้พรมแดนภูฏาน-ทิเบต ที่เมืองปาโรนี่เอง

      กลิ่นอายของความศรัทธาและเครื่องหอมที่ถูกจุดขึ้นจากไม้สนซีดาร์ล่องลอยอยู่ในทุกอณูอากาศของวัด..

Bhutan-28-02-2012-0096
Bhutan-28-02-2012-0100
Bhutan-2012-02-23-0011

 

ถนนสองเลนเล็ก ๆ อันเงียบสงบ นำผมมาจากตลาดนัดสู่ถนนสาย Down Town กลางเมืองปาโร สองฝั่งเต็มไปด้วยตึกที่ด้านล่างเปิดเป็นร้านขายสินค้าสัพเพเหระทำนองร้านโชห่วยบ้านเรา เขาติดป้ายว่า General Shop ขายของทุกสรรพสิ่งซึ่งจำเป็นต่อการดำรงชีพ ทั้งขนมนมเนย เสื้อผ้า ยาสีฟัน อาหารกระป๋อง

Bhutan-2012-02-23-0012

 

ยาสมุนไพร รองเท้า ฯลฯ ในตัวเมืองมีรถราน้อย นาน ๆ ทีจะวิ่งผ่านมาสักคัน ตึกรามบ้านช่องที่นี่นิยมทาสีขาวเป็นหลัก หน้าต่างประตูสร้างเป็นแบบเดียวกัน คือใช้กรอบไม้แกะสลัก ตามฝาผนังสีขาววาดลวดลายต่าง ๆ ใว้ทุกบ้าน ตั้งแต่สัตว์ทรงพลัง 4 ชนิด ช่วยปกป้องเรือน ได้แก่ ครุฑ, เสือ, สิงโตหิมะ และมังกร หรือไม่ก็วาดเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี 8 อย่างตามคติทิเบต คือ ร่มฉัตรสีขาว, เงื่อนมงคลอนันตภาคย์, ปลาทองคู่, หอยสังข์ขาวก้น เวียนขวา, ดอกบัว, แจกันแห่งโภคทรัพย์, ธงแห่งชัยชนะ และธรรมจักร ซึ่งสัญลักษณ์นั้นใช้แทนพระวรกายพุทธเจ้า คือ พระเศียร, พุทธสติ, พระเนตร, พระวจนะ, พระชิวหา, พระศอ, พระวรกาย และพระบาท บ้านคนภูฏานจึงเหมือนมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสวย ๆ ประดับประดา ดูแล้วเพลินดี

Bhutan-2012-02-23-0017

 

       จากสิ่งก่อสร้างหันมาดูที่ตัวคนบ้าง ผมรู้สึกประทับใจตั้งแต่แรกเห็นกับเสื้อผ้าชุดประจำชาติภูฏาน ที่คนในเมืองปาโรยังนิยมใส่กันอย่างเหนียวแน่น อาจะเป็นเพราะปาโรไม่ใช่เมืองใหญ่ ความทันสมัยต่าง ๆ จึงกล้ำกรายเข้ามาได้น้อย ชุดผู้ชายเรียกว่า "โก" เป็นชุดเสื้อแขนยาว ปลายแขนเสื้อพับสีขาว ชายเสื้อยาวลงไปแค่เข่า นิยมใส่ถุงเท้ายาวถึงใต้เข่า ปกติสวมรองเท้าหนังหรือผ้าใบ แต่ถ้าเป็นงานพิธีชายจะสวมรองเท้าบูตยาวถึงใต้เข่าเป็นบูทผ้าปักลายสวย ส่วนชุดผู้หญิงเรียกว่า "คีร่า" ท่อนบนใส่เสื้อแขนยาว มีทั้งผ้าไหมและฝ้ายธรรมดา ลวดลายงามตา ส่วนท่อนล่างนุ่งผ้าซิ่นเข้ารูปคล้ายผ้าถุงบ้านเรา ยาวปิดตาตุ่ม และผู้หญิงห้ามใส่ขาสั้นเข้าวัดเด็ดขาด!

        จุดหมายต่อไปคือการไปเยือนโบราณสถานสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของปาโร ตระหง่านอยู่บนเชิงเขาริมแม่น้ำปาโร เป็นปราการสีขาวขนาดมหึมาที่เก่ากว่า 250 ปี ปาโรซอง

Bhutan-2012-02-24-0021

 

ทิมพู หัวใจแห่งภูฏาน

เมืองทิมพู เป็นเมืองหลวงของภูฏาน ลักษณะเมืองจะเป็นหุบเขาที่มีนาขั้นบันได บ้านดินของชาวนา สวนแอปเปิ้ล โตรกผาหิน และลำธารในร่องเขาที่มีสายน้ำสีเขียวมรกตไหลมาจากการละลายของหิมะ เนินขาบางลูกมีชั้นดินบาง ๆ ปกคลุม จึงมีก้อนหินผลุบโผล่อยู่ทั่วไป สลับกับป่าสนซีดาร์ช่วยแต่งแต้มให้ขุนเขาไม่เดียวดายไร้ร้างชีวิต เมื่อมาถึงเมืองทิมพู ภาพที่เห็นตรงหน้าคือเมืองใหญ่ที่กำลังขยายอย่างไม่หยุดยั้ง เริ่มมีตึก 6 ชั้น ผุดขึ้นทุกหนแห่ง จนกลายเป็นเมืองใหญ่ที่สุดและมีประชากรมากที่สุดของภูฏานไปแล้ว จากสำมะโนประชากรปี ค.ศ. 2011 ทิมพูมีผู้คนอาศัยอยู่กว่า 160,000 คน ซึ่งถือว่าแออัดมากสำหรับประเทศเล็ก ๆ อย่าง ภูฏาน เมืองทิมพูทำหน้าที่เป็นเมืองหลวงของประเทศมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1961 หลังย้ายเมืองหลวงมาจากปูนาคา โดยเมืองทิมพูตั้งอยู่บนพื้นที่สูงประมาณ 2,320 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล อากาศจึงเย็นสบายตลอดปี ความแออัดของตึกรามบ้านช่องและรถราที่วิ่งกันขวักไขว่ อาจทำให้รู้สึกต่างกับเมืองปาโรลิบลับ แต่เราปฏิเสธไม่ได้เมื่อภูฏานเปิดตัวออกสู่สังคมโลกเพื่อการพัฒนาเต็มรูปแบบแล้ว

Bhutan-2012-02-24-0024
Bhutan-2012-02-24-0030

 

         โชคดีที่ถนนเมืองทิพพูไม่มีไฟแดง มีแต่วงเวียน รถจึงไม่ค่อยติดขัด ผู้คนยังมีน้ำใจและรอยยิ้ม ตามแบบประเทศที่มีดัชนีความสุขสูงสุดในโลก! ผมแวะพักเหนื่อยที่ สวนสาธารณะแห่งการขึ้นครองราชย์ ซึ่งมีพระพุทธรูปปางลีลาองค์ใหญ่ที่รัฐบาลไทยสร้างให้ภูฏาน ในวโรกาสที่เจ้าชายจิกมี เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อปีค.ศ 2008

         เราขับรถช้า ๆ เข้าสู่ใจกลางเมืองหลวง แวะ ที่ทำการไปรษณีย์แห่งชาติภูฏาน เพื่อซื้อโปสการ์ดและแสตมป์สวย ๆ เอาใว้เขียนส่งกลับไปหาเพื่อนที่เมืองไทย ถามไกด์ว่าทำไมภูฏานจึงมีแสตมป์เยอะมาก เขาบอกเพราะมีโอกาสเฉลิมฉลองเยอะ จึงต้องส่งจดหมายกันบ่อย ๆ 

Bhutan-2012-02-24-0031
Bhutan-2012-02-24-0032
Bhutan-2012-02-24-0033
Bhutan-2012-02-24-0037
Titipong Paewattanalert

Titipong Paewattanalert

Website: www.facebook.com/Japan.TravelProThai E-mail: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน