กำหนดการเดินทาง
วันที่ 1 กรุงเทพฯ พาโร หุบเขาฮา (65km/3hr)(L/D)
- 05:30น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 แถว W ประตู 9 เช็คอินสายการบิน Druk Air สายการบินแห่งชาติภูฏาน กรุงเทพฯ-พาโร เที่ยวบินที่ KB 141
- 07:20น. เหินฟ้าสู่เมืองพาโร
- 08:50น. เครื่องแวะรับผู้โดยสารเพิ่มที่ Dhaka, Bangladesh ใช้เวลา 30 นาที ผู้โดยสารไม่ต้องลงจากเครื่อง
- 09:20น. เครื่องบินเหินฟ้าต่อไปยังเมืองพาโร
- 10:20น. เดินทางถึงเมืองพาโร (2,280m)
** ตอนนำเครื่องลง ท่านจะได้สัมผัสกับขุนเขาอันกว้างใหญ่ใกล้แค่เอื้อม ดุจดั่งเข้าสู่อ้อมกอดของหุบเขาแห่งเมืองพาโร สำหรับท่านที่รักการถ่ายภาพ ความอลังการของทิวทัศน์ จะทำให้ท่านได้ภาพที่งดงาม อัศจรรย์ที่สุดภาพหนึ่งของการเดินทางครั้งนี้
* ท่านจะได้รับการประทับตราวีซ่าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองที่พาโร เมื่อผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ที่คอยต้อนรับอยู่ที่สนามบิน จากนั้นขับรถมุ่งหน้าไปสู่หุบเขาฮา ทิวทัศน์สองข้างทางสวยงามจับใจ อาจได้เห็นฝูงจามรีระหว่างทาง ผ่านถนนที่สูงที่สุดของภูฎานที่ช่องเขา เชเลลาพาส (3810m)
** แต่เดิมหุบเขาฮาเป็นสถานที่ ที่ไม่อนุญาติให้ชาวต่างชาติเข้าไปท่องเที่ยว จนเมื่อปี 2001 รัฐบาลภูฎานได้เปิดพื้นที่ ให้โอกาสนักท่องเที่ยวต่างถิ่น ได้สัมผัสชีวิต ที่ยังไม่ถูกเจือปนจากโลกภายนอก หุบเขาฮาเป็นที่ประทับของพระมารดา และพระราชินีในรัชกาลที่ 4 ห้อมล้อมด้วยป่าเขา เต็มไปด้วยศาลเจ้า เก่าแก่โบราณ
** ในหุบเขาจะเห็นทุ่งข้าวฟ่าง ข้าวบาร์เล่ย์ และไร่มันฝรั่ง บ้านเรือนแถบนี้งดงามมาก ด้วยขอบบัวไม้ ที่มีภาพวาดอันสลับซับซ้อน และขอบหน้าต่างที่แกะสลักอย่างวิจิตร เมื่อถึงที่เราจะลงเดินเพื่อสำรวจความมหัศจรรย์ ของหุบเขาแห่งนี้ผ่านหมู่บ้านเล็กๆ และวัด Black & White เพลิดเพลินกับการถ่ายภาพทิวทัศน์ดอกไม้และสัตว์ประจำถิ่น
- จากนั้นเช็คอินเข้าที่พัก คืนนี้ค้างคืนที่หุบเขาฮา (Alt; 2670m)
วันที่ 2 หุบเขาฮา พาโร (65km/3hr) (B/L/D)
หลังอาหารเช้า เดินทางกลับสู่เมืองพาโร เมื่อถึงเมืองพาโร นำท่านเยี่ยมชมป้อมดรุกเยล ซึ่งเป็นป้อมปราการโบราณอยู่ห่างจากเมืองพาโร 16 กิโลเมตร แม้นว่าจะเหลือเพียงซากปรักหักพัง ป้อมปราการแห่งนี้ยังคงความสำคัญทางประวัติศาสตร์ คือเป็นสถานที่ ที่ชาวภูฎานเอาชนะ และขับไล่ชาวธิเบตที่เข้ามารุกราน
** ในวันที่อากาศสดใส ท่านจะมองเห็นภูเขา Chomolhari (ภูเขาแห่งเทพธิดา) ความสูง 7,328 เมตร
- จากนั้นเที่ยวชม ป้อมรินปุง(ป้อมแห่งอัญมณี) หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ป้อมพาโร สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1645 ทางเดินเข้าป้อมมีธงมนต์ เรียงรายสองข้างทาง นำไปสู่สะพานไม้แสนสวย หลังคามุงด้วยกระเบื้องหิน และอยู่ติดกับป้อมยามสองหลัง
** ปัจจุบันป้อมพาโร มีฐานะเป็นศูนย์กลางในการบริหารปกครอง ของเขตปกครองพาโร และเป็นที่ตั้งของอารามหลวง ซึ่งมีพระจำวัดอยู่ราว 200รูป หอกลาง (อุตซี)ของป้อม ถึงเป็นหนึ่งในงานเครื่องไม้ที่งามที่สุดในภูฎาน
- จากนั้นเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ตาซอง ซึ่งในอดีตเคยเป็นหอสังเกตการณ์ของป้อมรินปุง ในปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี 1968 และได้ชื่อว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุด แห่งหนึ่งในเอเชีย ตัวอาคารตั้งอยู่บนเนิน ในจุดที่มองเห็นเมืองในหุบเขาพาโรทั้งเมือง
- จากนั้นเที่ยวชมวัดคิชุลาคังหนึ่งในวัดที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศภูฏาน สร้างโดยกษัตริย์ธิเบตในปี ค.ศ.659 ท่านจะได้พบกับต้นส้มศักดิ์สิทธิ์ที่มีอายุถึง 600ปี แต่ยังให้ผลตลอดทั้งปี เย็นเดินเล่นรอบเมืองพาโร พักที่พาโร (Alt;2,280เมตร)
วันที่ 3 พาโร-ทิมพู (54km/1 hr) (B/L/D)
หลังอาหารเช้า เดินทางสู่เมืองหลวงของภูฎาน ระหว่างทางแวะเที่ยวป้อมซิมโตคา ซึ่งเป็นป้อมปราการที่เก่าแก่ที่สุด สร้างในปี 1629 ปัจจุบันเป็นสถานที่ตั้งของโรงเรียนสอนศาสนา ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ
- จากนั้น ชมวิวเมืองทิมพูที่ หอคอย BBS ซึ่งเป็นที่หนุ่มสาวขนานนามว่าเป็น สถานที่โรแมนติก หรือ Romantic Point แล้วไปเที่ยวชม สัตว์ประจำชาติภูฏาน ที่ สวนสัตว์ทาคิน ชมตัวทาคิน สัตว์ประจำชาติของประเทศภูฏาน
- จากนั้นไปเยี่ยมชม วัดแม่ชี และชม Memorial Chorten อนุสรณ์สถาน ที่สร้างในปี 1974 เพื่อเป็นอนุสรณ์ สำหรับอดีตกษัตริย์ภูฏานองค์ที่สามที่ล่วงลับ แวะที่ทำการไปรษณีย์ ที่ท่านนักสะสมแสตมป์ สามารถหาซื้อแสตมป์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกได้ที่นี่ หรือท่านที่อยากซื้อ กลับไปเป็นของฝากของที่ระลึกก็ได้ เพราะแสตมป์ภูฎานนั้น นักสะสมรู้ดีว่าเป็นที่โด่งดังไปทั่วโลก
** ชมวิวเมืองทิมพูอีกจุดหนึ่งที่ Buddha Gang หลังจากนั้นเดินทางต่อไปยัง หอสมุดแห่งชาติ ซึ่งเป็นสถานที่เก็บรักษาเอกสารโบราณท่านจะได้ชมหนังสือภาพภูฎานที่ใหญ่ที่สุดในโลก
- จากนั้นไปยัง Zoring Chuksum โรงเรียนสอนศิลปะหัตถกรรม 13 ชนิด ต่อด้วยการเยี่ยมชม ศูนย์สิ่งทอ เพราะภูฎานมีชื่อเสียงเรื่องผ้าทอมือมาก โดยปรกติแล้วทุกครัวเรือน จะทอผ้าเพื่อไปตัดเย็บชุดประจำชาติเอง โดยแต่ละผืนใช้เวลาประมาณ 9-12 เดือนทีเดียว แล้วแวะไปชมศูนย์หัตถกรรม
- จากนั้นนำท่านสู่ป้อมทาชิโช ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานที่ใช้ทรงงานของกษัตริย์ ประกอบไปด้วยท้องพระโรง และศาสนสถานอยู่ภายใน เดินทางต่อเพื่อชม สนามกีฬา Changlingmethang เดินเที่ยวชมย่านใจกลางเมืองทิมพู เข้าพักโรงแรมที่เมืองทิมพู (Alt; 2320m)
วันที่ 4 ทิมพู ผอบจิกะ (142km/ 5hrs) (B/L/D)
หลังอาหารเช้า เดินทางสู่เมืองผอบจิกะ ระหว่างทางแวะโดชูลาพาส ที่ระดับความสูง 3150 เมตรจากระดับน้ำทะเล ชม 108 สถูป สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นเมืองปีค.ศ.2005 เพื่อเป็นอนุสรณ์ ให้กับทหารวีรชนชาวภูฏาน ที่เสียชีวิตจากสงครามอัสสัม ชมความงามของวัดดรุกวังเยลลาคัง ที่ราชินีในรัชกาลที่ 4 สร้างถวายแด่กษัตริย์องค์ที่ 4
** ด้านในวัดมีภาพเขียน ของเจ้าหญิงและเจ้าชาย ทุกพระองค์ในรูปของนางฟ้าและเทวดา และภาพเขียนเล่าเรื่องราวประวัติของภูฎาน แวะดื่มชา/กาแฟ พร้อมดื่มด่ำธรรมชาติทิวทัศน์ของภูเขาหิมาลัย ด้านตะวันตกอันตระการตา พร้อมยอดเขาต่างๆ เรียงราย รวมไปถึงยอดเขาที่สูงที่สุด อย่างโชโมฮารี (7328 เมตร) ทิวทัศน์ ระหว่างทางจะเต็มไปด้วยความสวยงาม ของต้นไม้ในเขตอัลไพน์ สลับกับพืชเขตร้อน
- จากนั้นเดินทางมุ่งหน้าสู่เมือง ผอบจิกะ เมืองที่สวยที่สุดเมืองหนึ่งในภูฎาน เป็นเมืองในหุบเขาที่แสนงดงาม เรียบง่าย และอุดมไปด้วยธรรมชาติอันสมบูรณ์ เป็นแหล่งพักของนกกระเรียนคอดำ ที่อพยพหนีหนาวจากที่ราบสูงทิเบต ในช่วงปลายเดือนตุลาคม-มีนาคม
** ท่านจะพบกับป่าสน ป่าดึกดำบรรพ์ เทือกเขา และไร่มันสำปะหลัง ที่ผสมผสานกันอย่างงดงาม จนนักท่องเที่ยวหลายคน ฝันอยากมาใช้ชีวิตที่อยู่ที่นี่เลยทีเดียว เราจะพาท่านเดินเข้าไปใน ท้องทุ่งกลางหุบเขา ไปสัมผัสชีวิตชาวภูฎานอย่างแท้จริง จนไปสุดที่ บ้านชาวนา เพื่อไปชิมขนมพื้นบ้านที่ทำจากข้าวโพด พร้อมจิบชาร้อนๆแบบภูฎาน รับประทานอาหารเย็นที่โรงแรม
- จากนั้นพักผ่อนที่รีสอร์ทในเมืองผอบจิกะ (Alt; 2900m)
วันที่ 5 ผอบจิกะ เพเลลาพาส - วังดี พูนาคา (65km/3hrs) (B/L/D)
เช้าตรู่ไปเยี่ยมชมวัดกังเต ซึ่งเป็นวัดนิกาย Nyingma ที่ใหญ่ที่สุดในภูฎาน อาจโชคดีได้ชมการสวดมนต์ ทำวัตรเช้าของพระที่นี่ หลังจากนั้น ไปชมเพเลลาพาส (3,300m) ณ จุดนี้ ท่านจะได้เห็นภาพของหมู่บ้านบนเทือกเขาหิมาลัย อย่างหมู่บ้าน Rukubji และ Chendedji และยังเป็นจุดสำคัญในการแบ่งภูฎานตะวันออก และภูฎานตะวันตก อาจจะได้เห็นจามรีที่นี่ด้วย
- จากนั้นมุ่งหน้าสู่เมืองวังดี เที่ยวชมป้อมวังดีที่ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือแม่น้ำ
- จากนั้นเดินทางสู่เมืองพูนาคาที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำ เยี่ยมชม ป้อมพูนาคา ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นวังแห่งความสุข Palace of Great Happiness และเป็นหนึ่งในป้องปราการที่สวยงามที่สุดในภูฏาน เป็นป้อมที่สร้างเป็นอันดับสองของภูฏาน ในอดีตเมื่อครั้งเมืองพูนาคายังเป็นเมืองหลวง ป้อมแห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นที่ทำการของรัฐบาล ปัจจุบันเป็นที่พักในฤดูหนาวของพระชั้นผู้ใหญ่ ป้อมนี้ตั้งอยู่ ณ บริเวณที่แม่น้ำ Phochu และ แม่น้ำ Mochu ไหลมาบรรจบกัน
- จากนั้นเดินขึ้นเนินไปชมวัดชิมิลาคัง วัดที่อยู่บนยอดเนิน ใจกลางหุบเขา สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1499 โดยลามะที่มีชื่อเสียงมาก นามว่าท่าน Lama Drukpa Kunley ที่วัดแห่งนี้ชาวบ้านเชื่อกันว่าหากใครมาอธิฐานขอบุตรก็จะได้สมใจ ค้างคืนที่เมืองวังดี (Alt.1240m)
วันที่ 6 วังดี พาโร (125km/4 hrs) (B/L/D)
เช้าตรู่เที่ยวตลาดเช้าที่เมืองวังดี สัมผัสชีวิตชาวบ้านที่มาแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้ากันอย่างคึกคัก จากนั้นก็เดินทางไปยังเมืองพาโร ระหว่างทางแวะชมหิมาลัยที่ช่องเขาโดชูลาอีกรอบ
- จากนั้นแวะรับประทานอาหารที่ตัวเมืองทิมพู แล้วเดินทางต่อไปยังเมืองพาโร เมื่อถืงเมืองพาโร พาท่านเที่ยวชมสะพานแขวนอันศักดิ์สิทธิ์ ที่วัดทัมชอคลาคัง
- จากนั้นไปยังวัดดังเซ่ลาคัง เป็นวัดที่สร้างขึ้นในปีค.ศ.1433 โดยท่านทังทง เกลโป ผู้คิดค้นและสร้างสะพานเหล็กในภูฎาน วัดนี้เป็นอาคารสามชั้นแทนสัญญลักษณ์ของนรก โลก และสวรรค์ โดยมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่โดดเด่นอยู่ภายใน และแวะชมป้อมดรุกเยล ซึ่งเป็นป้อมปราการโบราณอยู่ห่างจากเมืองพาโร 16 กิโลเมตร
** แม้นว่าจะเหลือเพียงซากปรักหักพัง ป้อมปราการแห่งนี้ยังคงความสำคัญทางประวัติศาสตร์ คือเป็นสถานที่ที่ชาวภูฎาน เอาชนะและขับไล่ชาวธิเบตที่เข้ามารุกราน ในวันที่อากาศสดใส ท่านจะมองเห็นภูเขา Chomolhari (ภูเขาแห่งเทพธิดา) ความสูง 7,328 เมตร
- จากนั้นแวะเที่ยว Satsam Chorten เพื่อชมวัดทักซัง หรือ วัดถ้ำเสือ Tigers Nest จากด้านล่าง วัดทักซังเป็นศาสนสถานที่มหัศจรรย์ เพราะตัววัดเหมือนเกาะอยู่บนหน้าผาหินที่มีความสูงถึง 900 เมตร วัดจากที่ราบพาโร ตำนานกล่าวไว้ว่าท่าน Guru Padmasambhava หรือ พระปทุมสมภพในภาคยักษ์ หรือพระศาสดาองค์ที่สองตามความเชื่อของชาวภูฏาน ได้เหาะมาบนหลังเสือตัวเมีย มายังหน้าผาแห่งนี้เพื่อทำวิปัสนากรรมฐาน จึงได้ชื่อว่าถ้ำเสือ
** หลังจากที่สำเร็จสมาธิแล้ว ท่านจึงได้สร้างศาสนสถานแห่งนี้ขึ้น ชาวภูฏานส่วนใหญ่มีความปรารถนาแรงกล้าที่จะได้ขึ้นมาแสวงบุญที่ Taksang สักครั้งหนึ่งในชีวิต รับประทานอาหารเย็นสไตล์ภูฎานที่บ้านชาวนา ชมวิถีชีวิตของชาวบ้านและชิม อาร่า เหล้าพื้นบ้านของชาวภูฎาน คืนนี้ค้างคืนที่เมืองพาโร (Alt; 2280m)
* * * หมายเหตุ โรงแรม มีบริการการอาบน้ำแร่หิน หรือ Stone bath หรือเรียกว่า Chu Tsen ที่ขึ้นชื่อของภูฎานอีกด้วย โดยจะนำหินจากแม่น้ำที่มีแร่ธาตุอุดมอยู่มากมายมาแช่ลงในน้ำอุ่นจนกลายเป็นน้ำแร่ และให้ท่านลงไปแช่ อาบในอ่างไม้ผสมกับสมุนไพรตามสไตล์ชาวภูฎาน โดยเชื่อว่าจะช่วยบำรุงผิวพรรณ และรักษาโรคผิวหนังได้ดี (หากสนใจจะแช่น้ำแร่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมท่านละประมาณ -15โดยใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง-หนึ่งชั่วโมง) เดินเล่นในตัวเมืองพาโร คืนนี้พักที่พาโร (Alt; 2280m) * * *
วันที่ 7 พาโร กรุงเทพฯ
** หลังอาหารเช้านำท่านสู่สนามบินนานาชาติพาโร
- 09:45น. เช็คอินที่สนามบินพาโร สายการบิน Druk Air เที่ยวบินที่ KB126 พาโร-กรุงเทพฯ
- 11:45น. เครื่องบินเหินฟ้าจากสนามบินพาโร
- 12:45น. เครื่องแวะรับ/ส่งผู้โดยสารที่ Dhaka, Bangladesh เป็นเวลา 30นาที
- 13:15น. เครื่องบินเหินฟ้าจากสนามบินDhaka
- 16:45น. เดินทางถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ
*******************************************************
รายการท่องเที่ยวนี้อาจเปลี่ยนแปลงหรือสลับกันได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ถือเป็นเอกสิทธิ์ของ
ผู้จัดโดยยึดถือตามสภาพการณ์และประโยชน์ของท่านเป็นสำคัญ
อัตราค่าบริการ
|
ช่วงเดินทาง |
ผู้ใหญ่ 3 ท่านขึ้นไป |
ผู้ใหญ่ 2 ท่าน |
ผู้ใหญ่ 1 ท่าน |
พักเดี่ยวเพิ่ม |
|
มี.ค. พ.ค. 2554 |
68,500 บาท |
74,500 บาท |
76,900 บาท |
5,700บาท |

