NOV JAPAN 2013 : โตเกียว – นิกโก้– ฟูจิ – คามาคูระ 7 วัน 5 คืน | บริษัท ทราเวิลโปร จำกัด : บริการ แพคเกจทัวร์ จองโรงแรม จัดทัวร์ จัดกรุ๊ปเหมา ดูงาน สัมมนา จองตั๋วเครื่องบิน เที่ยวทั่วโลก |
พุธสิงหาคม23 ,2017
Font Size

NOV JAPAN 2013 : โตเกียว – นิกโก้– ฟูจิ – คามาคูระ 7 วัน 5 คืน

เขียนโดย lanny
Rate this item
(2 โหวต)
ทัวร์ญี่ปุ่น ใบไม้เปลี่ยนสี | NOV JAPAN 2013 : โตเกียว – นิกโก้– ฟูจิ – คามาคูระ 7 วัน 5 คืน ทัวร์ญี่ปุ่น ใบไม้เปลี่ยนสี | NOV JAPAN 2013 : โตเกียว – นิกโก้– ฟูจิ – คามาคูระ 7 วัน 5 คืน Photo By TravelPro Team. | ห้ามผู้ใดนำภาพไปใช้โดยไม่ได้รับอนญาต การละเมิดถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ผู้เสียหายมีสิทธิ์ฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมาย
Autumn in Japan OCT-NOV 2013 : ทัวร์ญี่ปุ่น ใบไม้เปลี่ยนสี 2556 | ชมความงามของใบไม้เปลี่ยนสี ณ เมืองมรดกโลกนิกโก้ สวนสวยโชโยเอ็น วัดรินโนจิ น้ำตกเคงอน สะพานชินเคียว ทะเลสาบชูเซ็นจิ

Autumn in Japan OCT-NOV 2013 : ทัวร์ญี่ปุ่น ใบไม้เปลี่ยนสี 2556ชมความงามของใบไม้เปลี่ยนสี ณ เมืองมรดกโลกนิกโก้ สวนสวยโชโยเอ็น วัดรินโนจิ น้ำตกเคงอน สะพานชินเคียว ทะเลสาบชูเซ็นจิ | ชมธรรมชาติ ณ ภูเขาไฟฟูจิ ล่องเรือทะเลสาบอาชิ หมู่บ้านโอชิโนะ เต็มอิ่มกับบุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์ | แวะเที่ยวชมจังหวัดคานางาวะเมืองท่าน่าเที่ยว สักการะพระใหญ่ไดบุตสึแห่งคามาคุระ ศาลเจ้าทสึรุงาโอกะฮาจิมัง วัดเคนโชจิ วัดเอ็นงาคุจิ แวะชิมราเม็งที่ Yokohama Ramen Museum โยโกฮาม่าไชน่าทาวน์ และ Minato Mirai21 | เต็มอิ่มกับใบไม้เปลี่ยนสีในโตเกียว ชมวัดอาซากุสะ แวะชมสวนสวยริคุงิเอ็น อิสระช้อปปิ้งชินจูกุ | เที่ยวชมวัดนาริตะ | เดินทาง 31 ตุลาคม - 6 พฤศจิกายน 2556 บิน TG

วันเดินทาง
ดูตัวโปรแกรมใน แบบ PDF... click
ราคาท่านละ
76,800 .- บาท (รับได้อีก 4ที่สุดท้ายจ้า)
จำนวนที่นั่ง 20 ที่เท่านั้นจ้า (เปิดจอง)

กำหนดการเดินทาง 31 ตุลาคม - 6 พฤศจิกายน 2556

วันแรก  กรุงเทพฯ  (สุวรรณภูมิ) – โตเกียว

  • 19.30 น. พร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 อาคารผู้โดยสารขาออก ประตู 3 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านเอกสารและสัมภาระก่อนการขึ้นเครื่อง
  • 22.10 น. ออกเดินทางสู่ ประเทศญี่ปุ่น โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 640

วันที่สอง โตเกียว – นิกโก้ – น้ำตกริวซุ – วัดรินโนจิ – สวนโชโยเอ็น – ศาลเจ้าโทชูกุ – ศาลเจ้าฟุราตะ –สะพานชินเคียว – ทะเลสาบชูเซ็นจิ

06.20 น. เดินทางถึงสนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น (เวลาท้องถิ่นเร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมง)หลังจากผ่านขั้นตอนศุลกากรเรียบร้อบแล้ว นำท่านขึ้นรถโค้ช ออกเดินทางสู่เมืองมรดกโลกนิกโก้ (Nikko) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในทิวเขาในจังหวัดโทะจิงิ ประเทศญี่ปุ่น อยู่ห่างจากกรุงโตเกียวไปทางทิศเหนือประมาณ 140 กิโลเมตร เป็นเมืองท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างประเทศ นอกจากนี้ที่นิกโก้มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นยุคตระกูลโชกุน โทกุกาว่า อิเอยะสุ ผู้สร้างเมืองเอโดะให้เป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ (โตเกียว) จนทำให้เมืองนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกจากองค์การ UNESCO เดินทางสู่ น้ำตกริวซุ (Ryuzu Waterfall) หรือน้ำตกหัวมังกร "ริวซุ" มีความหมายว่า หัวมังกร เป็นน้ำตกที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุด 1 ใน 3 ของเมืองนิกโก้ ที่มาของชื่อน้ำตกแห่งนี้ได้มาจากรูปร่างของน้ำตกที่คล้ายกับหัวมังกรนั่นเอง น้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำยูคาว่า ไม่ไกลจากทะเลสาบชูเซ็นจิ เนื่องจากด้านหน้าของแอ่งน้ำตก มีหินก้อนใหญ่ขวางทางอยู่ ทำให้กระแสน้ำที่ไหลมาถึงจุดนั้น ถูกแยกออกเป็นสองทาง ลักษณะคล้ายหัวมังกร ตรงส่วนหัวของมังกรมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมอยู่ เมื่อใบไม้บริเวณนั้นเปลี่ยนเป็นสีแดง ก็จะทำให้มองเห็นเป็นหัวมังกรสีแดงด้วย จึงทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็นจุดที่ชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยมของเมืองนิกโก้เลยทีเดียวเข้าชม วัดรินโนจิ (Rinnoji Temple) วัดพุทธศาสนาในนิกายเทนได ศาลาหลังใหญ่ ซันบุตสึโด (Sanbutsu – do) ภายในวัดรินโนจิ  สร้างขึ้นเมื่อปี  พ.ศ.2191 ตามพระบัญชาของจักรพรรดินินเมอิ (Ninmei Emperor) เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปไม้แกะสลักปิดทองสูงองค์ละ 8 เมตร อันเป็นที่เคารพกราบไหว้ของชาวเมืองนิคโก้ 3 องค์คือ เจ้าแม่กวนอิมพันกร, พระอมิตพุทธ และพุทธรูปม้าอยู่กลางพระนลาต โดยองค์ที่ 3 นี้ถือว่าเป็นเทพผู้พิทักษ์สัตว์โลกทั้งมวล ปัจจุบันศาลาหลังนี้อยู่ระหว่างการบูรณะครั้งใหญ่ แต่ยังคงเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชม วิธีการบูรณะซ่อมแซมอาคารได้ และด้านบนมีจุดชมวิวให้ได้เก็บภาพสวยๆ จากมุมสูงได้อีกด้วย แวะชม สวนโชโยเอ็น  (Shoyo-en Garden) ตั้งอยู่ตรงข้ามศาลาหลังใหญ่ของวัดรินโนจิ  ตกแต่งด้วยหิน  เสาหิน  บ่อน้ำตามแบบอย่างของสวนญี่ปุ่นในสมัยเอโดะ  ออกแบบโดย  Issai Sato  ภายในบรรยากาศร่มรื่นด้วยมวลแมกไม้  มีต้นซากุระให้เห็นบ้างแต่ไม่มาก แต่ในฤดูใบไม้ร่วง ก็จะเห็นใบไม้เปลี่ยนสีเป็นสีเหลือง  ส้มและแดงเพลิงดูสวยไปอีกแบบ

เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านเดินทางเข้าชม ศาลเจ้าโทโชกุ (Toshogu Shrine) เป็นศาลเจ้าชินโตที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แด่โชกุนโทะกุงะวะ อิเอะยะสุ โชกุนคนแรกของตระกูลโทคุงะวะ เริ่มสร้างในปี พ.ศ. 2160 ศาลเจ้านี้ตั้งอยู่ในเมืองนิกโก เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานวัฒนธรรม "ศาลเจ้าและวัดแห่งนิกโก" ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นที่ตั้งรูปเคารพและป้ายวิญญาณของอิเอยาสุ และมีสถานที่ฝังอัฐิอยู่ที่นี่ ภายในศาลเจ้ามีรูปสลักหินจำลองมากมายกว่า 5,000 รูป และภายในศาลเจ้ายังเป็นที่ตั้งของสุสานของโชกุนโทกุกาว่า อิเอยาสุ ซึ่งต้องขึ้นบันไดหินกว่า 200 ขั้นถึงจะได้ชมตัวสุสานที่ฝังร่างท่านโชกุนผู้นี้ โดยบริเวณนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์อันสวยงามได้อย่างเต็มตา และชมเจดีย์ห้าชั้นทรงญี่ปุ่นสูงกว่า 40 เมตร ซึ่งประดับด้วยภาพไตรวานร ซึ่งเป็นรูปลิงปิดหู ปิดตา และปิดปากอันโด่งดัง ซึ่งมีความหมายว่า ไม่รับฟังสิ่งชั่ว ไม่พูดสิ่งชั่ว และไม่มองสิ่งชั่วออกมาจากบริเวณศาลเจ้าโทโชกุ  เดินเลี้ยวขวาไปตามทางเดินที่ร่มรื่นประมาณ  200 เมตร  จะถึงประจูโทริอิทางเข้า ศาลาเจ้าฟุตาระซัน (Futarasan Jinja) สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2162 โดยโชกุนฮิเดะทาดะ  (Shogun Hidetada) ศาลเจ้าแห่งนี้คนญี่ปุ่นเชื่อว่าเป็นที่สถิตของเทพ  3 องค์ โดยทั้งสามองค์เป็นเทพในครวบครัวเดียวกัน  มีความสำคัญคือเป็นเทพที่นำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ญี่ปุ่นนำท่าน นำท่านเดินทางสู่บริเวณ "แหล่งมรดกโลก" แวะชม สะพานชินเคียว (Shinkyo Sacred Bridge) หรือสะพานอสรพิษคู่  สะพานโค้งสีแดง ทอดข้ามแม่น้ำไดยะ (Daiya  River)  ตรงเชิงเขาปากทางขึ้นสู่แหล่งมรดกโลก มีความยาว  28  เมตร  กว้าง  7 เมตร  สูงจากระดับน้ำราว  10 เมตร  สร้างจากไม้โดยมีเสาหินรองรับน้ำหนัก ได้ชื่อว่าเป็นสะพานที่สวยงามอีกแห่งของบรรดาสะพานไม้โบราณในญี่ปุ่นจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบชูเซนจิ (Lake Chuzenji) เป็นทะเลสาบที่ตั้งอยู่ตีนเขาของภูเขาไฟ Nantai ตัวทะเลสาบเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อประมาณ 20,000 ปีที่แล้ว ทะเลสาบชูเซนจิมีชื่อเสียงทางด้านบ่อน้ำพุร้อน และความหลากกลายทางธรรมชาติ โดยมีน้ำตกหลายแห่งในบริเวณรอบๆ ฤดูที่สวยที่สุดของทะเลสาบคือช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง เนื่องจากรอบทะเลสาบรายล้อมไปด้วยภูเขาและต้นไม้ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสวิวทิวทัศน์ ของใบไม้หลากสี

เย็น  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก NIKKO STATION HOTEL CLASSIC ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า (ONSEN)

วันที่สาม  น้ำตกเคงอน – ล่องเรือทะเลสาบอาชิ – ทะเลสาบคาวาคูชิโกะ – ฟูจิ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ  ห้องอาหารโรงแรม เดินทางสู่จุดชมวิว น้ำตกเคงอน (Kegon Waterfall) ซึ่งเป็นเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงของนิกโก้ โดยการชมน้ำตกแห่งนี้ ต้องขึ้นลิฟท์ความเร็วสูงขึ้นไปยังจุดชมวิวที่ความสูงมากกว่า 90 เมตร และน้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับทะเลสาบชูเซ็นจิ เดินทางสู่เมืองฮาโกเนะ เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีผู้มาเยือนเป็นจำนวนมาก นักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างประเทศเดินทางมาเพื่อพักผ่อนตามรีสอร์ทและสปา หรือเพื่อเยี่ยมชมทิวทัศน์ภูเขาที่รายรอบเมือง อีกทั้งยังมีอุทยานแห่งชาติฟุจิ-ฮาโกเนะ-อิซุ  (Fuji-Hakone-Izu National Park) ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีอาณาเขตครอบคลุมบริเวณจังหวัดยะมะนะชิ ชิซุโอะกะ คะนะงะวะ และบริเวณตะวันตกของมหานครโตเกียว ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2479 ในชื่อเดิมอุทยาน แห่งชาติฟุจิ-ฮาโกเนะ ถือเป็นหนึ่งในสี่อุทยานแห่งชาติที่ตั้งขึ้นครั้งแรกของญี่ปุ่น ต่อมาในปี พ.ศ. 2493 ได้รวมเกาะอิซุเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอุทยาน และเปลี่ยนชื่ออุทยานเป็น "ฟุจิ-ฮาโกเนะ-อิซุ" จนถึงปัจจุบันนี้

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านล่องเรือชมความงาม ทะเลสาบอาชิ (Lake Ashi) ซึ่งตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติฟุจิ-ฮาโกเนะ-อิซุ  เป็นทะเลสาบที่ก่อตัวจากลาวาของภูเขาไฟ ฟูจิ ทะเลสาบอาชิ ได้ ชื่อว่า เป็นทะเลสาบ ที่สวยที่สุด 1 ใน ทะเลสสาบ 5 แห่ง ที่ล้อมรอบ ภูเขาไฟภูจิ นอกจากนั้นทะเลสาบแห่งนี้ยังขึ้นชื่อในเรื่องการตกปลาเทราท์ และถ้าในวันที่อากาศดีและปลอดโปร่ง ท่านยังสามารถเห็นวิวของภูเขาไฟฟูจิที่ขึ้นชื่อว่ามีความสวยงามที่สุดในโลกได้อีกด้วย ส่วนการล่องเรือโจรสลัดนั้น จะใช้เวลาในการล่องเรือประมาณ 40 นาที เพื่อไปยังท่า Hakonemachi โดยตัวเรือจะถูกตกแต่งให้เป็นเรือโจรสลัดย้อนยุค เท่าที่เห็นจะมีอยู่ 2 แบบ คือเรือโจรสลัดสีแดง และเรือโจรสลัดสีเขียว จากนั้นเดินทางต่อไปยัง ทะเลสาบคาวากูชิโกะ (Lake Kawakuchi) เป็นหนึ่งในทะเลสาบ 5 แห่งบริเวณภูเขาไฟฟูจิ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมเดินทางมาที่ทะเลสาบแห่งนี้ เนื่องจากเป็นจุดที่สามารถชื่นชมความงามของภูเขาไฟฟูจิได้ดีที่สุดอีกจุดหนึ่ง นอกจากนั้นยังสามารถเพลิดเพลินกับบรรยากาศที่สวยงามไม่ว่าจะเป็นช่วงซากุระในฤดูใบไม้ผลิ และใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง โดยเฉพาะบริเวณ ""Maple Corridor" (Momiji Kairo) ในช่วงฤดูใบไม่ร่วงนั้น สีของต้นเมเปิลสีแดงสดใสปกคลุมตลอดทางเดินทางด้านเหนือของทะเลสาบ จุดนี้เองที่ดึงดูดช่างภาพเป็นอย่างมาก

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก (เมนูปูยักษ์)หลังอาหารให้ท่านได้ผ่อนคลายกับการแช่น้ำแร่ธรรมชาติเพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าและจะทำให้ผิวพรรณสวยงาม และยังช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตดีอีกด้วย (ONSEN)

นำท่านเข้าสู่ที่พัก  KOSUIEN HOTEL ระดับ 3 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่สี่  ภูเขาไฟฟูจิ ชั้น 5 – โอชิโนะ ฮัคไค – พระใหญ่คามาคุระ – ศาลเจ้าซึรุงะโอกะ ฮาจิมังกุ – ถนนวากามิยะโอจิ – ถนนโคมาจิโดริ

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ  ห้องอาหารโรงแรม นำท่านขึ้นสู่ ภูเขาไฟฟูจิ ตั้งตระหง่านอยู่เหนือเกาะญี่ปุ่นด้วยความสูง 3,776 เมตรจากระดับน้ำทะเลและรูปทรงกรวยคว่ำที่ได้สัดส่วน เป็นแรงบันดาลใจให้กับการสร้างสรรค์ผลงานของศิลปินทั้งนักประพันธ์และกวีผู้มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น เกิดการระเบิดครั้งสุดท้ายเมื่อปี 1707 หรือกว่าสามร้อยปีมาแล้วส่งผลให้มีเถ้าลาวาลอยฟุ้งขึ้นปกคลุมเป็นรัศมีกว้างไกลไปถึงกรุงโตเกียวในสมัยเอโดะ ซึ่งอยู่ห่างออกไปกว่า 100 กิโลเมตร เดิมชาวญี่ปุ่นเชื่อกันว่า ภูเขาไฟฟูจิเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่สถิตของเทพเจ้า ที่นี้จึงเป็นแดนต้องห้ามสำหรับสุภาพสตรีมานานนับร้อยๆ ปี จนเมื่อปี 1867 จึงได้มีสตรีชาวอังกฤษผู้หนึ่งหาญกล้าปืนเข้าไปถึงยอด ผลที่ตามมาก็คือ ในบรรดาคนกว่า 400,000 คนที่เดินขึ้นภูเขาไฟฟูจิในแต่ละปี จะเป็นสตรีอยู่ถึงครึ่งหนึ่งแม้กระทั่งจะมีคนมาพิชิตภูเขาไฟฟูจิกันตลอดทั้งปี แต่ฤดูขึ้นเข้า "อย่างเป็นทางการ" นั้นจะเริ่มขึ้นในวันที่ 1 กรกฏาคม และสิ้นสุดลงในวันที่ 1 สิงหาคม นำท่านขึ้นชมความงามกันแบบใกล้ชิดยังบริเวณ "ชั้น 5" ของภูเขาไฟฟูจิ (หรือชั้นสูงสุดที่ทางอุทยานฯอนุญาตให้ขึ้นได้ในวันนั้นๆ) เพื่อชมทัศนียภาพโดยรอบของภูเขาไฟที่สามารถมองเห็นทะเลสาบทั้งห้ากระจายอยู่โดยรอบและเทือกเขาเจแปนแอลป์ที่ทอดตัวยาวขนานกับเส้นทางขึ้นสู่ภูเขาไฟ (จะสามารถเห็นได้หากสภาพอากาศเอื้ออำนวย)จากนั้นนำท่านเดินทางไปชม บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์  โอชิโนะ ฮัคไค บ่อน้ำที่เกิดจากการละลายของหิมะบนภูเขาไฟฟูจิ  ที่ใช้เวลาอันยาวนานในการไหลลงมาสู่พื้นดินและซึมซาบไปยังบ่อน้ำแต่ละบ่อน้ำ ดังนั้นน้ำที่อยู่ในบ่อจะเป็นน้ำที่ใสสะอาด และสดชื่นมาก ในปี 1985 สถานที่แห่งนี้ยังได้ถูกเลือกให้เป็น 1 ใน 100 อันดับ แหล่งน้ำจากธรรมชาติที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นอีกด้วย

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นออกเดินทางต่อไปยัง เมืองคามาคุระ (Kamakura) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดคานางาวะ หันหน้าออกสู่ทะเล และถูกโอบล้อมด้วยภูเขาทางด้านหลัง เคยเป็นเมืองหลวงเก่าและศูนย์กลางการปกครองการเมืองในสมัยคามาคุระ (Kamakura) ราวศตวรรษที่ 12 – 13 ก่อนสมัยเอโดะนั่นเอง      เข้าชม พระใหญ่แห่งเมืองคามาคุระ (Kamakura Daibutsu, Great Buddha) คนส่วนใหญ่มักจะรู้จักกันในนาม Daibutsu ซึ่งแปลตรงตัวได้ว่า "พระพุทธองค์ใหญ่" แต่น้อยคนที่ทราบว่าชื่อจริงของ Daibutsu ที่ Kamakura องค์นี้คือ พระอมิตตาพุทธ นิโอยุราอิ (Amida Nyoyurai) ตั้งอยู่ภายใน วัดโคโตกุอิน (Kotoku-in Temple) องค์ที่เห็นในปัจจุบันสร้างจากสำริด เสร็จเมื่อปี พ.ศ.1795 ความสูงรวมฐานอยู่ที่ 13.35 เมตร เฉพาะตัวองค์พระนั้นสูง 11 เมตร น้ำหนักราว 122 ตัน ประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง เนื่องจากในอดีตวิหารเดิมเคยถูกทำลายโดยคลื่นสึนามิ (Tsunami) สูญหายหมดเหลือแต่องค์พระ ส่วนองค์พระที่มองเห็นเป็นสีเขียวนั้น เกิดจากการที่สำริดทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่นกับสภาพอากาศทั้งฝนและหิมะมายาวนานจนกลายเป็นสีเขียว จากนั้นเดินทางเข้าชม ศาลเจ้าซึรุงะโอกะ ฮาจิมังกุ (Tsurugaoka Hachiman-gu Shrine) สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1723 โดยโชกุนโยริโตโมะ มินาโมโตะ โชกุนคนแรกของเมืองคามาคุระ เพื่อใช้เป็นสถานที่สักการะบูชาฮาจิมังเทพเจ้าแห่งสงครามและเทพผู้ปกปักษ์รักษาตระกูลมินาโมโตะ เฉพาะในวันขึ้นปีใหม่มีชาวญี่ปุ่นเดินทางมาสักการะศาลเจ้าแห่งนี้ราว 2 ล้านคน** หากมีเวลาเหลือ ** เดินชมความงามของ ถนน Wakamiya Oji ที่ทำเป็นทางเท้าสำหรับคนเดินเข้าสู่ศาลเจ้านั้น ช่วงฤดูใบไม้ผลิจะเต็มไปด้วยต้นซากุระที่ดอกกำลังเบ่งบานเต็มที่ ดูแล้วตื่นตาตื่นใจ สองข้างทางนั้นประดับไปด้วยโคมไฟญี่ปุ่นโบราณสวยงามน่าชม ถนนสายซากุระเส้นนี้มีความยาวประมาณ 300 เมตร จนมาถึงสุดทางเดินจึงเห็นเสาโทริอิสีแดงอันใหญ่ของศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ โดยมีรูปแกะสลักหินสิงโตคู่ตั้งอยู่เคียงข้างทั้งสองด้านอยู่ไม่ไกลนักจากสถานีรถไฟคามาคุระ ถนนอีกเส้นหนึ่งที่ตั้งคู่ขนานกับถนน Wakamiya Oji คือ ถนน Komachi dori นั้นถือเป็นถนนคนเดินสายช็อปปิ้งของเมืองเลยทีเดียว เพราะมีร้านขายสินค้าพื้นเมือง ของฝากของที่ระลึก ขนมพื้นเมืองทำให้รับประทานกันใหม่ๆ ร้อนๆ จากเตา ทั้งขนมไส้ถั่วแดง หรือจะแวะซื้อสินค้าในร้านขายเสื้อผ้าสไตล์ญี่ปุ่นก็มี วัยรุ่นแต่งตัวสวยๆด้วยแฟชั่นนำสมัย ก็จะมาเดินเที่ยวกันที่นี่ จนบางท่านเปรียบให้เป็นย่านกินซ่าแห่งคามาคุระเลยทีเดียว

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก HOTEL in Kamakura, Yokohama, Odawara  ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่ห้า วัดเคนโชจิ – วัดเอ็นคาคุจิ – พิพิธภัณฑ์ราเม็ง โยโกฮาม่า – โยโกฮาม่า ไชน่าทาวน์ – Odaiba Aqua City – สะพานสายรุ้ง

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ  ห้องอาหารโรงแรม นำท่านเข้าชม วัดเคนโชจิ (Kenchoji Temple) วัดในนิกายเซนที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของคามาคุระ สร้างในสมัยของจักรพรรดิ Gofukasuka ยุคเคนโช Kencho (1227-1263) วัดนี้สร้างเมื่อปี พ.ศ.1796 ได้ชื่อวัดตามชื่อยุคนั่นเอง ท่านอาจารย์เซนเป็นพระชาวจีนแห่งราชวงศ์ซ่ง ชื่อ Lan-his Tao-lung เป็นพระที่สร้างคุณูปการให้กับวัดเซนหลายแห่งที่คิวชูและเกียวโต ก่อนที่จะมาที่คามาคุระ เมื่อท่านมรณภาพจักรพรรดิองค์ต่อมาได้ให้บรรดาศักดิ์ญี่ปุ่นแก่ท่านว่า Daikaku Zenji หรือ Teacher of Great Realization นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการให้ยศเช่นนี้แก่พระในนิกายเซน เดิมภายในอาณาบริเวณของวัดนี้มีศาลาหรือวิหารตั้งอยู่มากถึง 49 หลัง แต่ก็ถูกไฟไหม้เสียหายไปหลายหลัง นอกจากวัดเคนโชจิเป็นวัดเก่าแก่แล้วยังเป็นโรงเรียนสอนนิกายเซนแห่งแรกของญี่ปุ่นด้วยนำท่านเข้าชม วัดเองงะคุจิ (Engakuji Temple) เป็นหนึ่งในวัดใหญ่ของวัดพุทธในนิกายเซนที่หลงเหลืออยู่ในคามาคุระสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 1825 (หลังปีที่ถูกกองทัพมองโกเลียรุกรานในครั้งที่ 2 เพียง 1 ปี) เพื่ออุทิศให้กับผู้เสียชีวิตในช่วงที่มองโกเลียเข้ามารุกรานนั้นเอง ภายในบริเวณของหอซานิเด็น (Shariden) ที่สวยงาม นั้นมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ รวมทั้งพระพุทธรูปหินที่ตั้งอยู่กลางแจ้งมากมายหลายองค์นั้น ก็ผุกร่อนไปตามกาลเวลาบนองค์พระและตัวฐานพระนั้นมีเหรียญวางบริจาคไว้เต็มไปหมดแทบทุกองค์ ถ้าเดินไปถึงด้านหลังของวัดก็จะเจอระฆังสูง 2.5 เมตร ใบใหญ่ที่สุดของเมืองคามาคุระตั้งอยู่ นอกจากนี้วัดเองงะคุจิ ยังเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยมที่สุดอีกจุดหนึ่ง โดยเฉพาะบริเวณทางเข้าวัดซึ่งจะเต็มไปด้วยต้นเมเปิลที่เปลี่ยนสีสดใสต้อนรับผู้มาเยือนจากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยัง เมืองโยโกฮามะ (YOKOHAMA) เป็นเมืองหลวงของจังหวัดคานางาวะในประเทศญี่ปุ่น มีประชากร 3.6 ล้านคน โยโกฮามะเป็นเมืองท่าที่สำคัญในญี่ปุ่นและเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ  เข้าชม พิพิธภัณฑ์ราเม็ง (Yokohama Ramen Museum) พิพิธภัณฑ์ราเมงแห่งนี้เปิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1994 โดยนาย Yoji Iwaoka เขาอยากให้ที่นี่กลายเป็นจุดดึงดูดผู้คนให้มาเยือนบ้านเกิดเมืองนอนเขา เพราะเขาเกิดและเติบโตในย่านนี้ เขานำเสนอราเมงร้านเด็ดจากเมืองต่างๆ ของญี่ปุ่นให้กับผู้มาเยือน วิธีการนำเสนอก็แทบจะเรียกได้ว่ายกร้านกันมาไว้ภายในพิพิธภัณฑ์เลย ปัจจุบันมีทั้งหมด 9 จากเมืองต่างๆ ดังนี้

• Ryushanhai จากจังหวัด Yamagata เอกลักษณ์คือ Miso Soup

• Ganjya จากจังหวัด Saitama เอกลักษณ์คือ Shoyu Soup 

• Toride จากจังหวัด Tokyo เอกลักษณ์คือ Tonkotsu Soup

• Taihoraumen จากจังหวัด Fukuoka เอกลักษณ์คือ Tonkotsu Soup 

• IdeShouten จากจังหวัด Wakayama เอกลักษณ์คือน้ำซุปแบบโชยุ 

• Komurasaki จากจังหวัด Kumamoto  เอกลักษณ์คือ Tonkotsu Soup 

• Eki จากจังหวัด Hokkaido  เอกลักษณ์คือ Miso Soup

• Shinasabaya จากจังหวัด Kanagawa เอกลักษณ์คือ Shoyu Soup 

• Genkotsuya จากจังหวัด Tokyo เอกลักษณ์คือ Shoyu Soup  พิพิธภัณฑ์ราเม็งที่จังหวัดโยโกฮาม่าถือกันว่าเป็น food amusement park  เมื่อเข้าไปแล้วเดินลงไปชั้นใต้ดิน จะพบว่าการตกแต่งภายในจะตกแต่งสไตล์ย้อนยุค มีร้านราเม็งให้เลือกชิมกันตามใจชอบ นอกจากร้านราเม็งก็ยังมีร้านขนมย้อนยุค ให้ได้ลองซื้อหากันนอกจากราเม็ง ส่วนชั้นบนจะเป็นร้านค้าจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวกับราเม็ง เช่น ถ้วยชาม หรือ เส้นที่เอาไว้ทำราเม็ง นอกจากนั้นก็จะมีของที่ระลึกจำหน่ายอีกด้วย

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ Yokohama Ramen Museum

บ่าย เดินทางสู่ไชน่าทาวน์หรือจูกะไก (Chinatown) ที่โยโกฮาเป็นไชน่าทาวน์หนึ่งที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่เกือบพอๆกับย่านท่าเรือ และยังมีร้านอาหารจีนมากที่สุดประมาณ 500 กว่าร้าน ร้าน ร้านจำหน่ายขนมหวานที่นำเข้าจากจีน และสินค้าเบ็ดเตล็ดจากที่อื่นๆ ในเอเชีย  จากนั้นเดินทางสู่เมืองโอไดบะ (Odaiba) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเกาะที่เกิดจากการนำขยะมาถมทะเลจนกลายเป็นเกาะจำลองขนาดใหญ่บริเวณอ่าวโตเกียว (Tokyo Bay) ปัจจุบันเมืองโอไดบะได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่น รวมไปถึงยังเป็นแหล่งเศรษฐกิจแห่งใหม่ของญี่ปุ่นอีกด้วย เมืองโอไดบะถูกสร้างขึ้นใน ค.ศ. 1853 เพื่อประโยชน์ในการป้องกันประเทศ เมื่อเข้าสู่คริสต์ศตวรรษที่ 20 เมืองโอะไดบะได้เติบโตอย่างรวดเร็วในฐานะเขตท่าเรือ จนกระทั่งช่วงทศวรรษที่ 1990 โอะไดบะได้กลายเป็นย่านการค้า ย่านพักอาศัย และนันทนาการที่ใหญ่โตแห่งหนึ่งญี่ปุ่น นำท่านเที่ยวชมจุดท่องเที่ยวเด่นของเมืองโอไดบะ ได้แก่  Odaiba Aqua City ห้างสรรพสินค้าตั้งอยู่ใกล้สะพานสายรุ้งหรือ Rainbow Bridge ซึ่งเป็นที่ตั้งของเทพีเสรีภาพจำลอง (Replica Statue of Liberty) ที่ประเทศฝรั่งเศสมอบให้ประเทศญี่ปุ่น ภายในประกอบไปด้วยร้านค้าต่าง ๆ มากมาย ส่วนชั้น 5 และ 6 เป็นร้านอาหารและยังมีแหล่งรวมราเม็งแสนอร่อยจากทั่วประเทศญี่ปุ่นจำนวน 8 ร้าน สำหรับคนรักราเม็งต้องไม่พลาด  จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ กรุงโตเกียว เมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น โตเกียวตั้งอยู่บริเวณภาคคันโตของญี่ปุ่น คำว่า "โตเกียว" หมายถึง "นครหลวงตะวันออก" โตเกียวแต่เดิมเป็นหมู่บ้านประมงเล็กๆ ที่ชื่อเอโดะ เมื่อโชกุน โทกุงะวะ อิเอะยะสึได้เป็นโชกุนในปี ค.ศ. 1603 เมืองเอโดะจึงได้กลายเป็นศูนย์กลางของรัฐบาลทหารของเขาซึ่งมีอำนาจปกครองทั้งประเทศ เมืองโตเกียวมีระบบการปกครองแบบพิเศษซึ่งรวมการปกครองในรูปแบบจังหวัดและเมืองไว้ด้วยกัน และเป็นเขตเมืองที่ใหญ่ที่สุดและมีประชากรมากที่สุดในโลกเมืองหนึ่ง

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก GRAND PRINCE HOTEL  ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่หก  วัดอาซากุสะ – Tokyo Sky Tree – สวนริคุเก็น – Tokyo Government Office – ช้อปปิ้งชินจูกุ

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ  ห้องอาหารโรงแรม นำท่านชม วัดอาซากุสะ (Asakusa Kannon) ที่เรียกกันว่าวัดอาซากุสะเพราะวัดอยู่ย่านอาซากุสะ ของเมืองโตเกียว ในอดีตวัดอาซากุสะเป็นวัดที่เหล่าโชกุนและซามูไร มักจะมาสักการะและขอพรจากเทพเจ้าคันนอนเป็นประจำ และสิ่งที่ขอพรไปนั้นก็ประสบผลจริงทำให้ซามูไร และโชกุนจึงมีความเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างมาก จุดเด่นของวัดอาซากุสะคันนอน นั่นก็คือโคมไฟขนาดยักษ์ สีแดงสูง 4.5 เมตร ที่แขวนอยู่ที่บริเวณประตู "คามินาริม" (ประตูฟ้าฟาด) ทั้ง สองข้างของโคมแดงจะเป็นรูปปั้นของ 2 เทวบาลผู้รักษาประตู ได้แก่ ฟูจิน (FUJIN) เจ้าแห่งสายลม อยู่ทางด้านขวา ส่วนด้านซ้าย คือ ไรจิน (RAIJIN) เจ้าแห่งอสุนีบาต โดยมี "ถนนนากามิเสะ" ถนนร้านค้า แหล่งรวมสินค้าของที่ระลึกต่างๆมากมาย อาทิ พวงกุญแจ ตุ๊กตาแมวกวัก ดาบซามูไร ชุดกิโมโน ร่มญี่ปุ่น โดยเฉพาะ "ขนมอาเกมันจู" ขนมขึ้นชื่อของวัดอาซากุสะก็สามารถหาซื้อได้ที่ถนนแห่งนี้เช่นกันนำท่านชื่นชมความงามของ สวนริคุเก็น (Rikugien Garden) เป็นสวนแบบญี่ปุ่นที่มีสวยงามมากในโตเกียว สวนริคุเก็น คือจุดที่ได้รับความนิยมในการชมใบไม้แดงที่สุดในโตเกียว สวนแห่งนี้เป็นสวนแบบญี่ปุ่นที่สร้างมาตั้งแต่ปี 1700 เพื่อใช้เป็นที่พักผ่อนและแต่งกลอนของโชกุนคนที่ 5จากนั้นนำท่านถ่ายรูปด้านนอกของ Tokyo Sky Tree หรือเรียก โตเกียวทาวเวอร์แห่งใหม่ (New Tokyo Tower) เป็นหอกระจายเสียงดิจิตอลรูปแบบใหม่ตั้งอยู่ที่เขตซุมิดะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น มีความสูง 634 เมตร หรือ 2,080 ฟุต สร้างขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2554 และเสร็จสมบูรณ์ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555  Tokyo Sky Tree กลายเป็นหอคอยที่สูงที่สุด ซึ่งสูงกว่าหอคอย Canton ในเมืองกวางโจว ประเทศจีน และสูงกว่าเกือบสองเท่าของ Tokyo Tower ที่เก่าซึ่งสูงเพียง 333 เมตรนำท่านไปถ่ายรูปจุดชมวิวของ ตึกแฝด - ตึกที่ทำการรัฐบาลกรุงโตเกียว (Tokyo Metropolitan Government Office) ตึกนี้สูง 48 ชั้น หรือ 243 เมตร นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมวิวได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นับเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดจุดหนึ่งของโตเกียว

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  เดินชมถนนแปะก๊วย (Icho-Namiki – Gongo Avenue) นำท่านเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งที่ ชินจูกุ ซึ่งคำว่า "ชินจูกุ" หมายถึง "ที่พำนักใหม่" ในสมัยเอโดะ โทกุงะวะ อิเอะยะสึ ได้มีคำสั่งให้สำรวจย่านนี้ตามคำขอของพวกพ่อค้าและตั้งเมืองหน้าด่านขึ้นบนถนนโคชุไคโด ไม่นานก็กลายเป็นชุมชนที่ใหญ่ที่สุดในสมัยนั้น มีทั้งโรงน้ำชา ร้านค้า โรงเตี๊ยมและหอคณิกาอีกกว่า 50 แห่ง ในปัจจุบัน ชินจูกุเป็นย่านแห่งความเจริญอันดับหนึ่งของกรุงโตเกียว ท่านจะได้พบกับห้างสรรพสินค้า และร้านขายของนับเป็นพัน ๆ ร้าน ซึ่งจะมีผู้คนนับหมื่นเดินกันขวักไขว่ ถือเป็นจุดที่นัดพบยอดนิยมอีกด้วย เชิญท่านเลือกชมสินค้ามากมาย อาทิเช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า, กล้องถ่ายรูปรุ่นล่าสุด, IPOD, MP-3, NOTEBOOK, SANRIO SHOP, GAMES SHOP, นาฬิกา, เสื้อผ้า, รองเท้าแฟชั่นทันสมัย และเครื่องสำอาง เป็นต้น

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำแบบอิสระ (ไม่รวมค่าอาหาร) เพื่อให้ท่านได้ใช้เวลาช้อปปิ้งอย่างคุ้มค่า 

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก GRAND PRICE HOTEL ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่เจ็ด  วัดนาริตะ – อิออน – สนามบินนาริตะ – กรุงเทพ

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ  ห้องอาหารโรงแรม (กรุณาตรวจเช็คสิ่งของและสัมภาระให้เรียบร้อย) ออกเดินทางสู่เมืองนาริตะ จังหวัดชิบะ เข้าชมวัดนาริตะ (Narita-san Temple) เป็นวัดพุทธที่ตั้งอยู่ในเมืองนาริตะ จังหวัดจิบะ ประเทศญี่ปุ่นวัดนี้เป็นหนึ่งในวัดที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในภูมิภาคคันโต และจำนวนผู้มาเยี่ยมชมในช่วงเทศกาลปีใหม่ก็เป็นรองเพียงศาลเจ้าเมจิในกรุงโตเกียวเท่านั้น บริเวณวัดเป็นที่ตั้งของประตูหลัก ทางเดินบันไดขึ้นสู่อาคารหลัก เจดีย์ห้าชั้นหนึ่งคู่ สวนหย่อมที่มีสระน้ำขนาดใหญ่ รวมทั้งบริเวณสำหรับเลี้ยงสัตว์อาคารหลักเป็นสถานที่สำหรับสักการะบูชา ภายในก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมพุทธแบบอินเดีย โดยยังคงเอกลักษณ์ของศิลปะแบบญี่ปุ่นเอาไว้จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ อิออน พลาซ่า เมืองนาริตะ ศูนย์รวมแห่งสินค้าชั้นนำนานาชนิด ทั้งกระเป๋า, รองเท้า, เสื้อผ้า นอกจากนี้ยังมี "ร้าน 100 เยน" และซุปเปอร์มาร์เกต เพื่อให้ท่านได้ช้อปปิ้ง และเลือกซื้อขนมและของฝากอย่างเต็มที่ก่อนเดินทางกลับ

กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  • 14.30 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินนาริตะ
  • 17.30 น. เหินฟ้าสู่ เมืองไทย โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 677
  • 22.30 น. เดินทางถึงเมืองไทย พร้อมกับความประทับใจเต็มเปี่ยม

*************************************************

รายการท่องเที่ยวนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือสลับกันได้ ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ถือเป็นเอกสิทธิ์ของผู้จัด โดยยึดถือตามสภาพการณ์ และประโยชน์ของท่านเป็นสำคัญ

การเดินทาง

กรุงเทพฯ - โอซาก้า / นาริตะ - กรุงเทพฯ  สายการบิน TG

-รถบัสรับส่งตลอดการเดินทาง

ที่พัก

โรงแรม 4ดาว พักห้องละ 2-3 ท่าน

อาหาร

ในภัตตาคาร หรือ ห้องอาหารท้องถิ่น

สภาพอากาศ

-ช่วงเดือนตุลาคม อากาศหนาว

ข้อมูลอื่นๆ

-ไฟฟ้า 220/110v ปลั๊กแบบแบน สองรู
บางจุดสามารถใช้กันอุปกรณ์ได้เลย แต่บางจุดใช้ไม่ได้
แนะนำเตรียม universal adaptor ไปด้วย

- เงินส่วนตัวเพื่อชอปปิ้งกรุณาแลกเงิน เป็น YEN ไป


ค่าใช้จ่าย

-ผู้ใหญ่ ท่านละ 76,800 บาท

-เด็กพักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน ไม่เสริมเตียง ท่านละ 73,800 บาท

อัตรานี้รวม

-ภาษีสนามบิน

-รถท้องถิ่น รับส่ง ตามโปรแกรม

-อาหารมื้อหลักตลอดการเดินทาง

-ที่พักตามระบุในโปรแกรม

-ค่าทิปคนรถ และไกด์ท้องถิ่น

-ประกันการเดินทาง 1,000,000บาท

อัตรานี้ไม่รวม

-เครื่องดื่มนอกเหนือรายการอาหาร

-เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

-มินิบาร์ภายในโรงแรม

-ค่าวีซ่าท่องเที่ยว ญี่ปุ่น (ยกเลิกแล้ว)

add on

-ต้องการพักเดี่ยวเพิ่ม 10,000 บาท

จำนวนที่นั่ง

20 ท่านขึ้นไป

ติดต่อสอบถาม

Tel: 081-830-0751 หรือ 02-942-0080, 02-942-0070

Email :  อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน อีเมลนี้หรือ ฝากข้อความไว้ล่าง Content นี้

 

Link น่าสนใจอื่นๆ : ทัวร์จีน | ทัวร์จิ่วจ้ายโกว | ทัวร์จางเจียเจี้ย | ทัวร์แชงกรีล่า | ทัวร์ปักกิ่ง | ทัวร์เซี่ยงไฮ้ | ทัวร์ฮาร์บิน | ทัวร์ซีอาน | ทัวร์ฮ่องกง | ทัวร์ยุโรป | ญี่ปุ่น | ทัวร์ญี่ปุ่น | ทัวร์ญี่ปุ่นชมซากุระ | ทัวร์ญี่ปุ่นใบไม้แดง | ทัวร์ญี่ปุ่นหน้าหนาว | ทัวร์ฮ่องกง | ทัวร์ไต้หวัน | ทัวร์สิงคโปร์ | ทัวร์มาเลเซีย | ทัวร์เวียดนาม | ทัวร์เกาหลี | ทัวร์ญี่ปุ่น | ทัวร์ภูฏาน | ทัวร์เนปาล | ทัวร์ทิเบต | ทัวร์ออสเตรเลีย | ทัวร์นิวซีแลนด์ | ทัวร์ถ่ายภาพ | ทัวร์ปีใหม่ | ทัวร์ช่วงสงกรานต์ | จางเจียเจี้ย | ทัวร์จางเจียเจี้ย | บริษัท ทราเวิลโปร จำกัด | เที่ยวกับเรา ถูกที่ ถูกเวลา สนุกสนาน คุ้มค่า ได้มากกว่าภาพสวย

TRAVELPRO. เที่ยวกับเรา ถูกที่ ถูกเวลา สนุกสนาน คุ้มค่า ได้มากกว่าภาพสวย

lanny

lanny

Lanny | สาวสวยแห่ง TravelProThai.com | เที่ยวกับเรา สนุกคุ้มค่า ได้ภาพสวย ลานนี่ Staff สาวสวยแห่ง ทราเวิลโปร ค่าาาาาาาาา

Website: https://www.facebook.com/TravelProThai/ E-mail: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน