APR 2013 : แคชเมียร์ 10 วัน 8 คืน | บริษัท ทราเวิลโปร จำกัด : บริการ แพคเกจทัวร์ จองโรงแรม จัดทัวร์ จัดกรุ๊ปเหมา ดูงาน สัมมนา จองตั๋วเครื่องบิน เที่ยวทั่วโลก |
จันทร์กันยายน25 ,2017
Font Size

APR 2013 : แคชเมียร์ 10 วัน 8 คืน

เขียนโดย บริษัท ทราเวิลโปร จำกัด | TravelProThai.com
Rate this item
(2 โหวต)

เมษายน 2013 เที่ยวอินเดีย ตะลุยแคชเมียร์ ท่องแดนเทือกเขาหิมาลัย สัมผัสทัชมาฮาล สุสานแห่งความรัก 

1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก 10วัน 8คืน 

TravelPro. เที่ยวกับเรา มั่นใจ ได้ภาพสวย

เดินทางโดยสายการบิน THAI AIRWAYS (TG) + สายการบินภายในประเทศ

อินเดียเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 5,000 ปี มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลกมีความหลากหลายในทุกๆ ด้านและมีเสน่ห์ที่ดึงดูดใจชวนให้ค้นหาไม่รู้จบ นอกจากชื่อเสียงด้านความงดงามเป็นเลิศของ พระราชวังโบราณ โบสถ์วิหาร และมนต์ขลังแห่งศาสนสถานสำคัญ ที่มีอายุนับร้อยนับพันปีแล้ว นาฏลีลา ศิลปะ และดนตรีของอินเดีย ก็โดดเด่นไม่เป็นรองใครทั้งภูมิประเทศที่หลากหลายและสวยงาม รวมไปถึงภูมิอากาศที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ทำให้อินเดียเป็นจุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลกที่จะมุ่งมาเยือนสักครั้งหนึ่ง

กำหนดการเดินทาง

วันแรกของการเดินทาง กรุงเทพฯ – เดลลี

  • 05.30น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เค้าเตอร์ D ประตู 4 สายการบินไทย (TG)
  • 07.35น. เหิรฟ้าจากกรุงเทพฯ สู่เมืองเดลี ประเทศอินเดีย โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 323 ใช้เวลาบินประมาณ 4 ชั่วโมง
  • 10.35น. (เวลาท้องถิ่น ช้ากว่าประเทศไทย1:30 ชั่วโมง) ถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินทิรา คานธี เมืองเดลลี หลังผ่าน   พิธีการตรวจคนเข้าเมืองและรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่ภัตตาคาร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารชมกรุงเดลลี ฉายาว่า นคร 7 ราชธานี เพราะกรุงเดลลีได้เป็นเมืองหลวงของอินเดียมาถึง 7 ครั้ง กรุงเดลลี เคยเป็นศูนย์กลางอำนาจปกครองของอินเดียตลอดเวลานานกว่า 3,000 ปี ของประวัติศาสตร์มีทั้งยุครุ่งเรืองและยุคเสื่อมไม่มีเมืองใดที่มีโบราณสถานและสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากเท่ากรุงเดลลี จึงเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวตลอดเวลา

  • จากนั้น ผ่าน RED FORT เป็นป้อมปราการและพระราชวังในราชวงศ์โมกุล สร้างโดยกษัตริย์ชาห์จาฮาน เป็นป้อมปราการและพระราชวังที่ยังคงเป็นสัญลักษณ์ ของความโอ่อ่าและพลังอำนาจ ตั้งอยู่ภายในกำแพงศิลาทรายสีแดง (ผ่านเพื่อถ่ายรูปเท่านั้น ไม่ได้เปิดให้เข้าชม)

** นำท่านชม JAMA MASJID สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1656 เป็นสถาปัตยกรรมในสมัยของกษัตริย์ชาห์จาฮาน กษัตริย์นักสร้างองค์ที่ 5 ของราชวงศ์โมกุล เมื่อปี 1650 ใช้เวลาสร้าง 6 ปี ที่มีสร้างโดยใช้คนงาน 5000 คน วัสดุใช้หินทรายสีแดง หินอ่อนสีขาวและสีแดง จุคนได้ 20000 คน ขนาดใหญ่โตเป็นที่สองของโลกและใหญ่ที่สุดในเอเชีย และเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย ชมตึกที่ทำการของคณะรัฐบาล ทำเนียบประธานาธิบดีราษฎร์ปติภาวัน (Rashtrapati Bhawan) ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นที่พำนักของท่านประธานาธิบดีอินเดียกลางกรุงเดลลี ชมบริเวณเมืองเดลีเก่า และเดลลีใหม่ เปรียบเทียบถึงศิลปะการก่อสร้างของเมืองเดลีเก่า ซึ่งงดงามแบบแขกแตกต่างไปจากเดลลีใหม่ ซึ่งรับวัฒนธรรมของพวกอังกฤษไว้มาก

** ผ่านชมย่านธุรกิจการค้า ย่านที่อยู่อาศัยของเศรษฐีอินเดีย บนถนนสายสำคัญที่สุดของอินเดีย ตึกรัฐบาลอันยิ่งใหญ่ ผ่านวงแหวนสถานที่ศูนย์กลางราชการต่างๆ ชมประตูชัยอินเดีย หรือ India Gate อันสูงใหญ่สง่างาม สร้างคล้ายประตูชัยในปารีส India Gate หรือประตูชัยอินเดีย เป็นสิ่งก่อสร้างมีลักษณะคล้ายคลึง L’Arc de Triomphe ของฝรั่งเศส มีความมุ่งหมายให้เป็นอนุสรณ์แก่ทหาร ที่พลีชีวิต ในสงครามครั้งสำคัญๆ ของอินเดีย โดยได้จารึกรายชื่อของทหารที่เสียชีวิตในสนามรบ เช่น ทหารและข้าราชกาลอินเดียและอังกฤษ จำนวน 13,516 คน ที่พลีชีวิตในสงครามชายแดนด้านตะวันตกเฉียงเหนือ และสงครามอัฟกานครั้งที่ 3 และรวมทั้งทหารอินเดีย จำนวน 60,000 นาย ที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 1

*** ส่วนยอดของประตูอินเดีย สร้างเป็นอนุสรณ์แก่ทหารนิรนามวัสดุในการก่อสร้างเป็นหินทรายแดงเป็นแท่งทึบ มีความสูงจากระดับพื้นถนน 42.3 ม. ส่วนโค้งซุ้มประตูกว้าง 9.1 ม. สูง 22.8 ม. ตรงกลางระหว่างประตูมีกระถางหินทรายแดงขนาดใหญ่ จุดไฟลุกโซนไม่เคยดับมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 และมีอักษรจารึกเป็นภาษาฮินดู ว่า “อมร ชะวาน ชโยติ” (อมร – ผู้ไม่ตาย ชะวา – ทหาร และ ชโยติ – ความรุ่งเรือง หรือ ความสว่าง) ***

  • จากนั้นนำท่านชม วัดอัคชาร์ดาม Akshardham Temple สร้างขึ้นโดยองค์กรBAPSในเดลลีซึ่งผสมผสานลักษณะทางสถาปัตยกรรมอันหลากหลายของอินเดียเข้าด้วยกันใช้เวลาก่อสร้างทั้งหมด 5 ปี ใช้ช่างศิลปะและสถาปนิกจำนวน 7,000 คน เป็นสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่ง สวยงามน่าดูชมจากทุกมุมมอง

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม

พักที่..........หรือเทียบเท่า 4 ดาว

วันที่สองของการเดินทาง   เดลลี – ศรีนาการ์ – House Boat – สวน


เช้า รับประทานอาหารเช้า ที่ ห้องอาหารของโรงแรมหลังอาหาร นำท่านเดินทาง สู่ สนามบินเพื่อนำท่านเดินทาง สู่ ศรีนาการ์ Srinagar

  • 09.25  คณะออกเดินทาง สู่ ศรีนาการ์ โดยเที่ยวบินที่ G 8152 (Go Air) แคชเมียร์ "ดินแดนแห่งสวรรค์บนดิน" แบ่งเป็นเขตใหญ่ ๆ 3 เขต คือ ลาดัค จัมมู และศรีนาการ์ โดยเมืองศรีนาการ์ เป็น เมืองหลวงในฤดูร้อน ตั้งอยู่บนระดับความสูง 1,730 เมตร ได้เชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งทะเลสาบและสายน้ำ สวนดอกไม้ ทิวทัศน์แห่งขุนเขาและงานศิลปะที่ประดิษฐ์จากไม้ รวมทั้งการได้ไปชมสวนดอกไม้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

** รัฐ แคชเมียร์ ตั้งอยู่ตอนเหนือสุดของประเทศอินเดีย และเป็นดินแดนที่งดงามกลางหุบเขาหิมาลัย มีเขตแดนติดต่อกับประเทศปากีสถาน และที่ราบ สูงทิเบต ด้วยพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 222,000 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศเป็นทั้งเทือกเขา พื้นที่ราบ ทะเลสาบ ทุ่งนา ทุ่งหญ้า จนได้ขนานนามว่าเป็นสวิตเซอร์แลนด์ของเอเชีย

** ชาวแคชเมียร์มีความเป็นศิลปินในตัว และถ่ายทอดผลงานด้วยฝีมือที่เลื่องชื่อ คือ ผ้า พรมแคชเมียร์ และเปเปอร์มาเชย์ ที่ผลิตออกมาเป็นของใช้และเครื่องประดับ งดงามด้วยลวดลายหลากสีสัน ในช่วงเดือนเดือนเมษายน-กันยายน แคชเมียร์ จะมีชื่อเสียงในเรื่องของดอกไม้และสวนสวย โดยสวนที่มีชื่อเสียงมากได้แก่ สวนโมกุล ที่สร้างในสมัยของราชวงศ์โมกุล

  • 11.45 คณะเดินทางถึงเมืองศรีนาการ์ หลังจากรับสัมภาระของการเดินทางแล้ว นำท่านเดินทางสู่ ภัตตาคาร  เมืองศรีนาการ์ เป็นเส้นทางสู่ชายแดนประเทศปากีสถาน กุลมาร์ก หรือ ทุ่งแห่งดอกไม้ (Meadow of Flowers) เป็นทุ่งขนาดใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 3 ตารางกิโลเมตร บนระดับความสูง 2,730 เมตร มีดอกไม้ป่านานาพันธุ์ อีกทั้งเป็นที่ตั้งของสนามกอลฟ์ขนาด 18 หลุมที่ตั้งอยู่บนที่สูงที่สุดในโลก

** ในสมัยก่อนกุลมาร์กเป็นเมืองตากอากาศสำคัญของกษัตริย์ ยูซุฟ ชาห์ มีความหมายถึงสถานที่ที่เต็มไปด้วยกุหลาบและสมัยเป็นอาณานิคมของอังกฤษ กุลมาร์กกลายเป็นเมืองตากอากาศยอดนิยมสำหรับ ฤดูร้อน และเล่นสกีกันในฤดูหนาว ท่านจะได้สัมผัสความสวยงามของธรรมชาติของกุลมาร์ก ท่านจะได้สัมผัสธรรมชาติอันสวยงามแบบพาโนรามาของทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ โดยมีฉากหลังเป็นเทือกเขาอาฟฟราวัต ที่มีหิมะปกคลุมตลอดปี

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านไปยังท่าเรือ ริมทะเลสาบดาล เพื่อนั่งเรือชิคาร่า (เรือชิคาร่า เป็นเรือพายท้องถิ่น ตัวเรือทำจากต้นซีนาร์ ใบพายของเรือทำเป็นรูปหัวใจ หลากสีสัน 1 ลำนั่งได้ 4 ท่าน) ไปยังที่พัก House Boat ซึ่งเป็นที่พักของทุกท่าน (House Boat เกิดขึ้นในสมัยอาณานิคมของอังกฤษ เนื่องจาก คนอังกฤษเข้าตั้งถิ่นฐานในหลายเมือง รวมถึงแคชเมียร์ด้วย แต่กฎหมายอินเดียไม่อนุญาตให้คนอังกฤษมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ทำให้คนอังกฤษต้องมาสร้างบ้านบนเรือในทะเลสาบดาล เพื่ออยู่อาศัยแทน)

  • นำท่านชมความงดงามของการจัดสวนแบบโมกุล แคว้นแคชเมียร์ เป็นแคว้นที่มีชื่อเสียงในการจัดสวนตามแบบฉบับของราชวงศ์โมกุล เนื่องจากภูมิอากาศเย็นสบายเหมาะสมในการเจริญเติบโตของต้นไม้ นำท่านชม สวนชาลิมาร์ (Shalima Garden ) หรือ สวนแห่งความรัก สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2159 โดย พระเจ้าชาห์ฮังคี แห่ง ราชวงศ์โมกุล เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักให้แก่ พระนางนูชาฮัล จึงกลายเป็นที่ประทับพักผ่อน ของกษัตริย์ราชวงศ์โมกุลในอดีต

** ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้หลากหลายพันธุ์ ออกดอกงดงามหลากสีสันสวยงาม รวมทั้งต้นชีน่าร์ (ชื่อต้นไม้ที่เรียกตามท้องถิ่น) หรือ ต้นเมเปิ้ล ซึ่งลักษณะเด่นของเมเปิ้ลที่นี่ ใบจะมีขนาดใหญ่ บางต้นมีอายุกว่า 300 - 400 ปี บริเวณโดยรอบสวนมีลานน้ำพุ ซึ่งน้ำพุนี้เกิดขึ้นได้โดยแรงดันน้ำธรรมชาติที่ไหลลงมาจากภูเขา

  • จากนั้นนำท่านไปชม สวนนิชาต(Nishat Garden) เป็นสวนพักผ่อนที่ใหญ่ที่สุดในเมืองแคชเมียร์ สร้างขึ้นในปี พ.ศ 2176 สร้างโดย อาซาฟข่าน สร้างให้กับ น้องสาวพระนางนูชาฮัล ด้านหลังของสวนติดกับ เทือกเขาซาร์วาวาล ที่มีความงดงามและยิ่งใหญ่ ทำให้มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี และสวนดอกไม้นานาชนิด บริเวณด้านหน้าสวนเมืองมองออกไปจะเห็นทัศนียภาพอันสวยงามอีกมุมหนึ่งของทะเลสาบดาล

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ Houseboats

พักที่ .................. หรือเที่ยบเท่าระดับ 4 ดาว

วันที่สามของการเดินทาง   ศรีนาการ์ – กุลมาร์ค

เช้า รับประทานอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม หลังอาหาร นำท่านเดินทาง สู่ เทือกเขาชื่อว่ากุลมาร์ค (Gulmarg) ที่ขึ้นชื่อว่า ทัศนียภาพสวยงามแห่งหนึ่งในโลก และนับว่าเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัย ระหว่างทางที่ขับรถไปช่วงใกล้เมืองก็จอแจเช่นเดิม แต่เมื่อออกไปนอกเมืองจะสัมผัสถึงบรรยากาศที่สวยงามยิ่งขึ้น ทั้งต้นเมเปิ้ล และสวนแอปเปิ้ลที่เรียงรายอยู่ข้างทาง ซึ่งถือว่าในแคว้นนี้ผลิตแอปเปิ้ลป้อนขายอินเดียทั้งหมด ถึงสถานีเคเบิลคาร์ เพื่อนั่งกระเช้าลอยฟ้า หรือ กอนโดล่าเพื่อไปชมความงดงามของภูเขาอัฟฟาร์วัต  เป็นเส้นทางกอนโดล่าที่ยาวที่สุดและสูงที่สุดของเอเชีย

** ให้ทุกท่านนั่งกอนโดล่าเฟสที่ 1 ไปยังสถานีกงโดรี (กอนโดล่า แบ่งออกเป็น 2 เฟส, เฟสที่ 1 จากกุลมาร์ก – กงโดรี ระยะทางยาว 4 กม. และเฟสที่ 2 จากกงโดรี – ยอดเขาอัฟฟาร์วัต ยาวประมาณ 5 กม.) ซึ่งอยู่ที่ระดับความสูง 3,099 เมตร ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ระหว่างเส้นทางท่านจะได้ชมทิวทัศน์ของทุ่งหญ้า ดอกไม้ป่า ระหว่างทางขึ้นสู่ยอดเขากุลมาร์ค ท่านจะพบเห็นหมู่บ้านยิปซี ในข้างล่าง ซึ่งจะอพยพไปอยู่ที่เมืองแจมมู ในช่วงฤดูหนาวและจะกลับมาอยู่อาศัยในช่วงฤดูร้อน ถ่ายภาพคู่กับภูเขาหิมะ สวยงามรอบทิศทาง หากฟ้าเปิดสามารถมองเห็นยอดเขา K2 บริเวณช่องเขา คาราโครัม (Karakorum Pass) และมีความยาวที่สุดในเอเชีย และที่สูง  เป็นอันดับสองรองจากยอดเขาเอเวอร์เรสเมื่อขึ้นไปถึงสถานีกงโดรี แล้ว

  • นำท่านชมทัศนียภาพแบบพาโนรามา อันสวยงามของภูเขาอัฟฟาร์วัต ซึ่งมีหิมะปกคลุมยอดเขาตลอดทั้งปี และหากอากาศดีท้องฟ้าแจ่มใส สามารถมองเห็นยอดเขานันกา พาร์บัต (Nanga Parbat) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัย

*** อิสระให้ท่านเดินเที่ยวชมพร้อมถ่ายภาพความประทับใจ หรือ สามารถเช่าม้าขี่เล่นรอบๆ (สอบถามราคาจากหัวหน้าทัวร์) ***

  • นำท่านเดินทางกลับ สู่ กุลมาร์ก

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน พักผ่อนอิสระ

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม

พักที่ ...............หรือเที่ยบเท่าระดับ 4 ดาว

วันที่สี่ของการเดินทาง   ศรีนาการ์ – โซนามาร์ค

เช้า รับประทานอาหารเช้า ที่ ห้องอาหารของโรงแรม หลังอาหารเช้า นำท่านเดินทาง สู่ โซนามาร์ค เมืองที่ได้ชื่อว่าประตูสู่ ลาดักห์ โซนามาร์คห่างจาก ศรีนาคาร์ ราว 90 กิโลเมตร ในอดีตเส้นทางนี้เป็นเส้นทางสายไหม ระหว่างทางจะพบป่าวอนัทต้นขนาดใหญ่ปลูกเรียงรายมากมาย ระหว่างสองข้างทาง และเราจะพบภูเขาหิมะขนาดใหญ่และมีรูปร่างสวยงามแปลกตา (Sonamarg) หรือ ดินแดนแห่งทุ่งหญ้าทองคำ (Meadow of Gold)

** โดยเดินทางไปทางตอนเหนือของเมืองศรีนาการ์ ไต่ระดับสู่ความสูง 3,000 เมตร เส้นทางคดเคี้ยวผ่านหุบเขาน้อยใหญ่ ทิวทัศน์สองข้างทางสวยงามเกินบรรยาย โดยถนนจะตัดขนานไปกับแม่น้ำแห่งหุบเขาซินด์ เป็นเขาสลับทุ่งหญ้า และเทือกเขาหิมาลัยที่ยอดเขาปกคลุมด้วยหิมะเกือบทั้งปี จะเห็นหมู่บ้านเป็นจุดเล็กๆ อยู่เบื้องล่าง ถ่ายรูปสวยๆ ได้ตลอดเส้นทาง โซนามาร์คแปลว่า ทุ่งหญ้าทองคำ ด้วยความงามของเทือกเขาสีขาวแห่งหิมะ และท้องฟ้าสีคราม

เที่ยง เดินทางถึง โซนามาร์ค รับประทานอาหารกลางวัน  หลังจากรับประทานอาหารกลางวัน ท่านสามารถเลือกทำกิจกรรมต่างๆ ได้ คือ เดินชมธรรมชาติสัมผัสอากาศที่หนาวเย็นชมวิวภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนจนแสบตาและสองฟากฝั่งถนนที่เต็มไปด้วยธารน้ำแข็งถนนบางช่วงต้องตัดผ่านช่องน้ำแข็งขนาดใหญ่ ที่นี่จะมีกิจกรรมแบบแคชเมียร์ ให้ท่านได้ลองหาประสบการณ์ ท่านที่หลงใหลธรรมชาติสามารถลองนั่งม้าแคระสู่ ธารน้ำแข็งชมความงามของ "ธารน้ำแข็งกราเซีย" (Thajiwas Glacier) ธารน้ำแข็งที่เกิดจากหิมะทับถมกันมานาน

*** เนื่องจากตรงนี้ เป็นจุดที่มีความหนาวเย็นตลอดทั้งปีเลยทีเดียว หรือ ลองนั่งเลื่อน สู่เนินหิมะด้านบนจากนั้นปล่อยให้ลื่น ไหลลงมาตามความเร็วแล้วแต่ต้องการ (ค่าเลื่อนไม่รวมในค่าทัวร์) หรือต้องการขี่ม้าเพื่อชมธารน้ำแข็งก็สามารถทำได้โดยจะมีคนคอยจูงม้าให้ตลอดเส้นทาง (ค่าขี่ม้าไม่รวมในค่าทัวร์) ได้เวลาสมควร ***

  • นำท่านเดินทางกลับ สู่ เมืองศรีนาการ์ นั่งเรือชิคารา Floating Market ซึ่งแสดงให้เห็นวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่สืบทอด กันมาหลายชั่วอายุคนของชาวแคชเมียร์ มีร้านขายสินค้าในเรือ ร้านค้าต่างๆ ตกแต่งประดับประดาร้านอย่างสวยงาม มีสินค้าต่างๆให้เลือกซื้อมากมายทั้ง เสื้อผ้าสำเร็จรูปสวยๆ ชมผ้าแคชเมียร์แท้ กระเป๋าปักลายแคชเมียร์ เสื้อกันหนาวสวยๆและของที่ระลึกต่างๆ มากมาย ไว้ให้นักท่องเทียว เลือกชม เรือนริมน้ำแบบแคชเมียร์ พาหนะหลัก สำหรับผู้ที่พักบ้านเรือ ในทะเลสาบดาลตลอดแนวริมฝั่งทะเลสาบที่ติดกับถนน Boulevard มีท่าจอดเรือข้ามฟากอยู่เป็นระยะๆ ค่าเรือข้ามไปยังบ้านเรือในทะเลสาบอยู่ระหว่าง 20 - 50 รูปี ขึ้นอยู่กับระยะทางใกล้-ไกล

** ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้หลากหลายพันธุ์ ออกดอกงดงามหลากสีสันสวยงาม รวมทั้งต้นชีน่าร์ (ชื่อต้นไม้ที่เรียกตามท้องถิ่น) หรือ ต้นเมเปิ้ล ซึ่งลักษณะเด่นของเมเปิ้ลที่นี่ ใบจะมีขนาดใหญ่ บางต้นมีอายุกว่า 300 - 400 ปี บริเวณโดยรอบสวนมีลานน้ำพุ ซึ่งน้ำพุนี้เกิดขึ้นได้โดยแรงดันน้ำธรรมชาติที่ไหลลงมาจากภูเขา

  • จากนั้นนำท่านไปชม สวนนิชาต (Nishat Garden) เป็นสวนพักผ่อนที่ใหญ่ที่สุดในเมืองแคชเมียร์ สร้างขึ้นในปี พ.ศ 2176 สร้างโดย อาซาฟข่าน สร้างให้กับ น้องสาวพระนางนูชาฮัล ด้านหลังของสวนติดกับ เทือกเขาซาร์วาวาล ที่มีความงดงามและยิ่งใหญ่ ทำให้มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี และสวนดอกไม้นานาชนิด บริเวณด้านหน้าสวนเมืองมองออกไปจะเห็นทัศนียภาพอันสวยงามอีกมุมหนึ่งของทะเลสาบดาล

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ที่ ภัตตาคารของโรงแรม จากนั้นนำท่านกลับสู่ที่พัก

พักที่ .................... หรือเที่ยบเท่าระดับ 4 ดาว

วันที่ห้าของการเดินทาง   ศรีนาการ์ – พาฮาลแกม Pahalgam

เช้า รับประทานอาหารเช้า ที่ ห้องอาหารของโรงแรมนำท่านเดินทางสู่ พาฮาลแกม หรือ หุบเขาแกะ เป็นหุบเขาที่มีความสูงถึงระดับ 2,130 เมตรจากทะเล เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ของอินเดียหลายเรื่อง ระหว่าง ทางท่านจะได้สัมผัสกับทุ่งดอกไม้และวิวทิวทัศน์อันสวยงาม รวมถึงทุ่ง มัสตาร์ส ที่กำลังออกดอกเหลืองอร่ามไปทั้งทุ่ง สวยงามสะดุดตาจนต้องจอดรถ ลงไปถ่ายรูป

  • พาฮาลแกม แหล่งปิกนิกยอดนิยมของชาวแคชเมียร์และนักท่องเที่ยวต่างถิ่น พาฮาลแกมขึ้นชื่อด้านความงดงามของทิวทัศน์ที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาตระกูลหิมาลัย ป่าสนเขียวสด และแม่น้ำ  Liddar อันใสเย็น ดอกไม้ป่าจะบานสะพรั่งในฤดูร้อน โดยเฉพาะที่นี่เป็นแหล่งปลูกหญ้าฝรั่นซึ่งเป็นพืชดอกสีม่วงที่นิยมใช้ประโยชน์จากเกสรสีแดงของมันในการผสมสุรา, อาหาร, รวมถึงลูกอมลูกกวาดให้มีกลิ่นหอมพาฮาลแกม ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่พักผ่อนปิกนิก ตกปลาเทราต์ และขี่ม้าชมวิวเท่านั้น ช่วงเดือนกรกฎาคม และสิงหาคมของทุกปี

** ผู้แสวงบุญชาวฮินดูจำนวนมากจะมาประกอบพิธีกรรมยาตราเพื่อไปสักการะถ้ำอัมรนาถ อันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งถือเป็นที่ประทับของพระศิวะ เทศกาลนี้เป็นที่รู้จักกันในนาม Amarnath Yatra เดินทางโดยรถบัส ใช้ระยะเวลาในการเดินทาง 3 ชั่วโมงพอถึง พาฮาลแกม อิสระให้ท่านเดินชมหุบเขามีสายน้ำที่ไหลมาบรรจบกันเป็น แม่น้ำริดเดอร์ Liddar อันใสเย็น

*** ที่พาฮาลแกมท่านสามารถขี่ม้าแคระ (มีคนจูง) ชมความงามของธรรมชาติ ป่าสนขนาดใหญ่และหมู่บ้านที่มีวิถีชีวิตแบบพื้นบ้านของชาวแคชเมียร์ เส้นทางการขี่ม้าอาจแตกต่างไปตามฤดูกาลบางช่วงอาจเป็นเส้นทางไต่เขาสูงชันสำหรับ ท่านที่กลัวความสูงโปรดพิจารณาก่อนตัดสินใจ ใช้เวลาไปกลับ 1-2 ชั่วโมง (ค่าขี่ม้าไม่รวมในทัวร์) ราคาประมาณ 10 เหรียญดอลล่าห์สหรัฐ ***

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  พักผ่อนตามอัธยาศัย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม

พักที่ ....................... หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว

วันที่หกของการเดินทาง   พาฮาลแกม – ศรีนาการ์ – เดลลี – อัครา

เช้า รับประทานอาหารเช้า ที่ ห้องอาหารของโรงแรม หลังอาหาร นำท่านเดินทาง สู่ เมืองศรีนาการ์

  • 11.00 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารหลังอาหาร นำท่านเดินทาง สู่ สนามบิน เพื่อนำท่านเดินทาง กลับ สู่ เมืองเดลลี
  • 13.40 คณะออกเดินทาง สู่ เมือง ศรีนาการ์ โดยเที่ยวบิน แอร์อินเดีย เที่ยวบินที่ AI 826
  • 15.05 คณะเดินทางถึง สนามบินเมืองเดลลี จากนั้นนำท่านเดินทาง สู่ เมือง อัครา ระยะทางประมาณ 230 กิโลเมตร (ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง) เมืองอัครา ตั้งอยู่ในรัฐอุตตรประเทศ หรือเขตพื้นที่ทางเหนือของอินเดีย มีอาณาเขตครอบคลุมภูมิประเทศที่แตกต่างกันสองแบบ คือ เขตที่ราบลุ่มแม่น้ำคงคา และ เขตที่ราบสูงบวกเทือกเขาบนคาบสมุทรอินเดียทางตอนใต้ ถนนหนทางในเขตเมืองเก่าเป็นตรอกซอกซอย ร้านรวงมีสีสันด้วยหัตถกรรมพื้นบ้าน และศิลปะการเจียรหินอ่อน แบบโมกุล อัครารุ่งเรืองขึ้นในสมัยโมกุล

** โดยเฉพาะในรัชสมัยของกษัตริย์อักบาร์ ชาร์ฮันคีร์ และชาร์จาฮาน อัคราเป็นเมืองหลวงในศตวรรษที่ 16 จนถึง ต้นศตวรรษที่ 17 ปกครองโดยราชวงศ์โมกุลซึ่งนับถือศาสนาอิสลาม

  • 20.30 รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

ค่ำ หลังอาหาร นำท่านเดินทางเข้า สู่ ที่พัก โรงแรม ***

พักที่ ....... หรือเที่ยบเท่าระดับ 4 ดาว

วันที่เจ็ดของการเดินทาง   เมืองอัครา – ทัชมาฮาล –อัคราฟอร์ท– เมืองชัยปุระ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ที่ ห้องอาหารของโรงแรมหลังอาหาร นำท่าน ชมทัชมาฮาล อนุสรณ์สถานแห่งความรักอันยิ่งใหญ่ของมหาราชาซาจาร์ฮาลที่มีต่อนางอันเป็นที่รักยิ่งมหารานีมุมตัส มาฮาล ตัวทัชมาฮาลสร้างจากหินอ่อนสีขาว แสดงถึงความรักที่บริสุทธิ์นิรันดร์ตลอดกาล และหินทรายสีแดงแสดงถึงความรักที่มั่นคงต่อพระนางเพียงผู้เดียว ตัวทัชมาฮาลประดับประดาด้วยรัตนชาตินานาชนิด

** ใช้เวลาในการสร้างถึง 22 ปี ชมวิวแม่น้ำยมุนาที่ไหลผ่านด้านหลัง และชมสถานที่จะสร้างแบล็คมาฮาล ที่สร้างแต่ยังไม่เสร็จ ให้เป็นคู่กันกับทัชมาฮาล ชมอัคราฟอร์ท ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา สร้างในปี 1564 ตามบัญชาของพระเจ้าอักบาร์ กำแพงป้อมสร้างจากหินทราย มีตำหนักต่างๆ ถึง 500 หลัง เป็นศิลปะแบบเบงกาลีและคุชราตีปัจจุบันเหลืออยู่หลังเดียว คือ ชาหังคีรีมาฮาล

** เป็นที่ประทับของชายาฮินดูของพระเจ้าอักบาร์ ลักษณะสถาปัตยกรรมจึงเป็นแบบอินเดียแท้ ครั้นถึงสมัยพระเจ้าชาห์จะ ฮาน ทรงมีบัญชาให้รื้อถอนตำหนักอื่นๆลงทั้งหมดเพื่อสร้างวังที่ประทับใหม่ลักษณะเป็นศิลปะแบบฮินดูผสมกับอิสลาม รวมถึงหอแปดเหลี่ยม มุสซามานบูรช์ ที่เชื่อกันว่าเป็นที่ซึ่งชาห์ จะ ฮาน ถูกคุมขังเอาไว้ และเฝ้ามองทัชมาฮาลไปจวบจนลมหายใจสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพ

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันณ ภัตตาคาร  หลังอาหาร นำท่านเดินทาง สู่ เมืองชัยปุระ โดยรถบัสปรับอากาศ.......เดินทางสู่ เมืองชัยปุระ (ระยะทาง 250กม.ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง) นครสีชมพู คนอินเดียเรียกเมืองนี้ว่า “ไจปูร์” หรือไจเปอร์ เมืองหลวงของแคว้นราชาสถาน (RAJASTHAN) ในอดีตเคยมีกษัตริย์ปกครองหลายพระองค์ ความรุ่งเรืองและยิ่งใหญ่ดูได้จากป้อมปราการที่เด่นสง่าตามเนินเขา เมืองนี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ออกแบบวางผังเมืองได้สวยงาม

** ระหว่างทางนำท่านชมพระราชวังเดิม ฟาห์ติปูศิครี ซึ่งเป็นมรดกโลก สร้างโดยพระเจ้าอักบาร์มหาราชแห่งราชวงศ์โมกุล พระองค์ทรงสร้างขึ้นเพื่อเป็นเมืองหลวงใหม่แต่เพราะความแห้งแล้งและกันดารน้ำ เมืองนี้จึงถูกทอดทิ้งให้กลายเป็นเมืองร้างหลังจากสร้างเสร็จได้ไม่กี่ปี ที่นี่ยังเป็นที่ฝังศพของนักบุญเชก ซาลีบ จิษฎีในนิกายซูนี

*** เล่ากันว่าเมื่อครั้งที่พระเจ้าอักบาร์ร้อนพระทัยใคร่ได้ทายาท พระองค์ได้เสด็จมาหานักบุญผู้นี้และนักบุญผู้นี้ได้ถวายคำพยากรณ์ว่าพระองค์จะมีพระโอรสสามองค์ แล้วก็ปรากฏเป็นจริงดั่งคำทำนาย ฟาห์ติปูศิครี เป็นที่เดียวในอินเดียที่ท่านจะสามารถชมศิลปกรรมของราชวงศ์โมกุลอิทธิพลอินเดียโบราณที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์แบบที่สุด จนได้รับสมญานามว่าเมืองผีสิง... ***

  • ถึงเมืองชัยปุระ นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม

พักที่....................... หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว

วันที่แปดของการเดินทาง  เมืองชัยปุระ - พระราชวังแอมเบอร์ – ฮาวามาฮาล – ซิตี้พาเลซ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ที่ ห้องอาหารของโรงแรม  หลังอาหารเช้า นำท่านเดินทาง สู่ ป้อมแอมเบอร์ ชมพระราชวังที่งดงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบศิลปราชบุตร ชมความอลังการของห้องต่างๆ ภายในพระราชวังชมพระราชวัง แอมเบอร์พาเลซ อันสวยงาม สร้างขึ้นโดยมหาราชาแมนสิงห์ ที่ 1 ในปี ค.ศ. 1592 และเสร็จสิ้งลงในสมัยของมหาราชาใจสิงห์ สร้างด้วยสถาปัตยกรรม แบบราชบุตรสร้างจากหินทรายแดง เป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานของทั้งโมกุ(อิสลาม) และฮินดู ที่เข้ากันอย่างสวยงามลงตัว

** เป็นป้อมปราการเด่นตระหง่าอยู่บนยอดเขาที่ห้อมล้อมด้วยทิวเขารอบด้าน มีกำแพงเหมือนกำแพงเมืองจีน ด้วยความยาวกว่า 13 ก.ม. ชมวิวทิวทัศน์ และนครสีชมพูเบื้องล่าง ริมเชิงหน้าผามีทะเลสาบซึ่ง สะท้อนภาพของป้อมปราการแห่งนี้ให้เป็นทัศนียภาพที่น่าชมยิ่งนัก

  • จากนั้นนำท่านชมฮาวาฮาล พระราชวังแห่งสายลม หรือ “พาเลซออฟวินด์”พระราชวังแห่งสายลม ซึ้งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1799 โดยมหาราชา ไสว ชัย สิงห์ ประดับด้วยสิงห์ศิลปะราชบุตร เป็นวังขนาดเล็กสูง 5 ชั้น สร้างขึ้นด้วยหินทรายสีชมพูมีหน้าต่างถึง 953 ช่อง ซึ้งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยปุระ จนได้ชื่อว่าเป็นเมืองสีชมพู

*** ซึ่งกษัตริย์ไสวชัย สิงห์ สร้างตำหนักแห่งนี้ ภายในมีซอกซอยทางขึ้น วนเป็นเขาวงกต มีช่องหน้าต่างเล็กๆ มากมาย เป็นทั้งช่องลมผ่าน เป็นทั้งผู้หญิงสูงศักดิ์ในราชสำนักแอบมองดูชีวิตความเป็นอยู่ในตัวเมือง โดยบุคคลภายนอกไม่สามารถมองเห็นสตีเหล่านั้นได้ และนั่นคือที่มาของคำว่า “ฮาวา” ซึ่งแปลว่าสายลมพระราชวัง ซึ่งยังคงใช้เป็นสถานที่พำนักของมหาราชาแห่งราชาสถาน โดยสามารถดูได้เพียงด้านนอกเท่านั้น ***

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านชม ซิตี้พาเลซ ซึ้งครอบคลุมพื้นที่ถึง 1 ใน 7 ของใจกลางเมือง สร้างตั้งแต่สมัยมหาราชาใจสิงห์ และต่อเติมกันเรื่อยมาเป็นสถาปัตยกรรมแบบราชสถาน ที่แสดงถึงลักษณะของศิลปะชั้นยอดแบบโมกุล อดีตเป็นที่พำนักของเจ้าผู้ครองเมือง ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ แสดงของใช้ส่วนพระองค์ของมหาราชาแห่งเมืองชัยปุระ ประกอบด้วย 4 ส่วนที่น่าสนใจคือ

  • ส่วนแรกคือส่วนของพระราชวัง
  • ส่วนที่สองเป็นส่วนของพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงฉลองพระองค์ของกษัตริย์และมเหสี ซึ้งมีการตัดเย็บอย่างวิจิตร
  • ส่วนที่สามเป็นส่วนของอาวุธและชุดศึกสงคราม และส่วนที่สี่ คือส่วนของศิลปะ ภาพวาด รูปถ่าย พรมโบราณ และราชรถ แม้ยุคนี้จะไม่มีมหาราชาอีกต่อไป แต่ City Palace แห่งนี้ยังเป็นสมบัติส่วนพระองค์และชาวเมืองชัยปุระบางส่วนก็ยังนับถือมหาราชาอยู่แม้พระองค์จะไม่มีอำนาจใดๆ

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม

พักที่ .........................หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว

วันที่เก้าของการเดินทาง  ชัยปุระ – เดลลี – กรุงเทพฯ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ที่ ห้องอาหารของโรงแรม

  • 09.00 หลังอาหาร นำท่านเดินทางกลับ สู่ กรุงเดลลี

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำคณะเดินทางกลับเข้าสู่ เดลลี

  • 16.00 เวลาโดยประมาณ คณะเดินทางถึง กรุงเดลลี ให้ท่านอิสระที่ตลาดเดลลีฮัท (Delhi HUT) ให้ท่านเลือกซื้อของฝาก จากอินเดีย

*** สินค้ามากมายจากทั่วประเทศ อาทิ เครื่องทองเหลือง ผ้าปักลวดลายต่างๆ เครื่องประดับในราคาถูก ตามอัธยาศัย ***

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หลังอาหาร นำท่านเดินทาง สู่ สนามบินฯ เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับกรุงเทพฯ

  • 23.30 คณะออกเดินทางกลับ สู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบิน ที่ TG 316

วันที่สิบของการเดินทาง  กรุงเทพฯ

  • 05.25 คณะเดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

*********************************

รายการท่องเที่ยวนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือสลับกันได้ ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ถือเป็นเอกสิทธิ์ของผู้จัด โดยยึดถือตามสภาพการณ์ และประโยชน์ของท่านเป็นสำคัญ

การเดินทาง

กรุงเทพ-เดลี-ศรีนาการ์-เดลี-กรุงเทพฯ

สายการบิน THAI AIRWAYS  (TG)+สายการบินภายในประเทศ

- รถบัสรับส่งตลอดการเดินทาง

ที่พัก

- โรงแรม 4ดาว พักห้องละ 2 ท่าน

อาหาร

- ในภัตตาคาร หรือ ห้องอาหารท้องถิ่น

สภาพอากาศ

- ช่วงเดือนเมษายน อากาศกำลังสบาย ไม่ร้อนไม่หนาว

ข้อมูลอื่นๆ

- ไฟฟ้า 220/110v ปลั๊กแบบแบน สองรู
บางจุดสามารถใช้กันอุปกรณ์ได้เลย แต่บางจุดใช้ไม่ได้แนะนำเตรียม universal adaptor ไปด้วย

- เงินส่วนตัวเพื่อชอปปิ้งกรุณาแลกเงิน เป็น US. ไป


ค่าใช้จ่าย

ผู้ใหญ่ ท่านละ 56,900 .-   บาท

เด็กเสริมเตียง ท่านละ  54,900 .- บาท

ไม่เสริมเตียง ท่านละ  53,900 .-  บาท

อัตรานี้รวม

- ภาษีสนามบิน

- รถท้องถิ่น รับส่ง ตามโปรแกรม

- อาหารมื้อหลักตลอดการเดินทาง

- ที่พักตามระบุในโปรแกรม

- ประกันการเดินทาง 1,000,000บาท

อัตรานี้ไม่รวม

- เครื่องดื่มนอกเหนือรายการอาหาร

- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

- ค่าทิปคนรถ และไกด์ท้องถิ่น

- มินิบาร์ภายในโรงแรม

add on

- ต้องการพักเดี่ยวเพิ่ม 10,000 .-  บาท

จำนวนที่นั่ง

15 ท่านขึ้นไป

เอกสาร

- พาสปอร์ตตัวจริง มีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6เดือน

- รูปถ่ายติดบัตรหน้าตรงพื้นหลังสีฟ้า ขนาด 2นิ้ว 2รูป

- สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด

- สำเนาบัตรประชาชน 1 ชุด


ติดต่อสอบถาม

Tel: 02-942-0080, 02-942-0070

Mobile: 081-830-0751

Email :  อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน อีเมลนี้

หรือ ฝากข้อความไว้ล่าง Content นี้

บริษัท ทราเวิลโปร จำกัด | TravelProThai.com

บริษัท ทราเวิลโปร จำกัด | TravelProThai.com

TravelProThai.com Facebook Fanpage

Japan.Photo Facebook Fanpage

Zhangjiajie Facebook Fanpage

Jiuzhaigou Facebook Fanpage

Shangri-La Facebook Fanpage

Hong Kong Facebook Fanpage

Xian Facebook Fanpage

  • เปิด จันทร์-ศุกร์ : 09.00-18.00
  • Tel : 02-9420080, 02-9420070
  • Call Center : 095-9498002
  • Call Center : 081-6424456
  • Line id : @travelprothai หรือ travelprothai

เพิ่มเพื่อน

Website: www.facebook.com/info.travelprothai E-mail: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน