ทัวร์ญี่ปุ่น : Promotion!! SHIZUOKA TOKYO 4D2N | บริษัท ทราเวิลโปร จำกัด : บริการ แพคเกจทัวร์ จองโรงแรม จัดทัวร์ จัดกรุ๊ปเหมา ดูงาน สัมมนา จองตั๋วเครื่องบิน เที่ยวทั่วโลก |
พฤหัสบดีพฤศจิกายน23 ,2017
Font Size
ผิดพลาด
  • JUser::_load: Unable to load user with id: 71

ทัวร์ญี่ปุ่น : Promotion!! SHIZUOKA TOKYO 4D2N

เขียนโดย
Rate this item
(0 โหวต)
ทัวร์ญี่ปุ่น  : ญี่ปุ่น | 日本国 | Japan  เทศกาลซากุระบาน 5 วัน 4 คืน By TravelProThai.com

สัมผัสความสมบูรณ์ของธรรมชาติที่ วนอุทยานแห่งชาติฮาโกเน่ พร้อม ล่องเรือโจรสลัดที่ทะเลสาบอาชิ ชมความอัศจรรย์ของหุบเขานรกและชิมไข่ดำที่ หุบเขาโอวาคุดานิสัมผัสกับประสบการณ์ความสนุกสนานที่ ฟูจิเท็น สกีรีสอร์ท ฯลฯ

เดินทาง 18-21 มีนาคม 2553 ราคาเพียง >>28,900 บาท

กำหนดการเดินทาง 18-21 มีนาคม

วันพฤหัสบดีที่ 18 มีนาคม 2553    (1)         กรุงเทพฯ

21.30        พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ... ชั้นระหว่างประเทศขาออก (ชั้น 4) ณ เคาน์เตอร์ R (ใกล้กับประตูทางเข้าหมายเลข 8)
**** พบกับเจ้าหน้าที่ที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก ณ บริเวณหน้าเคาน์เตอร์ R ****
*** หมายเหตุ : เคาน์เตอร์เช็คอินปิดบริการก่อนเวลาเครื่องออก 60 นาที และไม่มีประกาศเตือนผู้โดยสารขึ้นเครื่อง ดังนั้นผู้โดยสาร
จำเป็นต้องพร้อม ณ ประตูขึ้นเครื่องก่อนเวลาเครื่องออกอย่างน้อย 45 นาที ***

วันศุกร์ที่ 19 มีนาคม 2553     (2)         กรุงเทพฯ - ชิซุโอกะ - วนอุทยานฮาโกเน่ - โอวาคุดานิ - คาวาคูจิโกะ

01.55    ออกเดินทางจาก กรุงเทพฯ โดยสายการบิน Japan Airlines เที่ยวบิน JO 8839 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง ... เวลาท้องถิ่นเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง)
09.25    ถึง สนามบินชิซุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ... สนามบินแห่งใหม่ของประเทศญี่ปุ่นซึ่งพึ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือนมิถุนายน 2552 และยังเป็นสนามบินที่อยู่ใกล้ภูเขาไฟฟูจิมากที่สุด หลังจากผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่ วนอุทยานแห่งชาติฮาโกเน่ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดคานากาว่า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวนอุทยานแห่งชาติฟูจิ ฮาโกเน่อิซึ เป็นแหล่งที่พักตากอากาศที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั้งในชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ...จากนั้นนำท่านสัมผัสประสบการณ์ครั้งหนึ่งกับการ ล่องเรือโจรสลัดในทะเลสาบอะชิ ทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟที่ก่อตัวจากการระเบิดของภูเขาไฟฮาโกเน่  หากวันใดอากาศสดใสท่านจะได้สัมผัสทัศนียภาพในอีกมิติหนึ่งที่มีความงดงามราวกับภาพวาดสะท้อนลงสู่ทะเลสาบเปรียบดั่งสะท้อนจากกระจกใสบานใหญ่ และท่านยังสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อีกด้วย ซึ่งท่านจะได้ล่องเรือในชั้นเฟิรสท์คลาส ที่มีดาดฟ้าส่วนตัวให้ท่านสามารถออกไปเก็บภาพบรรยากาศกันอย่างเพลิดเพลินโดยไม่รู้ตัวว่าเวลา 40 นาทีหมดไปอย่างรวดเร็วได้อย่างไร
เที่ยง    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่าน นั่งรถขึ้นสู่หุบเขาโอวาคุดานิ ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่มีควันกำมะถันพวยพุ่งออกมาจากใต้ดินเกือบครอบคลุมพื้นที่ของภูเขาทั้งลูก ซึ่งท่านจะได้กลิ่นตั้งแต่ยังไม่ก้าวขาลงจากรถ ซึ่งร่างกายเราประกอบด้วยกำมะถัน (Sulfur) ประมาณ 0.25% โดยกำมะถันเป็นส่วนประกอบของกรดอะมิโนและโปรตีนซึ่งทำให้เล็บ ผม และผิวหนังแข็งแรง โดยปกติ เราสามารถรับกำมะถันได้จากการรับประทานไข่ โปรตีนจากเนื้อสัตว์ พืช และผลิตภัณฑ์จากนมต่างๆ ส่วน การดื่มน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น น้ำพุร้อน หรือ บ่อน้ำร้อน ที่ใช้ดื่มและอาบเพื่อรักษาโรคมาตั้งแต่สมัยโบราณ ก็เป็นการใช้ประโยชน์จากกำมะถันเช่นกัน ... นำท่านชมบ่อน้ำแร่กำมะถันที่สามารถต้มไข่ให้สุกได้ (อุณหภูมิประมาณ 97 องศาเซลเซียส) ซึ่งไข่ต้มที่นี่จะมีความพิเศษอยู่ที่หลังต้มแล้วเปลือกไข่จะเป็นสีดำ โดยมีเรื่องความเชื่อเกี่ยวกับการทานไข่ต้มที่นี่ ว่าหากได้ทานไข่ที่ต้มจนเปลือกภายนอกเป็นสีดำ 1 ฟองจะทำให้อายุยืนขึ้น 7 ปี ... จากนั้นได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
นำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมฟูจิ โนโบะ คาเอน หรือเทียบเท่า ซึ่งเป็นโรงแมที่ท่านสามารถมองเห็นวิวภูเขาไฟฟูจิได้อย่างชัดเจน
ค่ำ    รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม ซึ่งเป็นอาหารบุฟเฟต์นานาชาติ พิเศษสุดกับเมนูขาปูยักษ์เสริฟพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด
สูตรเฉพาะของเราที่ท่านสามารถทานได้เต็มอิ่มไม่อั้น พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ๆ  ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวลและยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายและสุขภาพให้ดีขึ้น

วันเสาร์ที่ 20 มีนาคม 2553    (3)     คาวาคูจิโกะ ลานสกี ฟูจิเท็น - โตเกียว วัดอาซากุสะ ช้อปปิ้งชินจูกุ - ตึกรัฐสภา

เช้า    รับประทานอาหารเช้า  ที่ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางไปพบประสบการณ์ใหม่กับการสัมผัสหิมะของแท้ที่ลานสกี Fujiten Ski Resort ที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นและยังได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่สวยได้รูปที่สุดในโลกท่านจะได้สนุกกับการเล่นสโนว์เสล๊ด กระดานลื่นมหาสนุกที่ท่านจะได้รับกระดานลื่นส่วนตัวซึ่งท่านสามารถทั้งนั่งและนอนบนกระดานและสไลด์ตัวลงมาจากเนินเขาได้โดยไม่จำกัดรอบหรือท่านที่อยากทดลองเล่นสกีแบบระดับโปร ก็มีให้เช่าอุปกรณ์การเล่นอีกด้วยการเล่นสกีหิมะ (โดยราคาทัวร์นี้ ไม่ได้รวมค่าเช่าอุปกรณ์สกี และ ค่าเช่าชุดเล่นสกี)
เที่ยง    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
หลังอาหารนำท่านเดินทางเข้าสู่มหานครโตเกียว หรือ กรุงโตเกียว เป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น มีระบบการปกครองแบบพิเศษซึ่งรวมการปกครองในรูปแบบจังหวัดและเมืองไว้ด้วยกัน และเป็นเขตเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก (โดยรวมเขตปริมณฑทลแล้วมีประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 35 ล้านคน 35,237,000 คน) โดยเฉพาะในตัวโตเกียวมีประชากรประมาณ 8 ล้านคน ซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในโลกเมืองหนึ่ง ในปี 2548 โตเกียวได้รับการจัดอันดับเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก โดยในปี 2550 โตเกียวได้เป็นอันดับที่ 4 รองจาก มอสโก ลอนดอน และ โซล ตามลำดับ โตเกียวตั้งอยู่บริเวณภาคคันโตของญี่ปุ่น คำว่า โตเกียว หมายถึง นครหลวงตะวันออก ในพื้นที่โตเกียวยังเป็นที่ตั้งของพระราชวังอิมพีเรียล ... จากนั้นนำท่านเยี่ยมชม วัดอาซากุสะ วัดที่เก่าแก่ที่สุดในโตเกียวจริงๆ แล้ว วัดนี้ชื่อ วัดเซ็นโซจิ แต่ด้วยความที่ในอยู่ในเขตอาซากุสะ คนไทยก็เลยติดปากเรียกว่า วัดอาซากุสะ แทนวัดเซ็นโซจิ ซึ่งวัดนี้เป็นวัดเก่าและมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโตเกียว สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 628-645  วัดนี้มีตำนานเล่าขานกันว่า มีสองพี่น้องตระกูล ฮิโนะคูมะ (Hinokuma) ผู้มีอาชีพหาปลา ณ วันหนึ่งได้มาหาปลาที่แม่น้ำสุมิดะ แล้วได้เหวี่ยงแหพบกับ เทวรูปคันนน (กวนอิม) ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความเมตตาเข้าโดยบังเอิญ  และแม้ว่าคนทั้งคู่จะนำรูปปั้นนี้กลับไปคืนแม่น้ำอีกสักกี่ครั้ง ก็จะมีเหตุให้รูปปั้นกลับมาอยู่ในมือของคนทั้งสองเสมอ ดังนั้น ด้วยความศรัทธาของสองพี่น้องและชาวบ้านของ หมู่บ้านละแวกนั้น จึงได้อัญเชิญเทวรูปคันนงประดิษฐาน ณ วัดแห่งนี้ เชื่อกันว่าเจ้าแม่กวนอิมองค์นี้ศักดิ์สิทธิ์มาก ขอพรอะไรก็ได้ตามปรารถนา และตำนานยังมีต่ออีกว่าในช่วงเวลาใกล้เคียงกันกับที่พบรูปปั้นได้ปรากฎมังกรทองตัวหนึ่งเลื้อยลงมาจากสวรรค์  จึงเป็นวัดที่เหล่าโชกุนและซามูไรให้ความเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างมากในอดีต ปัจจุบันนี้วัดแห่งนี้เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดของกรุงโตเกียวจุดเด่นของวัดแห่งนี้คือ โคมแดงขนาดยักษ์ที่ตั้งอยู่ที่บริเวณ ประตูคามินาริมง (ประตูสายฟ้าฟาด) สร้างในปี 1960 ทั้งสองข้างของโคมแดงจะเป็นรูปปั้นของ 2 เทวบาลผู้รักษาประตู ได้แก่ ฟูจิน เจ้าแห่งสายลม มีอำนาจต่อสายลม แสงแดดและเมฆหมอก รูปองค์สีดำมืดเหมือนเมฆฝน หน้าตาน่ากลัว  ห่มหนังเสือดาว มีถุงลมใหญ่พาดไหล่ทั้งสองข้าง ซึ่งอยู่ทางด้านขวา ส่วนด้านซ้าย คือ ไรจิน เจ้าแห่งอสุนีบาต รูปองค์สีแดง  มีกลองเป็นเครื่องมือในการทำให้ฟ้าแลบและฟ้าผ่าและเมื่อผ่านประตูนี้เข้าไป จะพบกับ ถนนนาคามิเซะ หรือถนนคนเดินถนนคนเดินที่มีร้านขายของที่ระลึกพื้นเมือง เช่น ของที่ระลึก ตุ๊กตา เสื้อผ้า  และขนมแบบญี่ปุ่น และของกินมากมายเรียงราย  แบบเฉพาะญี่ปุ่นอยู่ที่เรียกกันว่า  ถนนนาคามิเสะโดริ  คล้ายกับเป็นการรวมเอาความเป็นญี่ปุ่นมาไว้ที่แห่งนี้   และยังมี ชินนาคามิเซะ เป็นถนนคนเดินที่มีหลังคาคลุมตลอด ถนนเส้นนี้ร้านค้าเป็นแบบเปิดปิดได้  แบบห้องแถว มีร้านค้าและและร้านอาหารให้เลือกอีกมากมายภายในวัดก็จะมีให้สักการะเทพเจ้าคันนน โดยการรดน้ำ และตรงกลางวัดจะมีกระถางธูปขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นความเชื่อว่า ไปรับควันนี้ติดตัวมา จะโชคดีมีสุข  เพราะฉะนั้นคนที่ไป ก็จะไปยืนอังรับเอาไอควันนั้นเข้าตัว และการทำบุญไหว้พระ ด้วยการโยนเหรียญลงในกล่อง และการเสี่ยงเซียมซี หรือ โอมิกุจิ ส่วนเจ้าแม่กวนอิมจะประดิษฐานอยู่ภายใน ก่อนถึงจะถึงองค์เจ้าแม่กวนอิม จะต้องผ่านประตูที่สองที่เป็นประตูชั้นในประตูนี้มีชื่อว่า โฮโซมน  หรือประตูแห่งขุมทรัพย์หรือความหมายที่แท้จริงก็คือ พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั่นเอง ด้านซ้ายมือของที่ประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิม คือ ศาลเจ้าอาซากุสะ ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยเอโดะ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองที่กรุงโตเกียวถูกฝ่ายสัมพันธมิตรทิ้งระเบิดได้รับความเสียหายอย่างหนักแต่ศาลเจ้าแห่งนี้ไม่ได้รับความเสียหายแม้แต่น้อย จากนั้นให้ท่านได้ช้อปปิ้งอย่างจุใจที่ ย่านชินจูกุ เป็นย่านที่พลุกพล่านที่สุดในญี่ปุ่นวันนี้ และผู้สื่อข่าวตะวันตกบางคนถึงกับบอกว่า น่าจะพลุกพล่านที่สุดในโลกด้วยซํ้าไปสถานีรถไฟ คือจุดศูนย์รวมของความพลุกพล่านที่เห็นได้ชัดที่สุดจากสถิติบอกว่าสถานีรถไฟแห่งนี้มีผู้คนขึ้นลงรถไฟ และเดินทางเข้าๆ ออกๆ เฉลี่ย วันละ 3 ล้านคน เดิม ชินจูกุเป็นย่านเล็กๆ นอกเมืองในอดีต เคยเป็นสถานที่ทิ้งขยะและของเสีย จนได้ฉายาว่า เป็น ก้น หรือ ทวารหนัก ของโตเกียว ต่อมาก็เริ่มมีการพัฒนาอย่างจริงจัง เมื่อโตเกียวเริ่มโตและขยายตัวไม่หยุดยั้งปี 1880 หรือ 120 กว่าปีที่แล้ว เริ่มสร้างรางรถไฟไปสู่ชินจูกุ ซึ่งมีรายงานว่า ตอนเปิดแรกๆ มีคนมารอขึ้นเพียง 50 คนเท่านั้นเองทุกวันนี้ นอกจากสถานีนี้จะกลายเป็นสถานีพลุกพล่านที่สุดดังได้กล่าวไว้แล้ว ย่านนี้ยังกลายเป็นย่านที่โด่งดังและเป็นจุดศูนย์รวมจุดหนึ่งของมหานครโตเกียว  ที่สามารถทำให้ท่านสามารถเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งสินค้า มากมาย อาทิเช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า  นาฬิกาแบรนด์ดัง ๆ  กล้องถ่ายรูปดิจิตอล  เกมส์ต่าง ๆ  หรือสินค้าที่จะเอาใจคุณผู้หญิงด้วย   กระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า แบรนด์เนม  เสื้อผ้าแฟชั่นสำหรับวัยรุ่นเครื่อง สำอางค์ยี่ห้อดังของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น Kose, Shisedo, Kanebo, SK II และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ราคาค่อนข้างถูกกว่าเมืองไทย  และ ที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือ ร้าน 100 เยน  ซึ่งสินค้าทุกอย่างภายในร้านจะราคา 100 เยน เท่ากันหมด และสินค้าอื่น ๆ อีก ที่ท่านสามารถเลือกซื้อเป็นของฝากกลับบ้านได้ ในราคาที่สบายกระเป๋า
ค่ำ    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
** บุฟเฟต์ชาบู ชาบู สไตล์ญี่ปุ่น บริการท่านด้วยเนื้อหมูสไลด์บางเฉียบที่คัดสรรมาอย่างดี ให้ทุกท่านได้ลิ้มลองรสชาด ชาบูสไตล์ญี่ปุ่น พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด เสิร์ฟพร้อมกับข้าวสวยร้อน ๆ และผักสดนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น ผักกาดขาว เห็ดเข็มทอง แครอท หัวหอม ฯลฯ ตบท้ายด้วยน้ำซุปร้อน ๆ จากหม้อชาบู ชาบูที่มีรสชาดกลมกล่อมเข้ากันเป็นอย่างดี พิสูจน์ความอร่อยได้เต็มที่ไม่มีอั้น **
จากนั้นนำท่านชมวิวยามค่ำคืนบนชั้นที่ 45 อาคารเมโทรโพลิแทน ทาวเวอร์ ตึกแฝดสูง 243 เมตร ตั้งอยู่ใจกลางย่านชินจุกุ อาคารแห่งนี้ถูกออกแบบให้ดูเหมือน ชิปของคอมพิวเตอร์ โดย ทีมงานสถาปนิค Kenzo Tange  สร้างเสร็จในปี 1991  ด้วยงบประมาณกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นอาคารที่ออกแบบเพื่อป้องกันการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวได้อย่างอัจฉริยะอีกด้วย ท่านจะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศยามค่ำคืนอันแสนโรแมนติกของมหานครโตเกียวโดยรอบจากห้องกระจกวงกลมที่ท่านจะได้เห็นวิวแต่งต่างกันไป ซึ่งเต็มไปด้วยแสงสีของไฟจากอาคารต่างๆทั่วทั้งเมืองซึ่งเป็นที่ตื่นตาตื่นใจแก่นักท่องเที่ยวที่ได้ไปเยือน
นำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรม ซันไชน์ ซิตี้ ปริ้นซ์ หรือเทียบเท่า โรงแรมในย่านช้อปปิ้งที่ท่านสามารถออกมาเดินเล่นได้

วันอาทิตย์ที่ 21 มีนาคม 2553  (4)          โตเกียว ไร่สตอเบอร์รี่ นาริตะ - กรุงเทพฯ

เช้า    รับประทานอาหารเช้า  ที่ห้องอาหารของโรแรม
(กรุณาตรวจสอบสัมภาระให้เรียบร้อย เพื่อเตรียมเดินทางไปสนามบิน)นำท่านเดินทางสู่ สวนสตรอเบอร์รี่ หลากหลายสายพันธุ์ที่แข่งกันอวดสีแดงสดของแต่ละลูกและกลิ่นหอมอันยั่วยวนของสตรอเบอรร์รี่สดรอให้ท่านเพลิดเพลินกับการเก็บและลิ้มรสสตรอเบอร์รี่จากต้นสดๆและที่พลาดไม่ได้คือการกินสตรอเบอร์รี่สไตล์ญี่ปุ่นคือการจิ้มด้วยนมข้นหวาน ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าความฉ่ำของสตรอเบอร์รี่สดจะสามารถเข้ากับความหวานมันของนมข้นได้อย่างลงตัวกลมกล่อมจนทำให้ท่านลืมความอิ่มกันไปเลย ซึ่งท่านสามารถเก็บทานได้ตามอัธยาศัยแบบเต็มอิ่มไม่อั้น
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบินนาริตะ
14.00    เดินทางจาก นาริตะ โดยเที่ยวบิน JO 8837
19.10    ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม
*************
หมายเหตุ :  รายการอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม เนื่องจากสภาวะอากาศ, การเมือง, สายการบิน เป็นต้น

Link น่าสนใจอื่นๆ : ทัวร์จีน | ทัวร์จิ่วจ้ายโกว | ทัวร์จางเจียเจี้ย | ทัวร์แชงกรีล่า | ทัวร์ปักกิ่ง | ทัวร์เซี่ยงไฮ้ | ทัวร์ฮาร์บิน | ทัวร์ซีอาน | ทัวร์ฮ่องกง | ทัวร์ยุโรป | ญี่ปุ่น | ทัวร์ญี่ปุ่น | ทัวร์ญี่ปุ่นชมซากุระ | ทัวร์ญี่ปุ่นใบไม้แดง | ทัวร์ญี่ปุ่นหน้าหนาว | ทัวร์ฮ่องกง | ทัวร์ไต้หวัน | ทัวร์สิงคโปร์ | ทัวร์มาเลเซีย | ทัวร์เวียดนาม | ทัวร์เกาหลี | ทัวร์ญี่ปุ่น | ทัวร์ภูฏาน | ทัวร์เนปาล | ทัวร์ทิเบต | ทัวร์ออสเตรเลีย | ทัวร์นิวซีแลนด์ | ทัวร์ถ่ายภาพ | ทัวร์ปีใหม่ | ทัวร์ช่วงสงกรานต์ | จางเจียเจี้ย | ทัวร์จางเจียเจี้ย | บริษัท ทราเวิลโปร จำกัด | เที่ยวกับเรา ถูกที่ ถูกเวลา สนุกสนาน คุ้มค่า ได้มากกว่าภาพสวย

TRAVELPRO. เที่ยวกับเรา ถูกที่ ถูกเวลา สนุกสนาน คุ้มค่า ได้มากกว่าภาพสวย

E-mail: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน