ทริปถ่ายภาพ :คุนหมิง-เมืองโบราณเจี้ยนสุ่ย-นาขั้นบันไดหยวนหยาง ดอกมัสตาร์ดโหลวผิง 6 วัน 5 คืน | บริษัท ทราเวิลโปร จำกัด : บริการ แพคเกจทัวร์ จองโรงแรม จัดทัวร์ จัดกรุ๊ปเหมา ดูงาน สัมมนา จองตั๋วเครื่องบิน เที่ยวทั่วโลก |
อาทิตย์กันยายน24 ,2017
Font Size
ผิดพลาด
  • JUser::_load: Unable to load user with id: 71

ทริปถ่ายภาพ :คุนหมิง-เมืองโบราณเจี้ยนสุ่ย-นาขั้นบันไดหยวนหยาง ดอกมัสตาร์ดโหลวผิง 6 วัน 5 คืน

เขียนโดย
Rate this item
(0 โหวต)
luoping

คุณหมิง นาขั้นบันไดหยวนหยาง ส้มผัสทุ่งดอกมาสตาร์ดโหลวผิง ชมวิถีชีวิตของชาวพื้นเมือง โดยสายการบินไทย(TG)

เดินทางได้ทุกวันค่ะ? ราคา>> 26,500 บาท (ราคานี้ถึงเดือน มีนาคม เทานั้นค่ะ)

?

?

วันแรก???????? กรุงเทพฯ ? คุนหมิง ? เจี้ยนสุ่ย-โชว์พื้นเมือง
08.30????????????? พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ มีเจ้าหน้าที่จากทางบริษัทฯ คอยอำนวยความสะดวกและจัดเอกสารเดินทางให้แก่ท่าน
10.55??????????????ออกเดินทางโดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ ?TG 612
14.05????????????? ถึงสนามบินคุนหมิง หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และรับสัมภาระเรียบร้อย จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่
เมืองเจี้ยนสุ่ย? ชมวิวระหว่างทาง ชื่นชมทิวทัศน์ตลอดทาง รถวิ่ง 3 ชั่วโมง รับประกันความสะดวกสบายในการเดินทางโดยรถวิ่งขึ้นทางด่วน
เย็น รับประทานอาหารค่ำที่เมืองโบราณเจี้ยนสุ่ย หลังจากนั้นรับชมการแสดงระบำพื้นเมือง <ทำนองเจี้ยนสุ่ยเล็ก >
นำท่านเข้าพักผ่อนที่โรงแรมเมืองเจี้ยนสุ่ย? ราตรีสวัสดิ์

วันที่สอง???? เมืองโบราณเจี้ยนสุ่ย-- บ้านตระกูลจู-หยวนหยาง-พระอาทิตย์ตกปากเสือ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ที่ร้านอาหาร จากนั้นนำท่านชมเมืองโบราณเจี้ยนสุ่ย เมืองเก่าเจี้ยนสุ่ยตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเมืองคุนหมิง 220 กิโลเมตร? เดิมเรียกว่าปู้โถว? ปาเตี้ยนก็เรียก เป็นเขตอธิปไตยของหนานจ้าวในสมัยถังหยวนเหอ ( ก่อนหลัง 810 ปี ) ได้สร้างเมืองฮุ่ยลี่? ขึ้นกับผู้บัญชาการทหารทงไห่? ฮุ่ยลี่เป็นภาษาอี๋โบราณ? แล้วก็หมายถึงทะเลใหญ่? ภาษาฮั่นแปลเป็นเจี้ยนสุ่ย? สมัยหยวนก่อตั้งเป็นรัฐสุ่ย? ขึ้นกับเขตหลินอาน ( เขตในปกครองทงไห่ ) พร้องทั้งประกาศจัดตั้งหลินอาน กว่างซี หยวนเจียงเป็นต้น ที่เจี้ยนสุ่ย? ขึ้นตรงกับ หลินอาน กว่างซี( ปัจจุบันคืออำเภอหลู๋ซี )? เขตหยวนเจียงเป็นต้น สมัยหมิงยังเรียกรัฐเจี้ยนสุ่ย เปลี่ยนจากเขตเป็นจังหวัด จังหวัดหลินอานย้ายไปเจี้ยนสุ่ย สมัยชิงเฉียนหลงเปลี่ยนจากรัฐเจี้ยนสุ่ยเป็นอำเภอเจี้ยนสุ่ย เดือนแรกของสมัยหมิ๋นกว๋อเปลี่ยนจากอำเภอเจี้ยนสุ่ยเป็นอำเภอหลินอาน , ปีต่อ ๆ มาจึงกลับมาเรียกอำเภอเจี้ยนสุ่ย เมือง เจี้ยนสุ่ยเมื่อก่อนเป็นเมืองที่สร้างด้วยดินในสมัยหนานจ้าวปีที่ 20 สมัยหมิงหงอู่ ( ปี 1387 ) สร้างขยายเป็นเมืองที่สร้างด้วยอิฐ? เมื่อหลี่ติ้งกว๋อเข้ายึดครองเมืองหลินอาน? เมืองทางด้านใต้-เหนือ-ตะวันตก 3 เมืองก็ตกอยู่ในไฟสงคราม ปีที่ 4 ในสมัยคังซีจึงกลับมาบูรณะซ้ำ? ภายหลังก็กลับมาเสื่อมโทรมอีก? เหลือเพียงหอเฉาหยางด้านประตูตะวันออก? แม้ว่าจะผ่านสงครามและแผ่นดินไหวมาแล้วหลายครั้ง? จนถึงปัจจุบันเกือบหกร้อยปีแต่ก็ยังดูสง่างาม อำเภอเจี้ยนสุ่ยในสมัยหยวนก็เริ่มเปิดการเรียนในวัด? ในสมัยหมิงหงก็เริ่มเปิดการเรียนในจังหวัด ระหว่างสมัยว่านลี่จึงเริ่มเปิดการเรียนบัณฑิตในรัฐเจี้ยนสุ่ย? ก่อนและหลังสมัยราชวงศ์ชิงมีการสร้างหอสมุด 4 หอได้แก่ฉงเจิ้ง? ฮ่วนเหวิน? ฉงเหวินและฉวี่เจียง? ในสมัยนั้น มีการเรียกว่า ?หลินป้านปั่ง? เป็นที่แสดงผลการสอบของบัณฑิตจอหงวนในมณฑลหยุนหนาน บัณฑิตจากจังหวัดหลินอานสอบได้ประมาณครึ่งหนึ่ง พอที่จะเรียกได้ว่าผู้ชนะแห่งหยุนนนาน? ซึ่งพบได้ไม่มากทั่วประเทศ . ในปี 1994เจี้ยนสุ่ยได้รับรับการอนุมัติจากสภาการบริหารประเทศให้เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงทางด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเป็นลำดับที่ 3 แห่งประเทศจีน ชมสวนดอกไม้บ้านตระกูลจู ซึ่งเป็นบ้านพื้นเมืองที่โดดเด่นของเขตเตียนหนาน? มีขนาดยิ่งใหญ่ซึ่งบิดาของจูกว่างฝู จูเฉิงจางซึ่งเป็นคนเจี้ยนสุ่ยในสมัยชิงเป็นผู้สร้างก่อนและหลังปี ค.ศ.1905? จนถึงปี ค.ศ.1911 จึงเสร็จสิ้น เป็นบ้านแบบสวนดอกไม้ที่มีศาลบรรพบุรุษ ที่อยู่อาศัยและสวนส่วนตัวซึ่งอยู่ในที่เดียวกัน? การก่อสร้าง? ประณีตสวยงามลวดลายประตูหน้าต่าง? สง่างามทั้งนอกและใน เป็นท่วงทำนองที่ดูเคร่งขรึมได้ถูกยกย่องเป็น ? สวนใหญ่ที่ดารดาษลานตาแห่งเตียนหนาน ? สิ่งก่อสร้างทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ 2 หมื่นกว่าตารางเมตร พื้นที่สิ่งก่อสร้าง? ราว 5000 กว่าตารางเมตร
เที่ยง รับประทานอาหารเช้าในภัตตาคาร? จากนั้นออกเดินทางสู่หยวนหยาง นาขั้นบันไดหยวนหยางแห่งหงเหอมีขนาดยิ่งใหญ่ ถึงจุดชมวิวปากเสือโคร่งแห่งนาขั้นบันไดหยวนหยาง ชื่นชมและถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกยืนอยู่บนที่สูง ๆ แห่งปากเสือโคร่งแล้วก้มมองลงมาที่นาขั้นบันไดเหมิ่งผิ่น นาขั้นบันไดเหมิ่งผิ่นดูราวกับดอกไม้สีขาวขนาดใหญ่ที่เบ่งบาน นาขั้นบันไดกว่า 3000 ไร่มีลักษณะแปลกพิเศษ? คล้ายกับเกสรดอกไม้ที่มีงูขดอยู่เป็นหมื่นตัว แสงอาทิตย์สาดส่องกระทบเหมือนกับคลื่นสีเขียว? คลื่นที่กระเพื่อมขึ้นมา เหมือนกับงูหมื่นตัวเลื้อยขยุกขยิก คล้ายกับทะเลสาบหรือทะเล? มีห้างนากว่าร้อยหลังเสริมแต่งอยู่ท่ามกลาง คล้ายกับเรือลำเล็กกำลังแล่น ทำให้คนเกิดความประหลาดใจ? ได้รับการยกย่องจากช่างภาพให้เป็นทัศนียภาพแห่งสวนนาที่สวยที่สุดในโลกและได้ถูกวารสารฝรั่งเศสจัดให้เป็นที่ 1 ของ 7 ทัศนียภาพที่มนุษย์สร้างขึ้นที่ถูกค้นพบใหม่ในปี 1993
ค่ำ หลักจากพระอาทิตย์ตกกลับเข้าเมืองรับประทานอาหารค่ำ??
นำท่านเข้าพักผ่อนที่โรงแรม หยวนหยาง

วันที่สาม?? พระอาทิยต์ขึ้น DUO YI SHU -วิวตอนเช้า BA DA- หมู่บ้านชาวฮานี?พระอาทิตย์ตกBADA
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม ออกเดินทางสู่จุดชมวิวตัวอีซู่ ชื่นชมและถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้น? เขตทัศนียภาพนาขั้นบันไดตัวอีซู่มี 3 ด้านติดภูเขาใหญ่1 ด้านตกลงในหุบเขา? มีลักษณะเหมือนกับอ่าวใหญ่ ทอดเต็มภูเขา 3 ด้านที่มีหมู่บ้านมากมายบ้านรูปดอกเห็ดแต่ละหลังราวกับเรือใบที่รอกางใบออก? นาขั้นบันได 6000 ไร่เรียงเป็นแนวขวางตลอดจากตะวันออกถึงตะวันตก ยืนชมวิวอยู่ที่สูงๆ บนภูเขาด้านหลังหมู่บ้านหวงเฉ่าหลิ่ง? ราวกับม้าหมื่นตัควบตะบึง เหมือนงูตัวยาวเริงระบำส่วนครึ่งบนของนาขั้นบันไดทั้งแปลงดูคดเคี้ยว? ราวกับงูหมื่นตัวเลื้อยขยุกขยิกส่วนครึ่งล่างค่อยข้างชันตรงลงสู่บ่อลึก , ดูราวกับหอเอนทำให้คนอกสั่นขวัญแขวนนาขั้นบันได 6000 ไร่มีแหล่งน้ำบริบูรณ์? อ่าวใหญ่ดอกไม้ขาวดูราวกับน้ำตกขนาดมหึมาที่พุ่งจากทางใต้สู่เหนือ งามสง่าหาใดเปรียบที่นี่ใน 1 ปีมีทะเลเมฆโอบล้อม 200 วัน ทะเลเมฆหยุดนิ่งอยู่ที่อ่าวไม่ลอยออกไป เดี๋ยวไปทางตะวันออกตะวันตกเดี๋ยวไปทางเหนือใต้?? ครู่หนึ่งก้ไร้ร่องรอยอีกครู่หนึ่งก็เป็นหมอกระฟ้า ครู่หนึ่งก็ลอยลงด้านล่าง ปกคลุมแต่ละชั้นของนาขั้นบันไดหมู่บ้านยามเมื่อมันลอยขึ้นด้านบนก็จะปรากฏนาขั้นบันไดขึ้นเป็นชั้น ๆ วนซ้ำกันไปเช่นนี้ตลอดวัน? แต่ละครั้งก็มีความแปลกพิเศษเป็นทัศนียภาพที่ดีที่สุดในการเที่ยวชมถ่ายภาพทะเลเมฆนาขั้นบันไดและหมู่บ้านภูเขาหลังจากถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นแล้วเป็นกิจกรรมอิสระสามารถเดินเลียบไปตามถนนเล็กๆระหว่างหมู่บ้านไปถึงนา ขั้นบันไดและหมู่บ้านเพื่อทำความเข้าใจกับประเพณีท้องถิ่นของชาวฮาหนี
เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง ที่ ภัตตาคาร หลังอาหารกลางวันแล้วแสงอาทิตย์จะทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นพักผ่อนครู่หนึ่งจึงออกเดินทางสู่หมู่บ้านพื้นเมืองชิ่งโข่ว ชมทัศนียภาพสถาปัตยกรรมของชาวฮาหนีทำความเข้าใจ สังเก และซาบซึ้งกับวัฒนธรรมของชาวฮาหนี บ่าย? พระอาทิตย์ตก BA DA???
ค่ำ หลังพระอาทิตย์ตกจึงกลับโรงแรมเพื่อรับประทานอาหารนำท่านเข้าพักผ่อนที่โรงแรม หยวนหยาง

วันที่สี่??????? หยวนหยาง - โหลวผิง
เช้า หลังรับประทานอาหารเช้า ออกเดินทางสู่โหลวผิง (ใช้เวลาทั้งวันในการเดินทาง) ชมวิวทิวทัศน์ระหว่างทาง
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน นำท่านเดินทางต่อสู่โหลวผิง ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีดอกมัสตาร์ด คือ ดินแดนความงดงาม?ของทุ่งดอกมัสตาร์ด สีเหลืองอร่ามไปทั่วขุนเขา กลายเป็นความภาคภูมิใจที่ต้องการอยากให้คนทั่วโลกได้รู้จักถ้าพูดถึงความยิ่งใหญ่ของทุ่งดอกมัสตาร์ดที่เมืองโหลวผิงแล้ว ก็ต้องบอกยิ่งใหญ่สุดลูกหูลูกตาทีเดียว ทั้งท้องทุ่งไร่นา ขุนเขา จะแลดูเป็นสีเหลืองไปหมด ด้วยเนื้อแท้ของทุ่ง ดอกมัสตาร์ด หรือ ดอกอิ๊วใช่ฮัว นั้นคือดอกน้ำมันที่นำไปสกัดเป็นน้ำมันพืชที่ใช้บริโภคในเมืองโหลวผิงและเมืองใกล้เคียง ส่วนยอดอ่อนก็นำไปทำอาหารได้ รสชาติก็ ใกล้เคียงกับผักกวางตุ้ง ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม จะเป็นช่วงฤดูกาลเพาะปลูกอิ๊วใช่ฮัว และเป็นช่วงที่กำลังผลิดอกบาน จนกลายเป็นคงวามงดงามที่คนจีนเองยังนิยมชมชอบ? จากอุตสาหกรรมทางเกษตรได้กลายมาเป็นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่สามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวแห่ไปชมความงามของทุ่งดอกมัสตาร์ดในช่วงเดือนกมภาพันธ์ จนถึงเดือนมีนาคม อาจพอมีเหลือให้เห็นบ้างในช่วงต้นเมษายน แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่พลัง
ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวชี้ให้เห็นว่า อนาคตข้างหน้าอาจเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น? และกลายเป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น เพราะภาพความงดงามอันยิ่งใหญ่ของทุ่งดอกไม้
ค่ำ รับประทานอาหารเย็นที่ภัตตาคารนำท่านเข้าพักผ่อนที่โรงแรม เมืองโหลวผิง

?

วันที่ห้า???? หลัวผิง ?พระอาทิตย์ขึ้นเทือกเขาไก่ทอง ? น้ำตกเก้ามังกร ?พระอาทิตย์ตกเทือกเขาไก่ทอง-คุนหมิง
เช้า ทานอาหารเช้าที่โรงแรมเสร็จแล้วไปถ่ายภาพที่เทือกเขาไก่ทอง ที่นี่นับเป็นเขตทิวทัศน์ป่าภูเขา ภูเขาที่นี่เชื่อมต่อกันไม่สิ้นสุด? ยอดเขาดูสูงสง่า เดินเข้าไปในป่าภูเขา เกิดจินตนาการถึง?ไก่ทองขานรับอรุณ?ภายใต้แสงอาทิตย์สาดส่อง ยอดเขาแหลมรูปลิ่ม? เป็นทิวทัศน์ที่งามสง่าที่จะทำให้คุณมีจินตนาการล่องลอย, จิตใจปลอดโปร่ง ยามเช้าที่นาหลัวผิงจะมีหมอกมาก? ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษยอดเขา 10 กว่ายอดลอยอยู่ท่ามกลางทะเลหมอก? หมอกขาวล่องลอยมาเบาๆ? ยิ่งบางเบาลงทุกที เทือกเขาลูกเล็กๆนับไม่ถ้วนล่องลอยออกมาท่ามกลางทะเลหมอก แต่งแต้มด้วยแสงแดด ฤดูใบไม้ผลิที่นี่ เป็นทะเลดอกโหยวไช่สีเหลืองทอง
เที่ยง ทานอาหารกลางวันที่โหลวผิง หลังจากนั้นมุ่งหน้าสู่หมู่น้ำตกเก้ามังกรตั้งอยู่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือ 22กิโลเมตรบนแม่น้ำเก้ามังกร ลักษณะทางธรณีวิทยาที่โดดเด่นก่อให้เกิดการกัดเซาะจากน้ำเป็นเวลายาวนาน, เช่นนี้ก่อให้เกิดชั้นน้ำตก 10 กว่าชั้นที่มีความสูงต่ำกว้างแคบต่างกัน? ระหว่างชั้นมีแอ่งน้ำตื้นและลึกมากมาย? น้ำตกเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล.ฤดูใบไม้ผลิ เนินเขารอบๆน้ำตกจะเต็มไปด้วยดอกผักน้ำมัน? เดินเลียบไปตามทางเดินเล็กๆริมแม่น้ำ ผ่านน้ำตกมังกรเทพและน้ำตกคู่รักมาถึงอ่างเก็บน้ำในจุดสูงสุด? รอบๆบริเวณเต็มไปด้วยดอกผักน้ำมันบานสะพรั่ง? หมู่น้ำตกจะกระโดดอยู่ท่ามกลางทะเลดอกไม้สีเหลืองทอง เทียบได้กับทะเลดอกผักน้ำมันที่อยู่ท่ามกลางนาขั้นบันได เป็นทิวทัศน์ที่อยู่นอกเหนือ หลังจากนั้นในท่านกลับเมืองคุนหมิง เข้าพักที่โรงแรม
ค่ำ รับประทานทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเข้า? พักโรงแรม KING WORLD HOTEL ตึก A ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่หก??? คุนหมิง ? วัดหยวนถง ? ช้อปปิ้ง - กรุงเทพฯ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ที่ห้องหารของโรงแรม จากนั้นพาท่านเดินทางสู่ วัดหยวนทง เป็นวัดที่ ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดของมณฑล ยูนนาน ตั้งอยู่ที่ถนนหยวนทงเจียง เป็นอารามทางพระพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในคุนหมิง อายุเก่าแก่กว่าพันปี ภายในวัด? ตกแต่งร่มรื่นสวยงาม กลางลานมีสระน้ำขนาดใหญ่ มีสะพานข้ามไปสู่ศาลาแปดเหลี่ยมกลางสระ ด้านหลังวัดเป็นอาคารสร้างใหม่ ประดิษฐานพระพุทธรูป พระพุทธชินราช(จำลอง) ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานให้อัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ณ ที่วัดแห่งนี้
เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง ที่ ภัตตาคารจากนั้น ให้ท่านอิสระช้อปปิ้งของฝากที่ตลาดโบ๊เบ๊คุนหมิง ซึ่งเป็นตลาดที่คึกคักและมีสินค้านานานชนิดให้ท่านเลือกมากมาย ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า หรือกิ๊ฟช้อปต่างๆ ในราคาถูกสุดๆ?????????? ?(ต่อราคาได้ประมาณ 70 %)
15.20?????????? ออกเดินทางจากนครคุนหมิง โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 613
16.35?????????? เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ
-------------------------
รายการท่องเที่ยวนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือสลับกันได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ถือเป็นเอกสิทธิ์ของผู้จัด
โดยยึดถือตามสภาพการณ์ และประโยชน์ของท่านเป็นสำคัญ

?