ทัวร์จอร์แดน 2557 | Mar 2014 Jordan : Petra One of 7 Wonders : เพทรา (PETRA) มหานครศิลาทรายสีชมพู จอร์แดน 7 วัน 4 คืน | บริษัท ทราเวิลโปร จำกัด : บริการ แพคเกจทัวร์ จองโรงแรม จัดทัวร์ จัดกรุ๊ปเหมา ดูงาน สัมมนา จองตั๋วเครื่องบิน เที่ยวทั่วโลก |
ศุกร์ตุลาคม20 ,2017
Font Size

ทัวร์จอร์แดน 2557 | Mar 2014 Jordan : Petra One of 7 Wonders : เพทรา (PETRA) มหานครศิลาทรายสีชมพู จอร์แดน 7 วัน 4 คืน Featured

เขียนโดย lanny
Rate this item
(2 โหวต)
MAR 2014 : ดินแดนแห่งสิ่งมหัศจรรย์ของโลก นครสีชมพู เพทรา จอร์แดน 7 วัน 4 คืน MAR 2014 : ดินแดนแห่งสิ่งมหัศจรรย์ของโลก นครสีชมพู เพทรา จอร์แดน 7 วัน 4 คืน Photo By TravelPro Team. | ห้ามผู้ใดนำภาพไปใช้โดยไม่ได้รับอนญาต การละเมิดถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ผู้เสียหายมีสิทธิ์ฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทัวร์จอร์แดน 2557 | Mar 2014 Jordan : Petra One of 7 Wonders : เพทรา (PETRA) มหานครศิลาทรายสีชมพู หรือ นครสีดอกกุหลาบ ที่ถูกลืมหายไปจากความทรงจำของผู้คน จนกระทั่งถูกค้นพบ โดยนักล่าสมบัติชาวสวิส นาย จอห์น ลุควิดซ์ เบอร์คฮาร์ดท์ ค้นพบ และได้ถูกนำออกมาเล่าเรื่องราวกล่าวขานถึงความสวยงาม และความมหัศจรรย์ของมหานครแห่งนี้ จนถูกโหวตให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์แห่งโลกใหม่จากคลื่นมหาชนร้อยล้านคนทั่วโลก | นอกจากจะเข้า เพทรา กลางวันแล้ว รายกานนี้ ยังเข้า Petra by Night อีกด้วย

ทัวร์จอร์แดน 2557 | Mar 2014 Jordan : Petra One of 7 Wonders : เพทรา (PETRA) มหานครศิลาทรายสีชมพู หรือ นครสีดอกกุหลาบ ที่ถูกลืมหายไปจากความทรงจำของผู้คน จนกระทั่งถูกค้นพบ โดยนักล่าสมบัติชาวสวิส นาย จอห์น ลุควิดซ์ เบอร์คฮาร์ดท์ ค้นพบ และได้ถูกนำออกมาเล่าเรื่องราวกล่าวขานถึงความสวยงาม และความมหัศจรรย์ของมหานครแห่งนี้ จนถูกโหวตให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์แห่งโลกใหม่จากคลื่นมหาชนร้อยล้านคนทั่วโลก | นอกจากจะเข้า เพทรา กลางวันแล้ว รายการนี้ ยังเข้า Petra by Night อีกด้วย | เดินทาง วันที่ 18-24 มีนาคม 2557

เริ่มต้นรายการย้อนรอยโดย นำท่านชม กรุงอัมมาน (AMMAN) เมืองหลวงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และความเป็นมา กว่า 6,000 ปี ผสมผสานความลงตัวของอารยะธรรมยุคเก่า และ ความทันสมัยของโลกปัจจุบันอย่างลงตัว เมาท์ เนเบิ้ล ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกเชื่อว่า โมเสส ผู้นำชาวยิว ผู้ที่รับ "บัญญัติ 10 ประการ" จากพระเจ้า ได้เสียชีวิตลง ณ ที่แห่งนี้ มาดาบา เมืองแห่งโมเสก ชมโบสถ์เซนต์จอร์จ ที่บนพื้นโบสถ์มีภาพโมเสกสีชิ้นใหญ่แสดงถึงดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ในอดีต ทะเลสาบเกลือ หรือ  เดดซี จุดที่ต่ำที่สุดในโลก พบประสบการณ์ตรง ด้วยการลอยตัวในน้ำทะเล ปราสาทเครัค ปราสาทแห่งนักรับครูเสด ย้อนรอยศึกครูเสด สงครามแห่งศาสนาอันระบือโลกที่รับกันยืดเยื้อกว่า 200 ปี เพทรา (PETRA) มหานครศิลาทรายสีชมพู หรือ นครสีดอกกุหลาบ ที่ถูกลืมหายไปจากความทรงจำของผู้คน จนกระทั่งถูกค้นพบ โดยนักล่าสมบัติชาวสวิส นาย จอห์น ลุควิดซ์ เบอร์คฮาร์ดท์ ค้นพบ และได้ถูกนำออกมาเล่าเรื่องราวกล่าวขานถึงความสวยงาม และความมหัศจรรย์ของมหานครแห่งนี้ จนถูกโหวตให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์แห่งโลกใหม่จากคลื่นมหาชนร้อยล้านคนทั่วโลก นครกรีก-โรมันเจอราช ฉายา "เมืองพันเสา" อดีต1 ใน 10 หัวเมืองเอกอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโรมัน ชมความสมบูรณ์แบบของศิลปกรรม และ สถาปัตยกรรมที่ยังคงหลงเหลืออย่างสมบูรณ์แบบที่สุดในโลก นอกเหนือจาก กรุงโรม ประเทศอิตาลี

วันเดินทาง
18 - 24 มีนาคม 2557
ราคาท่านละ
79,000 .- บาท

กำหนดการเดินทาง

วันที่หนึ่ง      กรุงเทพฯ - อัมมาน

  • 22.00 น.  คณะผู้เดินทาง พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 เค้าน์เตอร์สายการบิน รอยัล จอร์แดนเนี่ยน ROW S ประตู 9 เคาน์เตอร์ 4-9 เพื่อตรวจเช็คเอกสาร และสัมภาระของการ เดินทาง โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ และเอื้ออำนวยความสะดวกแด่ท่าน

วันที่สอง   กรุงเทพฯ - อัมมาน - ทะเลสาบเดดซี

  • 00.30 น.  คณะออกเดินทาง สู่ กรุงอัมมาน โดยเที่ยวบินที่ RJ 181
  • 06.15 น.  คณะเดินทางถึงสนามบินนานาชาติกรุงอัมมาน Queen Alia International Airport หลังจากผ่าน ขั้นตรวจการตรวจเอกสาร วีซ่า และสัมภาระของการเดินทางแล้ว นำท่านเดินทาง สู่ ภัตตาคาร
  • 08.00 น.  รับประทานอาหารเช้า ที่ ภัตตาคาร 

หลังอาหารเช้า นำท่านและคณะชมทัศนียภาพของเมืองของกรุงอัมมาน เมืองหลวงของประเทศจอร์แดน ที่ กรุงอัมมาน เมืองหลวงในอดีตกาล นานมากว่า 1,900 ปี เคยเป็นเส้นทางและฐานที่มั่นของอาณาจักรโรมัน ซึ่งปัจจุบัน จะหลงเหลือความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรม สิ่งก่อสร้างแบบโรมันไว้ให้ดูอย่างชัดเจน นำท่านชม กรุงอัมมาน เมืองหลวงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และความเป็นมากว่า 6,000 ปี ผสมผสานความลงตัวของอารยธรรมยุคเก่า และความทันสมัยของโลกปัจจุบันอย่างลงตัวเมืองนี้ตั้งอยู่บนภูเขา มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ชมป้อมปราการแห่งกรุงอัมมานอันเป็นศูนย์กลางดั้งเดิมของเมือง ซากวิหารเฮอร์คิวลิส The Roman Temple of Hercules ที่สร้างในสมัยโรมัน สันนิษฐานว่าน่าจะถูกสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 161–180พิพิธภัณฑ์โบราณคดี ซากพระราชวังเก่า อุมเมยาดซึ่งเป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิมุสลิมในอดีต  สร้างขึ้นในประมาณปี ค.ศ. 720 โดยผู้นำชาวมุสลิมของราชวงศ์ ในสมัยมุสลิมได้เข้ามาปกครองประเทศจอร์แดน ซึ่งภายในประกอบห้องทำงาน, ห้องรับแขก ฯลฯ ชมซากป้อมปราการแห่งกรุงอัมมาน (CITDAEL) ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดสังเกตเหตุบ้าน การเมืองต่างๆ รอบเมือง เชิญอิสระถ่ายรูปตรงจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมืองแห่งนี้   

ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร / ใช้เวลาประมาณ 58 นาทีนำท่านเดินทาง สู่ เม้าท์ เนโบ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่บนภูเขาซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่เสียชีวิตและฝังศพของโมเสส (MOSES) ณ ที่ใดที่หนึ่งแห่งนี้ โมเสส ผู้นำชาวยิว ผู้ที่รับ "บัญญัติ 10 ประการ" จากพระเจ้า สันนิษฐานว่าถูกสร้างขึ้นในยุคสมัยไบเซนไทน์ในอดีต ตอนต้นคริสตศักราชเป็นศูนย์กลางของนักแสวงบุญชาวศาสนาคริสต์ และครั้งหนึ่ง โป๊ป จอห์น ปอล ที่ 2 เคยเสด็จมาแสวงบุญที่นี่และได้ประกาศให้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ในปี ค.ศ. 2000 ชมแหล่งภาพโมเสกที่สวยงามภายในโบสถ์มีภาพเล่าเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับศาสนา คริสต์และความผูกพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติที่ทำด้วยเศษกระเบื้องสีโมเสก นำชมพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม ภายใจเก็บสิ่งของต่าง ๆ ที่ขุดพบภายในบริเวณนี้ พร้อมทั้งมีภาพถ่ายต่าง ๆ ชมอนุสรณ์ไม้เท้าศักดิ์สิทธ์แห่งโมเสส ออกแบบเป็นลักษณะเป็นไม้เท้าในรูปแบบไม้กางเขน โดยอุทิศเป็นสัญลักษณ์ของโมเสส และพระเยซู เชิญถ่ายรูป ณ จุดชมวิว โดยในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ท่านสามารถมองเห็น แม่น้ำจอร์แดน, ทะเลเดดซี, เมืองเจอริโก และประเทศอิสราเอล ได้จากจุดนี้อย่างชัดเจน  ระยะทางประมาณ 12.3 กิโลเมตร / ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมืองที่เมือง Madaba

บ่าย  นำท่านเดินทาง สู่ เมืองโบราณมาดาบา Madaba ในอดีตมีผู้อยู่อาศัยติดต่อกันมากกว่า 4,500 ปี และถูกกล่าวถึงในพระคัมภีร์เก่าหลายครั้งด้วยกัน โดยเฉพาะในช่วงที่รุ่งเรืองระหว่างปี 850 ก่อนคริสตกาล มาดาบาเริ่มเสื่อมตั้งแต่เสียเมืองให้กับอาหรับในปี ค.ศ. 614 และถูกลืมไปจากประวัติศาสตร์ และเกิดแผ่นดินไหวในปี ค.ศ. 749 ทำให้เมืองล่ม จนกระทั่งในศตวรรษที่ 19 จึงค้นพบอีกครั้งด้วยความบังเอิญ การค้นพบในปี 1897 ถือเป็นการค้นพบงานโมเสคจำนวนมากที่สุดในโลกเท่าที่เคยพบมา เมืองนี้ได้รับการขนานนามว่าเมืองแห่งโมเสค ภาพที่สำคัญเป็นภาพโมเสคที่เป็นรูปแผนที่ของกรุงเยรูซาเลมในยุคไบเซนไทน์ ชม โบสถ์กรีก-ออโธดอกซ์แห่งเซนต์จอร์จ St. George (Madaba) สร้างบนโบสถ์ไบเซนไทน์เก่า(ศ  ตวรรษที่ 6) การตกแต่งพื้นและส่วนอื่นของโบสถ์ด้วยโมเสคที่มาดาบา ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในงานไบเซนไทน์ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยตัวเนื้อโมเสค  ได้มาการการตัดหินสีที่มีอยู่ใกล้เคียงเป็นชิ้นเล็กด้วยมือ จึงไม่น่าแปลกใจว่ากว่า 1400 ปีมาแล้วงานดังกล่าวยังมีสภาพดีเหมือนเดิม ทำให้เราทราบเรื่องราวต่างๆ ที่สำคัญในยุคดังกล่าว จากภาพโมเสคและสีสรรของหินสี  อาทิ ภาพต้นไม้ นก ปลา และสัตว์ต่างๆ นอกจากนี้ยังมีภาพเกี่ยวเนื่องเทพนิยายกรีกและโรมัน ชมภาพแผนที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งเยรูซาเลม ตกแต่งโดยโมเสกสีต่างๆ ขนาด 25x5 เมตร ประมาณ 2.5 ล้านชิ้น แสดงถึงพื้นที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆในแถบรอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เยรูซาเลม, แม่น้ำจอร์แดน, ทะเลเดดซี, เทือกเขาไซนาย, อียิปต์ ฯลฯ ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นแผนที่หินโมเสสที่เก่าแก่ที่สุดในโลก 

นำท่านเดินทาง สู่ ทะเลสาบเดดซี Dead Sea   ระยะทางประมาณ 35.7 กิโลเมตร / ใช้เวลาประมาณ 45 นาที นำท่านเดินทางเข้า สู่ ที่พัก โรงแรม Holiday Inn Resort Dead Sea, จอร์แดน จากนั้นให้ท่านอิสระ ลอยตัวหมักโคลนเกลือ ในทะเลสาบเดดซีทะเลเดดซี หรือ ทะเลมรณะ Dead Sea หรือทะเลเกลือ เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่มีความเข้มข้นของเกลือสูงมาก อยู่ระหว่างเขตจอร์แดนและอิสราเอล ระดับน้ำอยู่ต่ำที่สุดในบรรดาทะเลทั้งหลาย กล่าวคือต่ำกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางลงไปอีกประมาณ 400 เมตร ตอนเหนือเป็นของจอร์แดนตอนใต้แบ่งเป็นของจอร์แดนและอิสราเอล แต่หลังสงครามอาหรับอิสราเอล กองทัพอิสราเอลยังคง ครอบคลุมพื้นที่ฝั่งตะวันตกทั้งหมดอยู่ทะเลเดดซีอยู่ระหว่างเทือกเขา ยูเดียที่ด้านเหนือ และที่ราบสูงทรานสจอร์แดนที่ด้านตะวันออก แม่น้ำ จอร์แดนจะไหลจากทางเหนือมายังทะเลเดดซี มีความยาว 80 กิโลเมตร และมีความกว้างถึง 18 กิโลเมตร ส่วนพื้นที่นั้น 1,020 ตารางกิโลเมตร แหลมอัลลิซาน (แปลว่า ลิ้น) แบ่งทะเลสาบด้านตะวันออกเป็นสองส่วน ตอนเหนือใหญ่กว่า ล้อมรอบพื้นที่ 3/4 ของพื้นที่ทั้งหมด ส่วนความลึกนั้น ประมาณ 400 เมตร แอ่งตอนเหนือนั้นเล็ก และตื้น (ลึกประมาณ 3 เมตร) ในสมัย ที่เขียนคัมภีร์ไบเบิล จนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 8 พื้นที่บริเวณตอนเหนือเท่านั้นที่มีผู้อยู่อาศัย และระดับ น้ำต่ำกว่าในปัจจุบัน 35 เมตร ทะเลสาบเดดซี ตั้งอยู่ระหว่างพรมแดนระหว่างอิสราเอล และ จอร์แดน เป็นทะเลสาบที่มีความเค็มที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ เค็มกว่าทะเลอื่นๆถึง 4 เท่า มีความยาว 76 กิโลเมตร กว้างถึง 18 กิโลเมตร มีจุดที่ลึกที่สุดคือ 400 เมตร และอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ถึง 417.5 เมตร ซึ่งนับว่าเป็นพื้นที่ ที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลมากที่สุดในโลกอีกแห่งด้วย สำหรับทะเล สาบเดดซี เป็นจุดหมายปลายทางของผู้ชื่นชอบในการเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ เป็นทะเลที่ไม่มี สิ่งมีชีวิตอยู่เลยแม้แต่อย่างเดียว ทำให้ทะเลนี้ได้ชื่อว่าเป็น "ทะเลแห่งความตาย" ไปเลย เพราะ ทะเลสาบแห่งนี้มีความเข้มข้นของเกลือมาก แบบว่าเค็มจนไม่มีอะไรมาอยู่ได้ ปลาหรือสิ่งมีชีวิตใดๆ ไม่สามารถอาศัยอยู่ได้เลยยกเว้นแต่พวกแบคทีเรียและพวกพืชขนาดเล็กมากอย่างเช่น เห็ด รา เล่า กันว่า บางครั้งที่ปลาน้อย ปลาใหญ่จากแม่น้ำจอร์แดนหลงว่ายเข้ามาบ้าง แต่พวกมันก็ตายทันทีที่ เข้ามาถึงทะเลแห่งนี้

ค่ำ       รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารพื้นเมืองในโรงแรม (บุฟเฟ่ต์)

พักที่ Holiday Inn Resort Dead Sea

วันที่สาม   ทะเลสาบเดดซี - ปราสาทเครัค "ครูเสด" - นครเพทรา

  • 07.00 น.  รับประทานอาหารเช้า ที่ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารนำท่านเดินทาง สู่ ปราสาทเครัค Karak      ระยะทางประมาณ 83 กิโลเมตร / ใช้เวลาประมาณ 1.20 ชั่วโมง ปราสาทเครัคแห่งครูเสด (KERAK) ถูกสร้างในปี ค.ศ. 1142 โดย ผู้ปกครองมีผู้ปกครองที่มีชื่อว่า PAYEN LE BOUTIELLER ในอดีตเคย เป็นเมืองศูนย์กลางขนาดใหญ่ของนักรบครูเสด โดยสถานที่แห่งนี้สร้าง เพื่อควบคุมเส้นทางไม่ว่าทั้งทางทิศเหนือและทิศใต้ และใช้ในการต่อสู้ใน สงครามครูเสดกับกองทัพมุสลิมอีกด้วย จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1187 ได้ ถูกทำลายโดยนักรบ มุสลิมภายใต้การนำทัพของ ซาลาดิน (SALADIN) ในสมัยสงครามครูเสดเป็นที่มั่นสำคัญของเรย์นัลด์ แห่งชาติลอน (Raynald of Chatillon) หรืออีกตำแหน่งหนึ่งคือ ลอร์ด แห่งอุลเตรอ จอร์แดน (Lord of Oultrejordain) เป็นขุนนางคนสำคัญคนหนึ่งของราชอาณาจักรเยรูซาเล็ม นำท่านชมส่วนตำหนักด้านบน และแนวกำแพงส่วนของตำหนักชั้นใน ซึ่งเหลือเพียงร่องรอยของซากปรักหักพัง โดยที่กล่าวกันว่า ปราสาทฯแห่งนี้เป็นปราสาทนักรบครูเสดที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคแห่งนี้ ตั้งแต่สมัยสงครามครูเสด ล่วงเลยมาถึงในยุคสมัยที่เป็นศูนย์กลางของเส้นทางการค้าที่รุ่งเรืองในสมัยของซีเรีย-อียิปต์ และอาระเบีย ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นเส้นทางเศรษฐกิจที่สำคัญในยุคสมัยนั้นเลยทีเดียว จนกระทั่งอาณาจักรของออตโตมัน ในปี ค.ศ. 1893 (หรือตุรกี) เข้าครอบครองจนล่วงเลยถึงปี ค.ศ. 1917 ก็หลงเหลือเพียงซากปรักหักพัง พร้อมกับเรื่องราวแห่งอัศวินนักรบผู้กล้า จากนั้น นำท่านเดินทาง สู่ ตัวเมืองเครัค Karak ซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรเป็นชนพื้นเมืองดั้งเดิมแท้ๆ ซึ่งมีทั้งที่เป็นมุสลิม และคริสตชน นำท่านชมอนุสาวรีย์ซาลาดิน ผู้ยกทัพเข้ายึดครองปราสาทเครัค แต่ก็พบกับความพ่ายแพ้กลับไปก่อนที่จะยึดกรุงเยรูซาเล็มได้ในภายหลัง

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น (Mansaf) บ่าย หลังอาหารนำท่านเดินทาง สู่ นครเพทราระยะทางประมาณ 180 กิโลเมตร / ใช้เวลาประมาณ 2.45 ชั่วโมง "นครเพทรา"  (Petra Treasury) นครสีชมพู ได้รับลงทะเบียนจาก องค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกโดยกล่าวอธิบายไว้ว่า เป็นหนึ่งในสิ่งที่ล้ำ ค่ามากที่สุดของมรดกทางวัฒนธรรมแห่งมวลมนุษยชาติ (one of the most precious cultural properties of man's cultural heritage) ใน ปี ค.ศ. 1985 ให้เป็น 1 ใน 7 สิ่ง มหัศจรรย์ของแห่งโลกใหม่จากการตัดสิน โดยการโหวตจากบุคคลนับล้านทั่วโลก "นครเพทรา"  ถิ่นที่อยู่ของชนเผ่าที่เคยได้ชื่อว่า เป็นชนเผ่าที่มีอารยธรรม ที่รุ่งเรือง และได้รับการกล่าวขานว่าเป็นนักรบแห่งท้องทะเลทราย "นาบี เทียน"จากนั้นนำท่านเดินทาง สู่ ที่พัก ที่ โรงแรม Kings Way Inn hotel Petra

เย็น  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมืองในโรงแรม รายการพิเศษสุด Petra by Night ชมนครเพทราในแบบฉบับค่ำคืน ซึ่งจะต้องใช้เวลาตั้งแต่ 20.30 - 22.00 น. เท่านั้น

พักที่ Kings Way Inn hotel Petra

วันที่สี่      นครเพทรา (เข้าชมทั้งวัน และทานอาหารเที่ยงในเมืองโบราณเพทรา)

  • 08.00 น. รับประทานอาหารเช้า ที่ ห้องอาหารของโรงแรม 

หลังอาหาร นำท่านเดินเท้า เข้า สู่ "นครเพทรา" มหานครสีดอกกุหลาบที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาแห่งโมเสส (WADI MUSA) มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน หลายพันปีเคยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยทั้งชาวอีโดไมท์ จวบจนกระทั่งถึงยุครุ่งเรืองเฟื่องฟูในการเข้ามา ครอบครองดินแดนของชาวอาหรับเผ่าเร่ร่อนนาบาเทียน ในช่วงระหว่าง 100 ปี ก่อนคริสตกาล – ปี ค.ศ. 100 และได้เข้ามาสร้างอาณาจักร, บ้านเมือง ฯลฯ จนกระทั่งในปี ค.ศ. 106 นครแห่งนี้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรโรมันที่นําโดย กษัตริย์ทราจัน และได้ผนึกเมืองแห่งนี้ให้เป็นหนึ่ง ในอาณาจักรโรมันแห่งแหลมอาระเบียตะวันออก นครเพตร้าถึงคราวล่มสลายเมื่อหมดยุคของอาณาจักรโรมันทําให้ชาวเมืองนั้นละทิ้งบ้านเมืองจากกันไปหมดทิ้งให้เมืองแห่งนี้รกร้างไปพร้อมกับ การพังทลายของเมืองหลังจากเกิดแผ่นดินไหวหลายครั้งจนสูญหายนับพันปีจวบจนในปี ค .ศ. 1812 นักสํารวจเส้นทางชาวสวิส นาย โจฮันน์ ลุดวิก เบิร์กฮาดท์ ได้ค้นพบนครศิลาแห่งนี้ และนําไปเขียน ในหนังสือชื่อ "TRAVEL IN SYRIA" จนกระทั่งเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบันRed Road City เมืองมรดกโลก หรือท่านจะนั่งรถม้า หรือขี่ม้าเข้า สู่ บริเวณซอกเขาเรียกว่า ซิค (Siq) เป็นหุบเขาสูง 250 ฟุต และทอดคดเคี้ยวไปบนเส้นทางที่พาดผ่านเข้าไปถึงใจกลางเมือง เกิดจากการถูกน้ำซัดกัดกร่อนจนเกิดเป็นช่องทางเดินเล็กๆ ระหว่างหุบเขา ความสวยงามของหุบเขาทั้งสองด้าน สวยงามด้วยสีสันของหินสีต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ ชมร่องรอยซากปรักหักพังที่ยังสามารถพบร่องรอยให้เห็นถึงการจัดการในเรื่องการชลประทานในการลำเลียงน้ำมาจากแหล่งน้ำภูเขาเข้าสู่ตัวเมืองได้อย่างน่าทึ่ง และยังมีภาพศิลปะแกะสลักจากภูเขาอีกมากมาย สุสานในช่องเขา ถนนเส้นนี้มากมายด้วยเรื่องราว และตำนานหลากหลายเรื่อง ระหว่างเส้นทางเดินทาง ท่านจะเพลิดเพลินกับเทือกเขาที่สลับซับซ้อน จนท่านเดินผ่านช่องเขาเปรียบเสทือนประตูธรรมชาติที่เปิดเข้าสู่มหานครแห่งศิลาทรายสีชมพู ตื่นตา ตื่นใจกับความสวยงามของ มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ปราสาททรายสีชมพู อัล คาซเนห์ (Al Khazne / TREASURY) สันนิษฐานว่าจะสร้างในราวศตวรรษที่1-2 โดยผู้ปกครองเมืองในเวลานั้น เป็นวิหารที่แกะสลักโดย เจาะเข้าไปในภูเขาสีชมพูทั้งลูก มีความสูง 40 เมตร และมีความกว้าง 28 เมตร วิหารแห่งนี้ได้ถูกออกแบบโดยได้รับอิทธิพลศิลปะของหลายชาติเข้าด้วยกัน เช่น อิยิปต์, กรีก, นาบาเทียน ฯลฯ ภายในประกอบด้วย 3 ห้อง คือ ห้องโถงใหญ่ตรงกลาง และ ห้องเล็กทางด้านซ้ายและขวาเดิมที ถูกเชื่อว่าเป็นที่เก็บขุมทรัพย์สมบัติของฟาโรห์ อียิปต์ โดยที่สถานที่แห่งนี่เคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง "อินเดียน่า โจนส์" ภาค 3 ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า มหาวิหารแกะสลักเสลาจากภูเขาอย่างกลมกลืนได้สัด ส่วน และสวยงามน่าอัศจรรย์ เป็นอาคาร 2 ชั้น ประดับด้วยเสาแบบคอรินเทียนส์และรูปคน ซึ่งสลักขึ้นจากเขาบริเวณกลางเมือง ว่ากันว่าเป็นคลังที่เก็บสมบัติของฟาโรห์  "เพทรา" เคยเป็นเมืองหลวงของพวกชนเผ่าทะเลทราย นาเบเธียน มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล ทำเลที่ตั้งของเมืองอยู่กึ่งกลางของเส้นทางการค้าคาบสมุทรอาระเบีย - ลุ่มแม่น้ำไนล์ และปาเลสไตน์ – ลุ่มแม่น้ำไทกริสและยูเฟรติสเลยไปจนถึงอินเดียจึงทำให้เป็นเมืองศูนย์กลางเส้นทางการค้าทางบกอีกด้วย   สาเหตุนี้เองที่ทำให้อาณาจักรโรมยกทัพเข้ามายึดครอง จนกระทั่งในปี 363  ได้เกิดแผ่นดินไหวบ้านเรือนภายในเมืองพังทลายลงมาปร  ะกอบกับมีการเปิดเส้นทาง การค้าทางทะเลที่อ่าวสุเอช ชาวเมืองจึงพากันละทิ้งเมืองไปอยู่ที่อื่น เพทรากลายเป็นเมืองร้างไปในที่สุด   เมื่อเวลาผ่านไป ทรายได้ปลิวมาปกคลุมเมืองทั้งเมือง จนหายไปจากแผนที่นานกว่าพันปี แต่ในที่สุดปี 1813 จอห์น เลวิช เบอร์คฮาร์ดท์ นักเดินทางชาวสวิสได้มาพบนครแห่งนี้ จึงเริ่มปรากฏแก่สายตาชาวโลกอีกครั้งและในปี 1985 องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้ เพทรา เป็นเมืองมรดกโลกชมโรงละครโรมัน (ROMAN THEATRE) ที่แกะสลักจากภูเขาโดยมีแนวราบที่นั่งเท่ากันและมีความสมดุลย์ได้อย่างน่าทึ่ง สันนิษฐานเดิมทีสร้างโดยชาวนาบาเทียน ต่อมาในสมัยที่โรมันเข้ามาปกครอง ได้ต่อเติมและสร้างเพิ่มเติม มีที่นั่ง 32 แถว จุผู้ชมได้ประมาณ 3,000 คน 

กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (บุฟเฟ่ต์ ในเมืองโบราณ เพทรา)

หลังอาหาร อิสระในการเดินชมและถ่ายรูปภายในเมืองเพทรา หรือขึ้นไปบนเนินเขา เพื่อชม Royal tombs หมู่สุสานหลวง ที่เป็นการแกะสลักหินเข้าไปในหน้าผา แต่บนยอดเขามีกรรมวิธีที่พิเศษกว่า คือ จะมีการสร้าง และคำนวน ทิศทางเพื่อหลบทางลม หลีกเลี่ยงการถูกลมกัดเซาะหินตรงนี้เป็นหินทรายที่ค่อนข้างนุ่มทำให้แกะเข้าไปง่าย ชม The Corinthian Tomb ซึ่งด้านบนของสุสานมีลักษณะการก่อสร้างแบบ Treasury แต่ส่วนล่างนั้นถูกลมกัดเซาะเสียหายไปมาก แล้วเดินชม The palace monument ซึ่งเชื่อว่าใช้เป็นที่จัดงานเลี้ยงหรือประกอบพิธีปลงพระศพของกษัตริย์ในสมัยนั้น ผ่านถนน Colonnaded Street ซึ่งเป็นถนนสายหลัก มุ่งหน้า สู่ วิหารใหญ่ The Great Temple และ High Palace of Sacrifice สิ้นสุดที่จุดชมวิวที่ว่า The View the End of The World  อิสระในการเดินชมและถ่ายรูปภายในเมืองเพทรา จากนั้นเดินทางกลับที่พัก แวะเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองที่ระลึกต่างๆ หรือ ขี่อูฐ หรือนั่งรถม้า เพื่อให้ได้บรรยากาศของการท่องเมืองโบราณ

ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรม 

พักที่ โรงแรม Kings Way Inn hotel Petra

วันที่ห้า     เพทรา – ทะเลทรายวาดิรัม – อัมมาน

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ที่ ห้องอาหารของโรงแรม ระยะทางประมาณ 128 กม. / ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงทะเลทรายวาดิรัม (wadi rum Desert) เป็นทะเลทรายที่ถูกกล่าวขานว่าสวยงามแห่งหนึ่งของโลก ด้วยเม็ดทรายละเอียดสีส้มอมแดงอันเงียบสงบที่กว้างใหญ่ไพศาล ทำให้ที่นี่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้กันดีอีกแห่งหนึ่งในจอร์แดน มีภูมิทัศน์ที่มีเสน่ห์ มีความสวยงามที่โดดเด่นเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นความโดดเด่นของทรายห้าสี ตั้งแต่สีเหลืองเข้ม จนถึงสีแดงเข้ม และสีส้มสด กำแพงหิน ภูเขาสูงที่มีรูปทรงแปลกตา แม้กระทั้งวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชนเผ่าทะเลทราย เช่น เบดูอิน และชนเผานาบีเทียน ชนเผ่าพื้นเมืองผู้เคยอาศัยและสร้างความยิ่งใหญ่ที่ "เพทรา" ล่วงเลยเวลาแห่งความยิ่งใหญ่จนกระทั่งระเหเร่ร่อนอีกครั้งในทะเลทราย และต่อมาได้สร้างความสนใจให้แก่นักท่องเที่ยวมาหลายทศวรรษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นทางนี้ในอดีตเส้นทางนี้เป็นเส้นทางคาราวานจากประเทศซาอุอาระเบีย ไปยังประเทศซีเรียและปาเสลไตน์ เส้นทางท่องเที่ยวการท่องทะเลทรายเปิดโดย Mohammed Sabah Al-Zalabeh เคยถูกใช้เป็นสถานที่จริงในการถ่ายทำภาพยนต์ฮอลลีวูดอันยิ่งใหญ่ในอดีตเรื่อง Lawrence of Arabia ภาพยนต์ที่ได้รับการเสนอเข้าชิงรางวัลต่างๆ มากกว่า 20 สาขา และได้รับรางวัลลูกโลกทองคำ และรางวัลออสการ์มากถึง 13 รางวัล บทภาพยนตร์เขียนโดยโรเบิร์ต โบลต์ และไมเคิล วิลสัน ดัดแปลงจากชีวประวัติของที. อี. ลอเรนซ์ (โทมัส เอดเวิร์ด ลอเรนซ์) ทหารชาวอังกฤษที่ใช้ชีวิตในอาหรับ เป็น  ผู้ช่วยเหลือเจ้าชายไฟซาล (ไฟซาล บิน อัล-ฮุสเซน บิน อาลี อัล-ฮาเชมี, ต่อมาคือ กษัตริย์ไฟซาลที่ 1 แห่งซีเรียและอิรัก) ในช่วงการปฏิวัติอาหรับเพื่อปลดแอกจากจักรวรรดิออตโตมัน-เติร์ก ระหว่างปี 1916-1918 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งพบกับประสบการณ์แปลกใหม่ ด้วยการนั่งรถ 4 WD ท่องไปในทะเลทราย และลิ้มรสชาติอาหารพื้นเมืองในภัตตาคารในโรงแรมแบบกระโจมในทะเลทราย

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง ระยะทางประมาณ 199 กม. / ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.10 ชั่วโมงบ่าย เดินทางแวะชมมรดกโลก ชม โรงอาบนํ้าอัมรา  Quseir Amra or Qusayr Amra อัครสถานบันเทิงสําหรับกองคาราวานที่จะเดินทางจากซาอุดิอาระเบีย ไปยังดามัสกัส หรือ อียิปต์ และแวะพักค้างคืนในบริเวณนี้ เริ่มต้นสร้างครั้งแรกตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 8 เพื่อเป็นป้อมปราการและสถานที่พำนักของท่าน Umayyad Caliphs ด้วยสถาปัตยกรรมแบบอิสลาม  ด้วยความสำคัญและสวยงามยิ่งใหญ่ของเฟรสโก จึงได้รับการบันทึกเป็นมรดกโลกพร้อมชมภาพวาดศิลปะแบบ เฟรสโก (FRESCO) 1 ใน 3 มรดกโลกของประเทศจอร์แดนทางศิลปะที่หาดูได้ยากมากในปัจจุบัน เป็นภาพที่เขียนวาดเรื่องราวเกี่ยวกับขั้นตอนตอนการสร้างสถานที่แห่งนี้ ภาพการล่าสัตว์, การแสดงศิลปะการร่ายรํา ฯลฯ ภายในประกอบห้องต่างๆ เช่น ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า, ห้องอาบนํ้าอุ่น, ห้องอบไอนํ้า และ ห้องนอนพักผ่อนระยะทางประมาณ 12.4 กม. / ใช้เวลาเดินทางประมาณ 0.10 ชั่วโมงชม ปราสาทคารานา Qasr Kharana สร้างขี้นเพื่อใช้เป็นที่พักของกองคาราวานที่หยุดพักระหวาง่การเดินทางภายในประกอบด้วยห้องพักจํานวน 61 ห้อง แบงเป็น 2 ชั้น และยังมีคอกที่อยูอาศัยของม้าและอูฐ ได้เวลาอันสมควนนําทานเดินทางกลับ สู่ กรุงอัมมาน  ระยะทางประมาณ 68 กม. / ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.10 ชั่วโมง

เย็น  รับประทานอาหารเย็น ณ  ภัตตาคารพื้นเมือง หลังอาหาร เดินทาง เข้าสู่ ที่พัก

พักที่ Golden Tulip Grand Palace Hotel Ammanหรือเทียบเท่า

วันที่หก    กรุงอัมมาน – ป้อมปราการอัจลุน - เมืองกรีก – โรมันเจอราช – กรุงเทพฯ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ที่ ห้องอาหารของโรงแรม ระยะทางประมาณ 76.5 กม. / ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.20 ชั่วโมงหลังอาหาร นำท่านเดินทางไปยังเมืองอัจลุน Ajloun เมืองที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงที่ห้อมล้อมไปด้วยป่าต้นสน และต้นมะกอก ชมปราสาทแห่งเมืองอัจลุน ถูกสร้างโดยพวกนักรบมุสลิม ในปี ค.ศ. 1184-1185 ใช้เป็นป้อมทหารในการต่อสู้รบกับพวกนักรบครูเสด และในปี ค.ศ. 1260 ถูกเข้าทำลายโดยกองทัพมองโกลส์ ระยะทางประมาณ 28.2 กม./ใช้เวลาเดินทางประมาณ 0.35 ชั่วโมงจากนั้นนำท่านเดินทาง สู่ นครเจอราช (JERASH) หรือ "เมืองพันเสา"เป็นอดีต 1 ใน 10 หัวเมืองเอกตะวันออกอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโรมัน สันนิษฐานว่าเมืองนี้น่าจะถูกสร้างในราว 200 – 100 ปีก่อนคริสตกาล เดิมทีในอดีตเมืองแห่งนี้ชื่อว่า ในปี ค.ศ. 749 นครแห่งนี้ได้ถูกแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทำลาย และถูกฝังกลบโดยทรายหลังจากนั้นก็ได้สูญหายไปเป็นนับพันปี ชม ซุ้มประตูกษัตรย์เฮเดรียน และ สนามแข่งม้าฮิปโปโดรม นำท่านเดินเข้าประตูทางทิศใต้ ชม โอวัลพลาซ่า สถานที่ชุมนุม พบปะ สังสรรค์ของชาวเมือง, วิหารเทพซีอุส ฯลฯ โรงละครทางทิศใต้ (สร้างในราวปี ค.ศ. 90-92 จุผู้ชมได้ถึง 3,000 คน มีจุดเสียงสะท้อนตรงกลางโรงละคร เชิญทดสอบกับความอัศจรรย์ เพียงพูดเบา ๆ ก็จะมีเสียงสะท้อนก้องเข้ามาในหูของเรา ชม วิหารเทพีอาร์เทมิส เป็นเทพีประจำเมืองเจอราช สร้างในราวปี ค.ศ. 150 สร้างขึ้นพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับ ทำพิธีบวงสรวง และบูชายัญต่อเทพีองค์นี้ แบ่งเป็น 3 ชั้น คือ ชั้นนอก ชั้นกลาง ชั้นใน   นำท่านเดินเข้าสู่ ถนนคาร์โด หรือ ถนนโคลอนเนด ถนนสายหลักที่ใช้เข้า-ออกเมืองแห่งนี้ บนถนนนั้นยังมีริ้วรอยทางของล้อรถม้า, ฝาท่อระบาย  น้ำ, ซุ้มโคมไฟ, บ่อน้ำดื่มของม้า ชม น้ำพุใจกลางเมือง (NYMPHAEUM) สร้างในราวปี ค.ศ. 191 เพื่ออุทิศแด่เทพธิดาแห่งขุนเขา ซึ่งเป็นที่นับถือของชาวเมืองแห่งนี้ มีที่พ่นน้ำเป็นรูปหัวสิงโตทั้งเจ็ด และตกแต่งด้วยเทพต่างๆ ประจำซุ้มด้านบนของน้ำพุ ฯลฯ

กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น  หลังอาหาร นำท่านเดินทางกลับ สู่ กรุงอัมมาน ระยะทางประมาณ 45 กม. / ใช้เวลาเดินทางประมาณ 0.50 ชั่วโมงพักผ่อน เดินชมเมือง เพื่อให้ท่านอิสระตามอะยาศัยกับรายการเลือกซื้อของฝากของที่ระลึก

  • 20.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารไทยAsia @ Four Seasons, 5th & 6th Circles & Um Uthaina, Four Seasons Amman, Amman หลังอาหาร นำท่านเดินทาง สู่ สนามบิน เพื่อเดินทางกลับ กรุงเทพฯ

วันที่เจ็ด   กรุงอัมมาน – กรุงเทพฯ

  • 02.05 น. คณะออกเดินทาง สู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ RJ 180
  • 14.25 น.  คณะเดินทางถึง สนามบิน สุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

**************************************

รายการท่องเที่ยวนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือสลับกันได้ ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ถือเป็นเอกสิทธิ์ของผู้จัด โดยยึดถือตามสภาพการณ์ และจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ

การเดินทาง

กรุงเทพ-อัมมาน-กรุงเทพ

- สายการบิน ROYAL JORDANIAN (RJ)

- รถบัสรับส่งตลอดการเดินทาง

ที่พัก

โรงแรม 4ดาว พักห้องละ 2 ท่าน

อาหาร

ในภัตตาคาร หรือ ห้องอาหารท้องถิ่น

สภาพอากาศ

- ช่วงเดือนมีนาคม อากาศกำลังสบาย ไม่ร้อนไม่หนาว

ข้อมูลอื่นๆ

- เงินส่วนตัวเพื่อชอปปิ้งกรุณาแลกเงิน เป็น US ไป


ค่าใช้จ่าย

ผู้ใหญ่ ท่านละ 79,000 บาท

อัตรานี้รวม

-ภาษีสนามบิน

-รถท้องถิ่น รับส่ง ตามโปรแกรม

-อาหารมื้อหลักตลอดการเดินทาง

-ที่พักตามระบุในโปรแกรม

-ประกันการเดินทาง 1,000,000บาท

อัตรานี้ไม่รวม

-เครื่องดื่มนอกเหนือรายการอาหาร

-เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

-ค่าทิปคนรถ และไกด์ท้องถิ่น

-มินิบาร์ภายในโรงแรม

add on

-ต้องการพักเดี่ยวเพิ่ม 10,000 บาท

จำนวนที่นั่ง

18 ท่านขึ้นไป

เอกสาร

- หนังสือเดินทาง หรือพาสปอร์ต ต้องมีอายุใช้งานได้ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน นับจากวันเดินทาง และต้องมีหน้าสำหรับประทับตราอย่างน้อย 3 หน้า (หากมีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาแสดงต่อสถานทูตด้วย)

- รูปถ่ายสี 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป (ไม่สวมแว่นตาดำ ไม่ยิ้ม พื้นหลังเป็นสีขาวเท่านั้น ต้องไม่เป็นลวดลาย, ไม่เป็นสีเข้ม และห้ามเป็นภาพถ่ายที่สแกนจากคอมพิวเตอร์) ภาพถ่ายไม่เกิน 6 เดือน

- สำเนาทะเบียนบ้าน,บัตรประชาชน,ทะเบียนสมรส (ถ้ามี),สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ,นามสกุล(ถ้ามี) - สำเนาสูติบัตร (สำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปี)

- ทะเบียนสมรส หรือใบหย่า (ถ้ามี) ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ และต้องเป็นร้านแปลที่ได้รับอนุญาตพร้อมมีตรา ประทับเท่านั้น (ค่าใช้จ่ายในการแปล ไม่รวมในค่าทัวร์)

- ใบเปลี่ยนชื่อ (ถ้ามี) ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ และต้องเป็นร้านแปลที่ได้รับอนุญาตพร้อมมีตราประทับเท่านั้น (ค่าใช้จ่ายในการแปล ไม่รวมในค่าทัวร์)

- หลักฐานการเงิน สำเนาบัญชีเงินฝาก (ออมทรัพย์ หรือประจำ) ถ่ายทุกหน้าตั้งแต่แรก-ปัจจุบัน

- ใบรับรองการทำงานจากบริษัทที่ท่านทำงานอยู่, สำเนาทะเบียนการค้า กรณีเป็นเจ้าของกิจการ (คัดจากกระทรวงไม่เกิน 3 เดือน)

***กรณีที่เป็นพนักงานบริษัททั่วไป ใช้หนังสือรับรองการทำงานตัวจริง ระบุวันเริ่มเข้างาน / อัตราเงินเดือน / ตำแหน่งงาน / (ภาษาอังกฤษเท่านั้น)

***กรณีประกอบธุรกิจส่วนตัว เจ้าของกิจการ ใช้สำเนาทะเบียนการค้า หรือสำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ และหน้าหนังสือรับรอง ต้องมีชื่อกิจการ และชื่อผู้เดินทางเป็นหุ้นส่วน หรือเป็นเจ้าของกิจการด้วย พร้อมจัดทำจดหมายรับรองตัวเองขึ้นมาเป็นภาษาอังกฤษ

***กรณีข้าราชการ ใช้จดหมายลางานจากต้นสังกัด (ตัวจริง) ,หนังสือรับรองการทำงานจากหน่วยงานและสำเนาบัตรข้าราชการ 1 ชุด

***กรณีแม่บ้านเดินทางคนเดียว ต้องใช้หลักฐานการเงิน + การงานของสามี พร้อมสำเนาบัตรประชาชนแนบมาด้วย

***กรณีเป็นนักเรียน นักศึกษา ต้องใช้หนังสือรับรองจากโรงเรียน มหาวิทยาลัย (ตัวจริงภาษาอังกฤษเท่านั้น) หรือสมุดรายงานประจำตัวนักเรียน พร้อมสำเนาบัตรนักเรียน หรือนักศึกษา

***กรณีเด็กที่ไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง ใช้เอกสารดังต่อไปนี้

1.หนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางจากผู้ปกครอง หากเด็กเดินทางกับบิดาต้องมีใบรับรองจากมารดา และหากเด็กเดินทาง พร้อมมารดาต้องมีใบรับรองจากบิดา)

2. หนังสือยินยอมทำที่สำนักงานเขตที่ผู้ยินยอมมีชื่ออยู่ที่เขตนั้นๆ พร้อมสูติบัตร

3. หนังสือรับรองจากทางโรงเรียน (ภาษาอังกฤษ)

4. สูติบัตร (กรณีอายุต่ำกว่า 15 ปี)

5. หลักฐานการงานของบิดา และมารดา

6. หลักฐานการเงิน สำเนาบัญชีเงินฝากธนาคาร ถ่ายตั้งแต่หน้าแรกจนถึงปัจจุบันของบิดา หรือมารดา

7. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้เดินทาง, บิดาและมารดาของผู้เดินทาง

8. สำเนาบัตรประชาชนของบิดา และมารดาของผู้เดินทาง


ติดต่อสอบถาม

Tel: 081-830-0751 หรือ 02-942-0080, 02-942-0070

Email :  อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน อีเมลนี้หรือ ฝากข้อความไว้ล่าง Content นี้

Link น่าสนใจอื่นๆ : ทัวร์จีน | ทัวร์จิ่วจ้ายโกว | ทัวร์จางเจียเจี้ย | ทัวร์แชงกรีล่า | ทัวร์ปักกิ่ง | ทัวร์เซี่ยงไฮ้ | ทัวร์ฮาร์บิน | ทัวร์ซีอาน | ทัวร์ฮ่องกง | ทัวร์ยุโรป | ญี่ปุ่น | ทัวร์ญี่ปุ่น | ทัวร์ญี่ปุ่นชมซากุระ | ทัวร์ญี่ปุ่นใบไม้แดง | ทัวร์ญี่ปุ่นหน้าหนาว | ทัวร์ฮ่องกง | ทัวร์ไต้หวัน | ทัวร์สิงคโปร์ | ทัวร์มาเลเซีย | ทัวร์เวียดนาม | ทัวร์เกาหลี | ทัวร์ญี่ปุ่น | ทัวร์ภูฏาน | ทัวร์เนปาล | ทัวร์ทิเบต | ทัวร์ออสเตรเลีย | ทัวร์นิวซีแลนด์ | ทัวร์ถ่ายภาพ | ทัวร์ปีใหม่ | ทัวร์ช่วงสงกรานต์ | จางเจียเจี้ย | ทัวร์จางเจียเจี้ย | บริษัท ทราเวิลโปร จำกัด | เที่ยวกับเรา ถูกที่ ถูกเวลา สนุกสนาน คุ้มค่า ได้มากกว่าภาพสวย

TRAVELPRO. เที่ยวกับเรา ถูกที่ ถูกเวลา สนุกสนาน คุ้มค่า ได้มากกว่าภาพสวย

lanny

lanny

Lanny | สาวสวยแห่ง TravelProThai.com | เที่ยวกับเรา สนุกคุ้มค่า ได้ภาพสวย ลานนี่ Staff สาวสวยแห่ง ทราเวิลโปร ค่าาาาาาาาา

Website: https://www.facebook.com/TravelProThai/ E-mail: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน