MAR 2014 : ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ต้นตำนานแผ่นดินครูเสด อิสราเอล – จอร์แดน 10 วัน 7 คืน | บริษัท ทราเวิลโปร จำกัด : บริการ แพคเกจทัวร์ จองโรงแรม จัดทัวร์ จัดกรุ๊ปเหมา ดูงาน สัมมนา จองตั๋วเครื่องบิน เที่ยวทั่วโลก |
อาทิตย์กันยายน24 ,2017
Font Size

MAR 2014 : ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ต้นตำนานแผ่นดินครูเสด อิสราเอล – จอร์แดน 10 วัน 7 คืน Featured

เขียนโดย lanny
Rate this item
(2 โหวต)
อิสราเอล-จอร์แดน : MAR 2014 : ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ต้นตำนานแผ่นดินครูเสด อิสราเอล – จอร์แดน 10 วัน 7 คืน อิสราเอล-จอร์แดน : MAR 2014 : ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ต้นตำนานแผ่นดินครูเสด อิสราเอล – จอร์แดน 10 วัน 7 คืน Photo By TravelPro Team. | ห้ามผู้ใดนำภาพไปใช้โดยไม่ได้รับอนญาต การละเมิดถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ผู้เสียหายมีสิทธิ์ฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมาย
ย้อนรอยสู่ดินแดนแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ ดินแดนแห่งพันธะสัญญา "อิสราเอล" เลยเข้าไป สู่ แผ่นดินจอร์แดน | เที่ยวครบทุกไฮไลท์ เช่น เมืองเยรูซาเร็ม | Western Wall หรือ กำแพงร้องไห้ | Mt. of Olive หรือ เนินเขามะกอก | เวียโดโลโรซา Via Dolorosa | Church of The Holy Sepulcher หรือ พระสุสานฝังศพ | Tabgha หรือ ทับกา | Mount of Beatitude หรือ ภูเขามหาบุญลาภ | ทะเลสาปกาลิลี | Masada หรือ ป้อมมาซาดา | Dead Sea หรือ ทะเลสาปเดดซี | Karak หรือ ปราสาทเครัค | Petra Treasury หรือ นครเพทรา | Wadi rum Desert หรือ ทะเลทรายวาดิรัม | Ajloun หรือเมือง อัจลุน | Jerash หรือ นครเจอราช | Mt. Nebo หรือ เม้าท์เนโบ | Madaba หรือ เมืองโบราณมาดาบา

ย้อนรอยสู่ดินแดนแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ ดินแดนแห่งพันธะสัญญา "อิสราเอล" เลยเข้าไป สู่ แผ่นดินจอร์แดน | เที่ยวครบทุกไฮไลท์ เช่น เมืองเยรูซาเร็ม | Western Wall หรือ กำแพงร้องไห้ | Mt. of Olive หรือ เนินเขามะกอก | เวียโดโลโรซา Via Dolorosa | Church of The Holy Sepulcher หรือ พระสุสานฝังศพ | Tabgha หรือ ทับกา | Mount of Beatitude หรือ ภูเขามหาบุญลาภ | ทะเลสาปกาลิลี | ป้อมมาซาดา | ทะเลสาปเดดซี | ปราสาทเครัค | Petra Treasury หรือ นครเพทรา | Wadi rum Desert หรือ ทะเลทรายวาดิรัม | Ajloun หรือเมือง อัจลุน | นครเจอราช | Mt. Nebo หรือ เม้าท์เนโบ | เมืองโบราณมาดาบา

เริ่มต้นตั้งแต่สมัยก่อนที่อาณาจักรโรมันจะเข้ามาอิทธิพล ดินแดนแถบนี้เคยเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ ร่องรอยของอารยธรรมดั้งเดิมในสมัยบาบิโลน จนกระทั่งมีการกวาดต้อนชาวยิวเข้าไปอาศัยอยู่ในอียิปต์ แล้วจึงอพยพกลับมาในดินแดนแห่งพันธะสัญญา "อิสราเอล" เลยเข้าไป สู่ แผ่นดินจอร์แดน ชมเมืองโบราณซีซาร์เรียน ซึ่งสร้างขึ้นโดยพระเจ้าเฮโรดมหาราช เมืองท่าเรือที่สำคัญในยุคสมัยโรมัน รุ่งเรืองในศตวรรษที่ 1 แล้วนำท่านเดินทาง สู่ เมืองไฮฟา เมืองท่าที่ตั้งอยู่ ณ ไหล่เขาเมาท์คาร์เมล (Mt. Carmel) มหาวิหาร Baha'I Shrine ทั้งตัวมหาวิหารอันสวยงามและโอ่อ่า สวนสวยที่ตกแต่งด้วยหลักเรขาคณิต ลดหลั่นลงมาเป็นชั้นอย่างสวยงามหาที่ใดเหมือน ซึ่งออกแบบโดย Shogi Effendi ผู้พิทักษ์แห่งศรัทธาคนสุดท้าย ซึ่งภายหลังสวนแห่งนี้ได้รับการออกแบบเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ง จึงทำให้สวนแห่งนี้ เป็นอีกหนึ่งสวนสวยติดอันดับโลกเลยทีเดียว แล้วนำท่านเดินทาง สู่ เมืองนาซาเร็ธ บ้านเกิดของแม่พระมารี มารดาของพระเยซู แล้วนำท่านเดินทาง สู่ กรุงเยรูซาเล็ม แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ สถานที่มากมายหลายเรื่องราวของประวัติศาสตร์ตั้งในยุคสมัยก่อน ค.ศ. และยุคของการสร้างมหาวิหารหลังแรก จะเหลือเพียงล่องรอย จนเกิดเป็นกำแพงร้องไห้ ที่ Wailing Wall และช่วงของสงครามครูเสด จนกระทั่งถึงยุคของสงครามแบ่งแยกดินแดน สู่ ดินแดนแห่งการต่อสู้ ป้อมปราการมาซาดา Masada ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง สัมผัสกับประสบการณ์ของความแปลก โดยการลอยคอในทะเลตาย Dead Sea หมักโคลน ข้ามพรหมแดน สู่เส้นทางรอนแรมในทะเลทราย แผ่นดินแห้งแล้ง โดยผู้นำของชาวยิวในสมัยก่อน "โมเสท" ที่ ยอดเขาเนโบ และเมืองโบราณมาดาบา เที่ยวชมปราสาทในทะเลทรายบนแผ่นดินจอร์แดน จนกระทั่งนำท่านเข้า สู่ "เพทรา" อาณาจักรของชนเผ่านาบีเทียน หลากหลายบรรยากาศ ทั้งเพทรา บายไนท์ Petra by Night เดินทางพร้อมเจ้าหน้าที่ "นำเที่ยว" ที่ชำนาญในเส้นทาง ลิ้มรสชาติอาหารพื้นเมืองที่หลากหลาย เช่นอาหารท้องถิ่น – อาหารไทย – อาหารจีน

 
วันเดินทาง
14 - 24 มีนาคม 2557
ราคาท่านละ
109,500 .- บาท

กำหนดการเดินทาง

วันแรก   กรุงเทพฯ – อัมมาน – เทล อาวีฟ ยัฟโฟ

  • 21.30 น.  คณะผู้เดินทาง พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารชั้น 4 โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ การ ต้อนรับและเอื้ออำนวยความสะดวกแด่ท่านและคณะ

วันที่สอง กรุงเทพฯ – อัมมาน – เทล อาวีฟ ยัฟโฟ – ไฮฟา - แอ๊ค ท่าส่งน้ำ - ทะเลสาบกาลิลี

  • 00.30 น.  เดินทาง สู่ สนามบินQueen Alia International Airport กรุงอัมมาน โดยเที่ยวบินที่ RJ 183
  • 06.15 น. คณะเดินทางถึง สนามบิน Queen Alia International Airport กรุงอัมมาน เพื่อเปลี่ยนเที่ยวบิน
  • 08.00 น. คณะออกเดินทาง สู่ กรุง เทลอาวีฟ โดยเที่ยวบินที่ RJ 342
  • 07.45 น. (เวลาท้องถิ่น) คณะเดินทางถึง สนามบินเบนกูเรียน เทลอาวีฟ

หลังจากผ่านขั้นตอนการตรวจเอกสารและรับสัมภาระของการเดินทางแล้ว ***หมายเหตุ*** สืบเนื่องจากประเทศอิสราเอล เป็นประเทศไม่มีสัมพันธ์ทางการฑูตกับกลุ่มประเทศอาหรับและกลุ่มประเทศที่นับถือศาสนาอิสลาม ทำให้ขั้นตอนการตรวจเอกสารล่าช้าได้ และท่านใดที่เคยเดินทางเข้า ประเทศมาเลเซีย, อินโดนีเซีย, บรูไน ฯลฯ ต้องแจ้งให้บริษัทฯทราบก่อนล่วงหน้า เพื่อทำรายการยืนยันการเดินทางฯ    ระยะทางประมาณ 78 กม. / ใช้เวลาเดินทางประมาณ 0.55 ชั่วโมงคณะเดินทาง สู่ เมืองซีซาร์รียา Caesarea เมืองท่าโบราณนำท่านเดินทาง สู่ ภัตตาคาร.....รับประทานอาหารเช้าแบบพื้นเมืองหลังอาหาร นำท่านเที่ยวชมทัศนียภาพที่งดงามริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่มีเมืองเก่าที่ทรงคุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์สำคัญของโลกตั้งอยู่ ชมซากเมืองโบราณ The Bosnian Mosque at Qisarya ซึ่งเป็นป้อมปราการเก่าที่สร้างมาตั้งแต่ในสมัยยุคก่อนคริสตกาล ก่อนที่จะมาเป็นเป็นมัสยิดในสมัยที่อาณาจักรของออตโตมานเข้ามาครอบครองล่วงเลยมาจนถึงสมัยอิสลาม มุสลิมยึดครอง ปัจจุบันหลงเหลือเพียงล่องรอยของหอประภาคารเท่านั้นจากนั้นนำท่านเดินผ่านซากเมืองโบราณที่ใช้ประโยน์เป็นสถานที่สำหรับเก็บคลังสินค้าสืบเนื่องจากในสมัยก่อน เมืองท่าบนแผ่นศกดิ์สิทธิ์แห่งนี้เป็นท่าเรือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในคาบสมุทรฯ ทำให้มีการสร้างคลังสินค้ามากมาย แล้วนำท่านชมสนามฮิปโปโดม The Hippodrome สถานที่เป็นสนามสำหรับแข่งม้าศึก และถัดมาก็ยังเป็นสนามการ์ดิเนเตอร์ สนามต่อสู้-คนกับสัตว์ หรือนักรบรับจ้าง สนามอเนก ประสงค์แห่งนี้สร้างขึ้นในราว 10 ปีก่อน ค.ศ. โดยเฮรอดมหาราช ซึ่งถูกประดับประดาด้วยลวดลายและสีสันที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่และร่ำรวย ชมพระตำหนักปอน ทีอัส ปิลาส ข้าหลวงใหญ่ตัวแทนของอาณาจักรโรมัน พระราชวังริมฝั่งทะเลฯที่ประทับของเฮรอดมหาราช และใต้พระราชวังเป็นคุกหลวงที่ใช้เป็นที่ขังนักบุญเปาโล ก่อนที่ถูกส่งตัวไปรับโทษที่กรุงโรม ชมความมหัศจรรย์ยิ่งใหญ่ของวิวัฒนการในการก่อสร้างที่เป๋นแบบอย่างไปทั่วโลก โรงละครกลางแจ้ง Roman theater สร้างในระหว่างปี 22-10 ก่อน ค.ศ. สมัยเฮรอดมหาราช ซึ่งสามารถจุผู้ชมได้มากถึง 4,000 คน โดยที่ปัจจุบันร่องรอยยังคงสมบูรณ์อยู่และได้รับการดูแลบูรณะซ่อมแซมอยู่ตลอดเวลา และเป็นสถานที่ศึกษาเรียนรู้ภูมิปัญญาของคนในสมัยนั้นว่าก่อสร้างมาได้อย่างไร มีการสร้างเวทีใหม่และจัดงานแสดงแสง สี เสียง คอนเสริต์ อยู่ตลอดเวลา  

ระยะทางประมาณ 2.2 กม. / ใช้เวลาเดินทางประมาณ 0.10 ชั่วโมง

จากนั้นนำท่านเดินทาง สู่  ท่อส่งน้ำโรมันโบราณ Caesarea aqueduct ที่เป็นเส้นทางส่งน้ำจากเทือกเจาคาร์เมลที่อยู่ห่างออกไปไกลมากกว่า 50 กิโลเมตร เพื่อนำน้ำมาใช้ในเมืองซีซาร์รีอานำท่านเดินทาง สู่ เมืองไฮฟา Haifa  

ระยะทางประมาณ 42.3 กม. / ใช้เวลาเดินทางประมาณ 0.40 ชั่วโมง

เลียบชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน บนเส้นทางหมายเลข 2 ที่ทันสมัยและสะดวกสบาย มุ่งหน้า สู่ เมืองไฮฟา Haifa เป็นเมืองขนาดใหญ่ที่สุดทางตอนเหนือของอิสราเอล รูปเป็นเมืองแบบผสม โดยมีผู้คน 90% เป็นชาวยิว กว่าหนึ่งในสี่เป็นผู้อพยพมาจากอดีตสหภาพโซเวียต และมีสายเลือดผสมระหว่างชาวยิวกับกลุ่มชนสลาฟ บ้านเรือนเป็นแบบทันสมัยและมีการวางโครงสร้างเป็นอย่างดี และเป็นที่ตั้งของบาไฮเวิลด์เซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในมรดกโลกของยูเนสโก  บาไฮเวิลด์เซ็นเตอร์ Bahai World Centre ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกในปี 2008 ด้วยความหมายทางจิตวิญญาณที่ลึกล้ำ และหลักฐานที่แหล่งนี้มีต่อประเพณีการแสวงบุญอันยาวนานในความศรัทธาของชาวบาไฮ ซึ่งประกอบไปด้วยสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในศาสนาบาไฮ จำนวน 2 แห่ง นำท่านชมและบันทึกภาพกับวิหารแห่งบาฮาอุลลาห์ " (Shrine of Baha'u'llah) และวิหารแห่งบับ (Shrine of Bab) ตัวมหาวิหารอันสวยงามและโอ่อ่าชมความสวยงามของสวนที่ตกแต่งด้วยหลักเรขาคณิต ลดหลั่นลงมาเป็นชั้นอย่างสวยงามหาที่ใดเหมือน ซึ่งออกแบบโดย Shogi Effendi ผู้พิทักษ์แห่งศรัทธาคนสุดท้าย ซึ่งภายหลังสวนแห่งนี้ได้รับการออกแบบเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ง จึงทำให้สวนแห่งนี้ เป็นอีกหนึ่งสวนสวยติดอันดับโลก อาคารประกอบ และอนุสรณ์สถานที่เกี่ยวเนื่อง วิหารทั้งสองนี้เป็นส่วนของกลุ่มอาคารที่ใหญ่กว่า อนุสรณ์สถานและแหล่งต่างๆ ณ สถานที่สำคัญ 7 แห่งในไฮฟาและกาลิลีตะวันตก โดยทั้งหมดเหล่านี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการแสวงบุญบาไฮ

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน NOF Chinese Restaurant  หลังอาหาร นำท่านชมความงามของเมืองไฮฟา ทั้งความเจริญเติบโตที่แฝงไปด้วยเรื่องราวและ ประวัติศาสตร์แห่งความเป็นมา แล้วนำท่านเดินทาง สู่ เมืองโบราณที่ตั้งอยู่ตอนเหนือของเมืองไฮฟา    ระยะทางประมาณ 25.4 กม. / ใช้เวลาเดินทางประมาณ 0.30 ชั่วโมง เมืองโบราณ Acre Aqueduct เมืองที่มีโครงสร้างของความเจริญในเรื่องการชลประทานถึงแม้จะเป็นเมืองที่ตั้งอยู่กลางทะเลทราย แต่ก็มีความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งมาจากวิวัฒนการของขาวโรมัน ที่ชักท่อ-ส่งน้ำเข้ามายังต้วเมืองต่างๆ เพื่อประโยชน์ทางด้านการเกษตร ความเป็นอยู่ วิถีของชาวโรมันในแบบโบราณ ทึ่งกับแบบแผนของการส่งน้ำจาที่ไกลโพ้น เข้าสู่ตัวเมือง โดยใช้ระบบแรงดัน และการวางท่อระยะไกล Acre Aqueduct ได้รับการยกย่องในเรื่องรูปแบบของการก่อสร้างและดูแลจนถึงปัจจุบัน จนได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก โดยที่มีความยาว 14 กิโลเมตร และได้รับการซ่อมแซม ครั้งหลังสุดในปี ค .ศ. 1815 ในยุคสมัยของออตโตมานรุ่งเรือง  

ระยะทางประมาณ 59.9 กม. / ใช้เวลาเดินทางประมาณ    1 ชั่วโมง

จากนั้นนำท่านเดินทาง สู่ เมืองไทบีเรส Tiberias เมืองโบราณที่สร้างมาตั้งแต่สมัย สงครามครูเสดโดยอัศวิน Tiberias  นำท่านเดินทาง สู่ ที่พัก ที่ โรงแรม Leonardo Plaza Tiberias หรือเทียบเท่า

ค่ำ       รับประทานอาหารเย็น แบบบุฟเฟห์ ที่ห้องอาหารของโรงแรม

พักที่ โรงแรมRoyal Plaza hotel Taiberias or similar หรือเทียบเท่า

วันที่สาม   ไทบีเรียส - อัศจรรย์ศักดิ์สิทธิ์ รอบทะเลสาบกาลิลี - คานา – นาซาเรธ - เยรูซาเล็ม

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ที่ ห้องอาหารของโรงแรม  ระยะทางประมาณ 23.3 กม. / ใช้เวลาเดินทางประมาณ 0.35 ชั่วโมง

หลังอาหาร นำท่านเดินทาง สู่ หมู่บ้านคานา Cana หมู่บ้านเล็กๆ ในแคว้นกาลิลี ซึ่งเป็นสถานที่ที่ พระเยซูเจ้าทรงทำอัศจรรย์ครั้งแรกด้วยการเปลี่ยนน้ำให้เป็นเหล้าองุ่นในพิธี แต่งงานที่เมืองนี้ ที่นี่จะมีคู่แต่งงานมารื้อฟื้นชีวิตแต่งงาน   งานแต่งงานที่ อิสราเอลในสมัยก่อนจะมีการ เลี้ยงฉลองกัน 6-7 วัน  โดย  เจ้าบ่าวจะแห่ไป ตามบ้านต่างๆ  ที่เมืองคานาจะมีวัดที่สร้างขึ้นอยู่บนซากวัดเดิมในสมัยโบราณ หลายวัด และมีการใช้โมซาอิคในการประดับตกแต่งภายในวัด  แวะชมภายใน ถ้ำใต้วัดเก่า มีโอ่งหินโบราณใบโต 1 ใบ น่าจะเป็นโอ่งหินที่ใส่พืชพันธ์ ธัญญาหารในสมัยนั้น และสถานที่ที่พระเยซูเจ้าทรงเปลี่ยนน้ำให้เป็นเหล้าองุ่น ก็น่าจะอยู่ในบริเวณนี้ด้วย การที่พระเยซูเจ้าทรงเปลี่ยนน้ำให้เป็นเหล้าองุ่น ซึ่ง สะท้อนให้เราเห็นว่าเราควรให้พระองค์เปลี่ยนแปลงเราให้ดีขึ้นด้วยเช่นกัน วลีในคัมภีร์ระบุว่า พระมารดา กล่าวกับพระยซูว่า "เขาไม่มีเหล่าองุ่นแล้ว"  พระเยซูทรงตรัสกับ พระมารดาว่า "พระมารดา ท่านต้องการอะไรจากลูก เวลาของลูกยังมาไม่ถึง" แล้วพระมารดาของพระเยซูเจ้าจึงกล่าวแก่บรรดาผู้รับใช้ว่า "'เขาบอกให้ท่านทำอะไร ก็จงทำเถิด" จากนั้นเชิญท่านเลือกชืมไวน์ และเลือกซื้อของที่ระลึกตามอัธยาศัย          

ระยะทางประมาณ 9.2 กม. / ใช้เวลาเดินทางประมาณ 0.20 ชั่วโมง  

นำท่านเดินทาง สู่ เมืองนาซาเร็ธ (Nazareth) สถานที่ซึ่งพระแม่มารีทรงอาศัยอยู่และมีฑูตสวรรค์ St. Gabriel แจ้งข่าวสารว่าจะมีพระผู้ไถ่มาบังเกิดในครรภ์ของพระแม่มารี เมืองนาซาเร็ธเป็นเมืองที่ตั้งซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาเป็นเมืองที่พระเยซูใช้ชีวิตในวัยเด็กจนเติบโตเป็นหนุ่มและยังเป็นเมืองหลวงเมืองใหญ่สุดของเขตเหนือของอิสราเอล ชมเรื่องราวของชีวิตของพระผู้ไถ่ที่เริ่มต้นตั้งแต่สมัย บรรพบุรุษ จนเรื่องของการกำเนิด การลี้ภัย จนกระทั่งเรื่องราวของการรับศิลจุ่ม ออกเทศนา และสิ้นพระชนม์ ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องราวโดยการแกะสลักหล่อลงบน บานประตูศักดิ์สิทธิ์ของมหาวิหารแห่งนี้นำชมมหาวิหารแม่พระรับสาร The Church of the Annunciation ซึ่งสร้างครอบบ้านนางมารีไว้ สถานที่ซึ่งนางมารีได้รับแจ้งจากทู  ตสวรรค์ว่านางจะให้กำเนิดพระเยซู มหาวิหารหลังนี้สร้างแบบสถาปัตยกรรมบาเซนไทม์ ในราวปี ค.ศ. 1969 โดยการสร้างครอบวิหารหลังแรกที่สร้างในสมัยนักรับอัศวินครูเสด โดยในตัวมหาวิหารจะมีถ้ำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโบสถ์หลังแรก โดยที่เชื่อกันว่า ณ สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่พำนักของพระแม่มารี จากนั้นนำท่านชมความยิ่งใหญ่ของมหาวิหารคาธอลิค ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในประเทศอิสราเอล ตามแบบฉบับของโครงสร้างที่ตัวยอดของอาคารจะเป็นการสร้างแบบที่มีสัญลักษณ์อักษร M ซึ่งมีความหมายว่า Marie แล้วนำท่านชมบ้านของครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ (House of Joseph) บ้านของนักบุญยอแซฟ จากนั้นนำท่านชมรูปปั้นพระแม่มารีขนาดใหญ่ แล้วเดินชมพระแม่มารีนานาชาติ ซึ่งบรรดาเหล่าศาสนิกชน, คริสตชน นิกายโรมันคาธอลิค ส่งรูปวาดฯ มาประดิษฐานวัด และรอบๆ ของวัดแห่งนี้ ซึ่งก็มีรูปแบบพระมารีย์อุ้มพระกุมารเยซูจากประเทศไทย

กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง (St. Peter Fish)   ระยะทางประมาณ 12.5 กม. / ใช้เวลาเดินทางประมาณ 0.20 ชั่วโมง

หลังอาหาร นำท่านเดินทาง สู่ หมู่บ้านคานา Cana หมู่บ้านเล็กๆ ในแคว้นกา ลิลี ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระเยซูเจ้าทรงทำอัศจรรย์ครั้งแรกด้วยการเปลี่ยนน้ำให้ เป็นเหล้าองุ่นในพิธีแต่งงานที่เมืองนี้ ที่นี่จะมีคู่แต่งงานมารื้อฟื้นชีวิตแต่งงาน งานแต่งงานที่อิสราเอลในสมัยก่อนจะมีการ เลี้ยงฉลองกัน 6-7 วัน  โดย   เจ้าบ่าวจะแห่ไปตามบ้านต่างๆ  ที่เมืองคานาจะมีวัดที่สร้างขึ้นอยู่บนซากวัด เดิมในสมัยโบราณหลายวัด และมีการใช้โมซาอิคในการประดับตกแต่งภายใน วัด  แวะชมภายในถ้ำใต้วัดเก่า มีโอ่งหินโบราณใบโต 1 ใบ น่าจะเป็นโอ่งหินที่ ใส่พืชพันธ์ธัญญาหารในสมัยนั้น และสถานที่ที่พระเยซูเจ้าทรงเปลี่ยนน้ำให้ เป็นเหล้าองุ่น ก็น่าจะอยู่ในบริเวณนี้ด้วย การที่พระเยซุเจ้าทรงเปลี่ยนน้ำให้ เป็นเหล้าองุ่น ซึ่งสะท้อนให้เราเห็นว่าเราควรให้พระองค์เปลี่ยนแปลงเราให้ดี ขึ้นด้วยเช่นกัน วลีในคัมภีร์ระบุว่า พระมารดา กล่าวกับพระยซูว่า "เขาไม่มีเหล่าองุ่นแล้ว"  พระเยซูทรงตรัสกับ พระมารดาว่า "พระมารดา ท่านต้องการอะไรจากลูก เวลาของลูกยังมาไม่ถึง" แล้วพระมารดาของพระเยซูเจ้าจึงกล่าวแก่บรรดาผู้รับใช้ว่า "'เขาบอกให้ท่านทำอะไร ก็จงทำเถิด" จากนั้นเชิญท่านเลือกชืมไวน์ และเลือกซื้อของที่ระลึกตามอัธยาศัย ระยะทางประมาณ 9.2 กม. / ใช้เวลาเดินทางประมาณ 0.20 ชั่วโมง นำท่านเดินทาง สู่ เมืองนาซาเร็ธ (Nazareth) สถานที่ซึ่งพระแม่มารีทรงอาศัย อยู่และมีฑูตสวรรค์ St. Gabriel แจ้งข่าวสารว่าจะมีพระผู้ไถ่มาบังเกิดในครรภ์ ของพระแม่มารี เมืองนาซาเร็ธเป็นเมืองที่ตั้งซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาเป็นเมืองที่พระ เยซูใช้ชีวิตในวัยเด็กจนเติบโตเป็นหนุ่มและยังเป็นเมืองหลวงเมืองใหญ่สุดของเขต เหนือของอิสราเอล ชมเรื่องราวของชีวิตของพระผู้ไถ่ที่เริ่มต้นตั้งแต่สมัยบรรพ บุรุษ จนเรื่องของการกำเนิด การลี้ภัย จนกระทั่งเรื่องราวของการรับศิลจุ่ม ออกเทศนา และสิ้นพระชนม์ ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องราวโดยการแกะสลักหล่อลงบน บานประตูศักดิ์สิทธิ์ของมหาวิหารแห่งนี้นำชมมหาวิหารแม่พระรับสาร The Church of the Annunciation ซึ่งสร้างครอบบ้านนางมารีไว้ สถานที่ซึ่งนางมารีได้รับแจ้งจากทู  ตสวรรค์ว่านางจะให้กำเนิดพระเยซู มหาวิหารหลังนี้สร้างแบบสถาปัตยกรรมบาเซนไทม์ ในราวปี ค.ศ. 1969 โดยการสร้างครอบวิหารหลังแรกที่สร้างในสมัยนักรับอัศวินครูเสด โดยในตัวมหาวิหารจะมีถ้ำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโบสถ์หลังแรก โดยที่เชื่อกันว่า ณ สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่พำนักของพระแม่มารี จากนั้นนำท่านชมความยิ่งใหญ่ของมหาวิหารคาธอลิค ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในประเทศอิสราเอล ตามแบบฉบับของโครงสร้างที่ตัวยอดของอาคารจะเป็นการสร้างแบบที่มีสัญลักษณ์อักษร M ซึ่งมีความหมายว่า Marie แล้วนำท่านชมบ้านของครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ (House of Joseph) บ้านของนักบุญยอแซฟ จากนั้นนำท่านชมรูปปั้นพระแม่มารีขนาดใหญ่ แล้วเดินชมพระแม่มารีนานาชาติ ซึ่งบรรดาเหล่าศาสนิกชน, คริสตชน นิกายโรมันคาธอลิค ส่งรูปวาดฯ มาประดิษฐานวัด และรอบๆ ของวัดแห่งนี้ ซึ่งก็มีรูปแบบพระมารีย์อุ้มพระกุมารเยซูจากประเทศไทย    

ระยะทางประมาณ 148 กม. / ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.50 ชั่วโมง 

นำท่านเดินทาง สู่ ที่พัก ที่ โรงแรม Yahudah Hotel Jerusalem or similar หรือเทียบเท่า

เย็น  รับประทานอาหารเย็น แบบบุฟเฟห์ ที่ห้องอาหารของโรงแรมหลังอาหาร นำท่านชม กำแพงคร่ำครวญ...หรือกำแพงร้องไห้ ในยามค่ำคืน พร้อมกับชมความมหัศจรรย์แห่งการก่อสร้าง ภายใต้รากฐานที่แข็งแรง ซึ่งก่อสร้างทับถมกันมานานมากกว่า 2000 ปี

พักที่ โรงแรม Yahudah Hotel Jerusalem หรือเทียบเท่า

วันที่สี่   เยรูซาเล็ม -  เมืองเบธเลเฮม

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ที่ ห้องอาหารของโรงแรม  หลังอาหาร เมืองเบธเลเฮม เป็นเมืองในเขตปาเลสไตน์ที่ตั้งอยู่ที่เวสต์แบงค์ราว 10 กิโลเมตรทาง ตอนใต้ของกรุงเยรูซาเลม ที่มีประชากรราว 30,000 คน เบธเลเฮมเป็นเมืองหลวงของ Bethlehem Governorate ของ Palestinian National Authorityและเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมปาเลสไตน์ และการท่องเที่ยว เบธเลเฮมเชื่อกันโดยผู้นับถื  อคริสต์ศาสนาว่าเป็นที่ประสูติของพระเยซูแห่งนาซา เร็ธ เบธเลเฮมเป็นที่อยู่ของชุมชนคริสเตียนที่เก่าแก่ที่สุดในโลกแต่จำนวน ประชากรก็ลดลงไปเป็นจำนวนมากจากการโยกย้ายออกจากเมือง  นำท่านชมทุ่งหญ้าคนเลี้ยงแกะ Sheperd's Field "ทูตสวรรค์องค์หนึ่ง ของพระเจ้าปรากฏองค์ต่อหน้าคนเลี้ยงแกะกล่าวว่า "เรานำข่าวดีมาบอก ท่านทั้งหลาย เป็นข่าวดีที่จะทำให้ประชาชนทุกคนยินดีอย่างยิ่ง วันนี้ ใน เมืองของกษัตริย์ดาวิด พระผู้ไถ่ประสูติเพื่อท่านแล้ว พระองค์ คือ พระ คริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้า"  นำท่านเดินทาง สู่ The Church of Nativity ซึ่งสร้างครอบสถานที่ ประสูติของพระเยซู เป็นสถานที่ที่ถูกเก็บรักษารอดพ้นจากการถูกทำลาย จากผู้ครอบครองชาติแล้วชาติเล่าอย่างน่าอัศจรรย์ 

หมายเหตุ : การเข้าชมถ้ำพระกุมารฯ ซึ่งในวันที่เข้าชมอาจจะ ไม่สามารถเข้าชมได้ เพราะอาจมีการประกอบพิธีทางศาสนา หรือพระผู้ใหญ่ประกอบพิธีทางศาสนา อาจชมได้เพียงแค่ บริเวณภายนอก

จากนั้น นำท่าน ผ่านชมแวะถ่ายรูป Knesset อาคารรัฐสภา ศูนย์กลางของการปกครองในรูปแบบที่ได้รับการปรับปรุงโครงสร้างใหม่ เพื่อการ ยอมรับจากประเทศต่างๆ จากนั้น ชมเมโนราห์ ช่อมะกอกโอลีฟ ใต้วัดเมโนราห์ มี อักษรฮิบรูเขียนว่า อิสราเอล พื้นหลังสีฟ้า มีคำขวัญในโล่สีฟ้า เขียนว่า อิสราเอล ซึ่ง เป็นการเล่าเรื่องราวของชนชาติ และที่มาของชาวอิสราเอลตั้งแต่อดีตกาล จนมาถึง ปัจจุบัน จากนั้นนำท่านเดินทาง สู่ The Shrine of the Book หนึ่งในพิพิธภัณฑ์อิสราเอลที่มีชื่อเสียงที่สุด เป็น สถานที่เก็บม้วนคัมภีร์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก อาคารก่อสร้างเมื่อ ปี ค.ศ. 1965 โดยการบริจาคจากเศรษฐีใจบุญ ภายในเก็บ เรื่องราวและม้วนคัมภีร์โบราณที่ขุดได้จากถ้ำแถวๆเทือกเขา คุมราน นำท่านชมกรรมวิธีการเก็บรักษา และตัวอย่างแสดง ถึงคัมภีร์ที่เก็บรักษาไว้ตราบนานเท่านาน นำท่านชมโมเดลของกรุงเยรูซาเล็ม ในรูปแบบที่สมบูรณ์ ที่สุด ซึ่งแสดงถึงแผนผังของเมืองตั้งแต่ในสมัยอดีตกาลเพื่อความเข้าใจว่า กรุงเยรูซาเล็ม เป็นนครที่ เก่าแก่ของโลก กรุงเยรูซาเล็ม มหานครที่ยิ่งใหญ่ตั้งแต่ในสมัยอดีตกาลเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดแห่ง หนึ่งของโลก ในเดือนธันวาคม ค.ศ.1949  ได้รับการประกาศให้เป็นเมืองหลวง และเมืองที่ใหญ่ที่   สุดของประเทศ  เยรูซาเล็มเป็นดินแดนที่มีประวัติศาสตร์เกี่ยวพันกับศาสนา 3 ศาสนา คือ ศาสนา ยิว ศาสนาคริสต์ และ ศาสนาอิสลาม และยังเป็นเมืองที่มีความขัดแย้ง ทางศาสนา  เนื่องจากเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางศาสนาของศานาหลัก ของโลก คีอ คริสเตียน,อิสลาม และยูดาห์ (ยิว) เป็นเมืองที่พระเยซูคริสต์ เสด็จขึ้นสู่ สวรรค์ที่ภูเขามะกอกเทศ และว่ากันว่าจะเสร็จกลับลงมาบน แผ่นดินโลกที่เมืองแห่งนี้, อีกทั้งยังเป็นเมืองที่พระนบีมูฮัหมัดถูกรับขึ้นไป บนสวรรค์ และเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ของชาติยิวอีกด้วย นำท่านเดินทาง สู่ Mt. Olive เพื่อชื่นชมกับทัศนียภาพของกรุงเยรูซาเล็ม  เนินเขามะกอก Mt. of Olive ซึ่งเป็นเนินเขาที่มีความสูง 818 เมตร จากระดับน้ำทะเล เชื่อกันว่าเป็นเนินเขาที่สูงที่สุดในกรุงเยรูซาเล็มตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับกำแพงเมืองเก่าเยรูซาเล็ม โดยที่มีสุสานของพวกชาวยิวตั้งเรียงรายกั้นไว้ตตามความเชื่อในเรื่องของการกลับชาติมาเกิดอีกครั้งของพระเมซิยา ณ จุดนี้เป็นจุดที่สามารถถ่ายรูป เยรูซาเล็ม นครหลวงโบราณที่เก่าแก่ที่สุดของโลกได้อย่างชัดเจนแล้ว

นำท่านเดินทาง สู่ สวนเกทเสมนี  (Gethsemane)  ที่พระเยซูอธิษฐานกับสาวกและถูกทหารโรมันจับตัว (มธ26.36-56)  ในสวนนี้ยังมีต้นมะกอกเก่าแก่ 8 ต้น ที่เชื่อกันว่ารากดิมเป็นต้นมะกอกในสมัยพระเยซูเจ้า ในตัวโบสถ์นานาชาติ (Church Of All Nations) มีก้อนหินขนาดใหญ่ที่เชื่อว่าเป็นจุดที่พระเยซูทรงคุกเข่าอธิษฐาน ก่อนถูกทหารโรมันจับตัวที่สุด

กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน Sheyan

บ่าย  หลังอาหารกลางวัน เริ่มต้นด้วยการนำท่าน สู่ วิหารเซ็นต์แอนน์ St. Anne's ซึ่งเป็นบ้านของพระ มารดาของพระแม่มารีย์ ซึ่งครั้งหนึ่ง พระเยซูเจ้าทรงรักษาคนง่อยให้กับเดินได้นำท่านเดินเท้าไปตามถนนแห่งไม้กางเขน  เวียโดโลโรซา (Via Dolorosa) เส้นทางที่พระเยซูถูกไต่สวนที่ศาลปรีโทเรีย จนถูกบังคับให้แบกไม้กางเขนไป สู่ โกลโกธาและตรึงพระองค์ไว้บนกางเขนซึ่งปัจจุบันเป็นโบสถ์แห่งศาสนาคริสต์ (Church of The Holy Sepulcher) รวมเส้นทางทั้งหมด 14 จุด / แต่ในปัจจุบันสามารถเข้าชมเพียงประมาณ 10 จุด เพราะบางจุดอยู่การดูแลของพระนิกายอื่นๆ ที่ไม่เปิดให้เข้าชม(ใช้เวลาในการเดิน ประมาณ 1.30 – 2 ชั่วโมง) สิ้นสุดการเดินเทาตามรอยเส้นทางพระมหารทรมาน ที่ประตูจัฟฟา Jaffa Gate จากนั้น นำท่านเดินทาง สู่ ภัตตาคารวัดนักบุญเปโตรไก่ขัน Church of St.Peter in Gallicantu ซึ่งครั้งหนึ่ง  เมื่อคราวที่พระเยซูเจ้าทรงถูกจับตัวแล้วนำมาขังไว้ที่คุกของคายาฟัส แล้วพระเยซูเจ้าทรงตรัวกับเปโตรว่า "ท่านจะปฏิเสธเรา 3 ครั้ง" และที่แห่งนี้เอง ที่นักบุญเปโตรได้ปฏิเสธที่ว่า "รู้จักพระองค์" แล้วเสียงของไก่ก็ขันขึ้น สู่ ภูเขาซีโยน  สุสานกษัตริย์ดาวิด (King David"s Tomb) กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ถึงแม้ไม่มีหลักฐานยืนยันที่แน่นอน แต่เป็นการระลึกถึงลักษณะของสุสานของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ทุกเทศกาลเพ็นเทคศเตหรือ ชาวูโอต (คือ 50 วันหลังจากเทศกาลปัสกา) ชาวยิวจะมาจุดเทียน 150 เล่มเพื่อระลึกถึงกษัติรย์ดาวิดผู้ประพันธ์พระธรรมสดุดี 150 บทที่ชาวยิวใช้ในการร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าในทุกวันสะบาโต หลังจากนั้นชมห้องอาหารมื้อสุดท้าย (Last Supper) หรือห้องชั้นบน ที่พระเยซูทรงร่วมรับประทานอาหารกับเหล่าสาวก ก่อนที่จะเสด็จ สู่ สวนมะกอก แล้วในคืนนั้นเอง ก็ถูกจับตัว... นำท่านเดินทาง สู่ ที่พัก

เย็น   รับประทานอาหารเย็น แบบบุฟเฟห์ ที่ห้องอาหารของโรงแรม

พักที่ โรงแรม Yahudah hotel Jerusalem หรือเทียบเท่า

วันที่ห้า    เยรูซาเล็ม – ป้อมปราการมาซาด้า – สะพานอัลลาบี - Dead Sea - จอร์แดน

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ที่ ห้องอาหารของโรงแรม   ระยะทางประมาณ 100 กม. / ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.40 ชั่วโมงหลังอาหาร นำท่านเดินทาง สู่ ป้อมมาซาดา Masada แห่งนี้เป็นอุทยานแห่งชาติของอิสราเอล และได้รับการขึ้นเป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ. 2001 คณะเดินทางถึงป้อมมาซาด้า สถานที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติและมรดกโลก ท่านสามารถมองจากหน้าที่ทำการขึ้นไปที่ยอดเขา ซึ่งจะเห็นผู้คนเดินเท้าขึ้น-ลง จากป้อมปราการเพื่อเป็นการพิสูจน์ถึงความกล้าหาญของชนชาติยิวในสมัยก่อนป้อมปราการมาซาด้า Masada เป็นป้อมปราการโบราณที่ตั้งอยู่กลางทะเลทรายยูเดีย (Judean Dessert) ใช้เวลาสร้างถึง 7 ปี (ก่อน ค.ศ. 31-37) โดยกษัตริย์เฮโรด ตามประวัติบอกว่า กษัตริย์องค์นี้สืบเชื้อสายมาจากคนเอโดม ตามพระคัมภีร์ปฐมกาลบอกว่า เอโดม คือ เอซาว ซึ่งเป็นพี่ชายของยาโคบ ผู้เป็นบรรพบุรุษของพวกยิวนั่นเอง มาซาดาได้รับการสร้างอย่างสวยงามและมั่นคงบนยอดเขาหินสูง เพื่อเป็นพระราชวังฤดูหนาวของเฮโรด  ขึ้นกระเช้าขึ้น สู่ ยอดเขาสถานที่ตั้งป้อมมาซาด้า ปราการเกียรติประวัติแห่งการต่อสู้ และจิตวิญญาณของชาวอิสราเอลทุกผู้ทุกนามชมป้อมมาซาด้า ตั้งอยู่บนยอดเขาเหนือทะเลเกลือ (Dead Sea) มีความสูง 440 เมตรจากระดับน้ำทะเลตาย กษัตริย์เฮรอดเป็นผู้สร้างมาซาด้าให้เป็นทั้งป้อมหลบภัยจากการรุกรานของศัตรู และพระราชวัง  นำท่านชื่นชมกับภูมิปัญญาและความยากลำบากในการก่อสร้าง ซึ่งปัจจุบันหลงเหลือสิ่งก่อสร้างและทรากปรักหักพังที่เสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา บนยอดเขามาซาดาทางด้านเหนือ มีสถาปัตย์อันงดงามที่สลักจากผาหิน มีโรงอาบน้ำที่แบ่งออกเป็นส่วนของการอบซาวนา การแช่น้ำร้อน ที่อาบน้ำเย็น รอบๆมีทางเดินของน้ำรอบๆซึ่งได้มาจากน้ำฝน มีโบ สถ์ไบแซนทีนที่ปูพื้นด้วยกระเบื้องโมเสกที่สวยงาม มีธรรมศาลาของพวกยิวที่เรียกว่า Synagogue เป็นสถานที่สำหรับการนมัสการพระเจ้าจิตวิญญาณของเหล่าชนชาติอิสราเองล มีเรื่องเล่ากันว่า สืบเนื่องจากชาวยิวมี่ทนต่อการกดขี่ข่มเหงของพวกชาวทหารโรมันไม่ได้ ชาวยิวเริ่มลุกฮือขึ้นก่อกบฎ เข่นฆ่าทหารโรมันล้มตายเหลือคณา กองทัพโรมันจึงเคลื่อนพลมาปราบปรามฝ่ายกบฎด้วยความแค้น นักรบยิวปักหลักสู้อย่างถวายชีวิตตามที่มั่นต่างๆ แม้ไม่สามารถสู้กับทหารโรมันผู้เจนสงครามได้ ชายิวที่รอดพ้นจากการถูกสังหารก็ถอยร่นมายังที่มันสุดท้ายบนยอดเขาสูง ที่ ป้อมมาซาด้า และแล้ววีรกรรมของการต่อสู้ ป้องกันก็เกิดขึ้น ณ ที่ แห่งนี้ นำท่านชมปริศนาของการสร้าง และการดำรงชีพบนป้อมมาซาด้าได้นานเป็นปี....      

ระยะทางประมาณ 54.2 กม. / ใช้เวลาเดินทางประมาณ 0.45 ชั่วโมง

นำท่านเดินทาง สู่ คุมราน ชุมชนศูนย์สหกรณ์ที่เป็นต้นแบบของอิสลาเอลทั้งประเทศ นำท่านชมถ้ำคุมราน  ชมวีดีทัศน์สารคดีการค้นพบม้วนหนังสือโบราณ เป็นพระคัมภีร์ในภาคพันธสัญญาเดิมที่คัดลอกไว้เมื่อประมาณ150-100 ก่อนคริสตกาล อันประกอบไปด้วยพระธรรมอิสยาห์จำนวน 66 บท และพระธรรมเลวีนิติ 5 ม้วนพระธรรมสดุดีบางบท โยบ และหนังสือพระคัมภีร์นอกสารบบ "เยรูซาเล็มใหม่" โดยม้วนหนังสือทั้งหมดนี้ถูกบรรจุไว้ในตุ่มจำนวนมากมายในถ้ำต่างๆเหนือหน้าผา โดยชนเผ่าเบดูอิน ชาวพื้นเมือง พบคัมภีร์ชาวยิวโบราณ (Dead Sea Scrolls) ซึ่งถือว่าเป็นค้นพบที่ยิ่งใหญ่

กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน  ณ ภัตตาคารพื้นเมือง     ระยะทางประมาณ 23.1 กม. / ใช้เวลาเดินทางประมาณ 0.30 ชั่วโมง

หลังอาหาร นำท่านเดินทาง สู่ สะพาน Allenby Bridge ซึ่งเป็นเจตแดนที่ข้ามไปมาระหว่างประเทศอิสราเอล และจอร์แดนหมายเหตุ : การข้ามพรมแดน สู่ ประเทศจอร์แดน ต้องรอเจ้าหน้าที่ของด้านฯ ตรวจเช็คเอกสารการเดินทาง และสัมภาระของการเดินทาง เป็นรายบุคคล อาจจะใช้เวลานาน 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ของแต่ละวัน โปรดกรุณารอคอยด้วยความอดทน และสัมภาระของการเดินทาง ต้องลากและเข็นด้วยตัวท่านเองเมื่อข้ามด้านฯเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ทัวร์ท้องถิ่นส่งมอบวีซ่า และนำท่านเดินทาง สู่ ทะเลสาบเดดซี ที่ โรงแรม Holiday Inn Resort Dead Sea Jordan  จากนั้นให้ท่านอิสระ ลอยตัวหมักโคลนเกลือ ในทะเลสาบเดดซี ทะเลเดดซี หรือ ทะเลมรณะ Dead Sea หรือทะเลเกลือ เป็นทะเลสาบ น้ำเค็มที่มีความเข้มข้นของเกลือสูงมาก อยู่ระหว่างเขตจอร์แดนและ อิสราเอล ระดับน้ำอยู่ต่ำที่สุดในบรรดาทะเลทั้งหลาย กล่าวคือต่ำกว่า ระดับน้ำทะเลปานกลางลงไปอีกประมาณ 400 เมตร ตอนเหนือเป็นของ จอร์แดนตอนใต้แบ่งเป็นของจอร์แดนและอิสราเอล แต่หลังสงคราม อาหรับอิสราเอล กองทัพอิสราเอลยังคงครอบคลุมพื้นที่ฝั่งตะวันตก ทั้งหมดอยู่ทะเลเดดซีอยู่ระหว่างเทือกเขายูเดียที่ด้านเหนือ และที่ราบสูง ทรานสจอร์แดนที่ด้านตะวันออก แม่น้ำจอร์แดนจะไหลจากทางเหนือ มายังทะเลเดดซี มีความยาว 80 กิโลเมตร และมีความกว้างถึง 18 กิโลเมตร ส่วนพื้นที่นั้น 1,020 ตารางกิโลเมตร แหลมอัลลิซาน (แปลว่า ลิ้น) แบ่งทะเลสาบด้านตะวันออกเป็นสองส่วน ตอนเหนือใหญ่กว่า ล้อมรอบพื้นที่ 3/4 ของพื้นที่ ทั้งหมดส่วนความลึกนั้น ประมาณ 400 เมตร แอ่งตอนเหนือนั้นเล็ก และ ตื้น (ลึกประมาณ 3 เมตร) ในสมัยที่เขียนคัมภีร์ไบเบิ้ล จนถึง คริสต์ ศตวรรษที่ 8 พื้นที่บริเวณตอนเหนือเท่านั้นที่มีผู้อยู่อาศัย และระดับน้ำต่ำ กว่าในปัจจุบัน 35 เมตร ทะเลสาบเดดซี ตั้งอยู่ระหว่างพรมแดน ระหว่างอิสราเอล และจอร์แดน เป็นทะเลสาบที่มีความเค็มที่สุดในโลก เลยก็ว่าได้ เค็มกว่าทะเลอื่นๆถึง 4 เท่า มีความยาว 76 กิโลเมตร กว้างถึง 18 กิโลเมตร มีจุดที่ลึก ที่สุดคือ 400 เมตร และอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ถึง 417.5 เมตร ซึ่งนับว่าเป็นพื้นที่ ที่อยู่ต่ำกว่า ระดับน้ำทะเลมากที่สุดในโลกอีกแห่งด้วย สำหรับทะเลสาบเดดซี เป็นจุดหมายปลายทางของผู้ชื่น ชอบในการเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ เป็นทะเลที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลยแม้แต่อย่างเดียว ทำให้ทะเลนี้ ได้ชื่อว่าเป็น "ทะเลแห่งความตาย" ไปเลย เพราะทะเลสาบแห่งนี้มีความเข้มข้นของเกลือมาก แบบ ว่าเค็มจนไม่มีอะไรมาอยู่ได้ปลาหรือสิ่งมีชีวิตใดๆไม่สามารถอาศัยอยู่ได้เลยยกเว้นแต่พวกแบคทีเรีย และพวกพืชขนาดเล็กมากอย่างเช่น เห็ด รา เล่ากันว่าบางครั้งที่ปลาน้อยปลาใหญ่จากแม่น้ำ จอร์แดนหลงว่ายเข้ามาบ้าง แต่พวกมันก็ตายทันทีที่เข้ามาถึงทะเลแห่งนี้

เย็น  รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารพื้นเมืองในโรงแรม (บุฟเฟ่ห์)

พักที่  โรงแรม Holiday Inn Resort Dead Sea Jordan หรือเทียบเท่า

วันที่หก   ทะเลสาบเดดซี - ปราสาทเครัค "ครูเสด" - นครเพทรา

07.00 น.  รับประทานอาหารเช้า ที่ ห้องอาหารของโรงแรม หลังอาหารนำท่านเดินทาง สู่ ปราสาทเครัค Karak      ระยะทางประมาณ 82.67 กิโลเมตร / ใช้เวลาประมาณ 1.20 ชั่วโมง ปราสาทเครัคแห่งครูเสด (KERAK) ถูกสร้างในปี ค.ศ. 1142 โดย ผู้ปกครองมีผู้ปกครองที่มีชื่อว่า PAYEN LE BOUTIELLER ในอดีตเคย เป็นเมืองศูนย์กลางขนาดใหญ่ของนักรบครูเสด โดยสถานที่แห่งนี้สร้าง เพื่อควบคุมเส้นทางไม่ว่าทั้งทางทิศเหนือและทิศใต้ และใช้ในการต่อสู้ใน สงครามครูเสดกับกองทัพมุสลิมอีกด้วย จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1187 ได้ ถูกทำลายโดยนักรบ มุสลิมภายใต้การนำทัพของ ซาลาดิน (SALADIN) ในสมัยสงครามครูเสดเป็นที่มั่นสำคัญของเรย์นัลด์แห่งชาติลอน (Raynald of Chatillon) หรืออีกตำแหน่งหนึ่งคือ ลอร์ด แห่งอุลเตรอ จอร์แดน (Lord of Oultrejordain) เป็นขุนนางคนสำคัญคนหนึ่งของราชอาณา จักรเยรูซาเล็ม  นำท่านชมส่วนตำหนักด้านบน และแนวกำแพงส่วนของตำหนักชั้นใน ซึ่ง เหลือเพียงร่องรอยของซากปรักหักพัง โดยที่กล่าวกันว่า ปราสาทฯแห่งนี้ เป็นปราสาทนักรบครูเสดที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคแห่งนี้ ตั้งแต่สมัยสงครามครู เสด ล่วงเลยมาถึงในยุคสมัยที่เป็นศูนย์กลางของเส้นทางการค้าที่รุ่งเรืองใน สมัยของซีเรีย-อียิปต์ และอาระเบีย ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นเส้นทางเศรษฐกิจที่ สำคัญในยุคสมัยนั้นเลยทีเดียว จนกระทั่งอาณาจักรของออตโตมัน ในปี ค.ศ. 1893 (หรือตุรกี) เข้าครอบครองจนล่วงเลยถึงปี ค.ศ. 1917 ก็ หลงเหลือเพียงซากปรักหักพัง พร้อมกับเรื่องราวแห่งอัศวินนักรบผู้กล้า จากนั้น นำท่านเดินทาง สู่ ตัวเมืองเครัค Karak ซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากร เป็นชนพื้นเมือง ดั้งเดิมแท้ๆ ซึ่งมีทั้งที่เป็นมุสลิม และคริสตชน นำท่านชม อนุสาวรีย์ซาลาดิน ผู้ยกทัพเข้ายึดครองปราสาทเครัค แต่ก็พบกับความ พ่ายแพ้กลับไปก่อนที่จะยึดกรุงเยรูซาเล็มได้ในภายหลัง

13.00 น.  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น (Mansaf)

หลังอาหารนำท่านเดินทาง สู่ นครเพทรา ระยะทางประมาณ 180 กิโลเมตร / ใช้เวลาประมาณ 2.45 ชั่วโมง "นครเพทรา"  (Petra Treasury) นครสีชมพู ได้รับลงทะเบียนจากองค์กรยูเนสโก ให้เป็นมรดกโลกโดยกล่าวอธิบายไว้ว่า เป็นหนึ่งในสิ่งที่ล้ำค่ามากที่สุด ของมรดกทาง วัฒนธรรมแห่งมวลมนุษยชาติ (one of the most precious cultural properties of man's cultural heritage) ในปี ค.ศ. 1985 ให้เป็น 1 ใน 7 สิ่ง มหัศจรรย์ของ แห่งโลกใหม่จากการตัดสินโดยการโหวตจากบุคคลนับล้านทั่วโลก "นครเพทรา"  ถิ่นที่อยู่ของชนเผ่าที่เคยได้ชื่อว่า เป็นชนเผ่าที่มีอารยธรรมที่รุ่ง เรือง และได้รับการกล่าวขานว่าเป็นนักรบแห่งท้องทะเลทราย "นาบีเทียน"จากนั้นนำท่านเดินทาง สู่ ที่พัก ที่ โรงแรม  Kings Way Inn hotel Petra / Petra Moon Hotel

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมืองในโรงแรม รายการพิเศษสุด Petra by Night ชมนครเพทราในแบบฉบับค่ำคืน ซึ่งจะต้องใช้เวลาตั้งแต่ 20.30 22.00 น. เท่านั้น

ที่พัก ที่ โรงแรม Kings Way Inn hotel Petra / Petra Moon Hotel หรือเทียบเท่า

วันที่เจ็ด   นครเพทรา

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ที่ ห้องอาหารของโรงแรม  หลังอาหาร นำท่านเดินเท้า เข้า สู่ "นครเพทรา" มหานครสีดอกกุหลาบที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาแห่งโมเสส (WADI MUSA) มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน หลายพันปีเคยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยทั้งชาวอีโดไมท์ จวบจนกระทั่งถึงยุครุ่งเรืองเฟื่องฟูในการเข้ามา ครอบครองดินแดนของชาวอาหรับเผ่าเร่ร่อนนาบาเทียน ในช่วงระหว่าง 100 ปี ก่อนคริสตกาล – ปี ค.ศ 100 และได้เข้ามาสร้างอาณาจักร, บ้านเมือง ฯลฯ จนกระทั่งในปีค .ศ. 106 นครแห่งนี้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรโรมันที่นําโดย กษัตริย์ทราจัน และได้ผนึกเมืองแห่งนี้ให้เป็นหนึ่งในอาณาจักรโรมันแห่งแหลมอาระเบียตะวันออก นครเพตร้าถึงคราวล่มสลายเมื่อหมดยุคของอาณาจักรโรมันทําให้ชาวเมืองนั้นละทิ้งบ้านเมืองจากกันไปหมดทิ้งให้เมืองแห่งนี้รกร้างไปพร้อมกับ การพังทลายของเมืองหลังจากเกิดแผ่นดินไหวหลายครั้งจนสูญหายนับพันปีจวบจนในปี ค .ศ. 1812 นักสํารวจเส้นทางชาวสวิส นาย โจฮันน์ ลุดวิก เบิร์กฮาดท์ ได้ค้นพบนครศิลาแห่งนี้ และนําไปเขียน ในหนังสือชื่อ "TRAVEL IN SYRIA" จนกระทั่งเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบันRed Road City เมืองมรดกโลก หรือท่านจะนั่งรถม้า หรือขี่ม้าเข้า สู่ บริเวณซอกเขาเรียกว่า ซิค (Siq) เป็นหุบเขาสูง 250 ฟุต และทอดคดเคี้ยวไปบนเส้นทางที่พาดผ่านเข้าไปถึงใจกลางเมือง เกิดจากการถูกน้ำซัดกัดกร่อนจนเกิดเป็นช่องทางเดินเล็กๆ ระหว่างหุบเขา ความสวยงามของหุบเขาทั้งสองด้าน สวยงามด้วยสีสันของหินสีต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ ชมร่องรอยซากปรักหักพังที่ยังสามารถพบร่องรอยให้เห็นถึงการจัดการในเรื่องการชลประทานในการลำเลียงน้ำมาจากแหล่งน้ำภูเขาเข้าสู่ตัวเมืองได้อย่างน่าทึ่ง และยังมีภาพศิลปะแกะสลักจากภูเขาอีกมากมาย สุสานในช่องเขา ถนนเส้นนี้มากมายด้วยเรื่องราว และตำนานหลากหลายเรื่อง

ระหว่างเส้นทางเดินทาง ท่านจะเพลิดเพลินกับเทือกเขาที่สลับซับซ้อน จนท่านเดินผ่านช่องเขาเปรียบเสทือนประตูธรรมชาติที่เปิดเข้าสู่มหานครแห่งศิลาทรายสีชมพู ตื่นตา ตื่นใจกับความสวยงามของ มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ปราสาททรายสีชมพู อัล คาซเนห์ (Al Khazne / TREASURY) สันนิษฐานว่าจะสร้างในราวศตวรรษที่1-2 โดยผู้ปกครองเมืองในเวลานั้น เป็นวิหารที่แกะสลักโดย เจาะเข้าไปในภูเขาสีชมพูทั้งลูก มีความสูง 40 เมตร และมีความกว้าง 28 เมตร วิหารแห่งนี้ได้ถูกออกแบบโดยได้รับอิทธิพลศิลปะของหลายชาติเข้าด้วยกัน เช่น อิยิปต์, กรีก, นาบาเทียน ฯลฯ ภายในประกอบด้วย 3 ห้อง คือ ห้องโถงใหญ่ตรงกลาง และ ห้องเล็กทางด้านซ้ายและขวาเดิมที ถูกเชื่อว่าเป็นที่เก็บขุมทรัพย์สมบัติของฟาโรห์ อียิปต์ โดยที่สถานที่แห่งนี่เคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง "อินเดียน่า โจนส์" ภาค 3 ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า มหาวิหารแกะสลักเสลาจากภูเขาอย่างกลมกลืนได้สัด ส่วน และสวยงามน่าอัศจรรย์ เป็นอาคาร 2 ชั้น ประดับด้วยเสาแบบคอรินเทียนส์และรูปคน ซึ่งสลักขึ้นจากเขาบริเวณกลางเมือง ว่ากันว่าเป็นคลังที่เก็บสมบัติของฟาโรห์  "เพทรา" เคยเป็นเมืองหลวงของพวกชนเผ่าทะเลทราย นาเบเธียน มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล ทำเลที่ตั้งของเมืองอยู่กึ่งกลางของเส้นทางการค้าคาบสมุทรอาระเบีย - ลุ่มแม่น้ำไนล์ และปาเลสไตน์ – ลุ่มแม่น้ำไทกริสและยูเฟรติสเลยไปจนถึงอินเดียจึงทำให้เป็นเมืองศูนย์กลางเส้นทางการค้าทางบกอีกด้วย   สาเหตุนี้เองที่ทำให้อาณาจักรโรมยกทัพเข้ามายึดครอง จนกระทั่งในปี 363  ได้เกิดแผ่นดินไหวบ้านเรือนภายในเมืองพังทลายลงมาประกอบกับมีการเปิดเส้นทาง การค้าทางทะเลที่อ่าวสุเอช ชาวเมืองจึงพากันละทิ้งเมืองไปอยู่ที่อื่น เพทรากลายเป็นเมืองร้างไปในที่สุด   เมื่อเวลาผ่านไป ทรายได้ปลิวมาปกคลุมเมืองทั้งเมือง จนหายไปจากแผนที่นานกว่าพันปี แต่ในที่สุดปี 1813 จอห์น เลวิช เบอร์คฮาร์ดท์ นักเดินทางชาวสวิสได้มาพบนครแห่งนี้ จึงเริ่มปรากฏแก่สายตาชาวโลกอีกครั้ง

และในปี 1985 องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้ เพทรา เป็นเมืองมรดกโลกชมโรงละครโรมัน (ROMAN THEATRE) ที่แกะสลักจากภูเขาโดยมีแนวราบที่นั่งเท่ากันและมีความสมดุลย์ได้อย่างน่าทึ่ง สันนิษฐานเดิมทีสร้างโดยชาวนาบาเทียน ต่อมาในสมัยที่โรมันเข้ามาปกครอง ได้ต่อเติมและสร้างเพิ่มเติม มีที่นั่ง 32 แถว จุผู้ชมได้ประมาณ 3,000 คน 

บ่าย   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (บุฟเฟ่ห์ ในเมืองโบราณ เพทรา)หลังอาหาร อิสระในการเดินชมและถ่ายรูปภายในเมืองเพทรา หรือขึ้นไปบนเนินเขา เพื่อชม Royal tombs หมู่สุสานหลวง ที่เป็นการแกะสลักหินเข้าไปในหน้าผา แต่บนยอดเขามีกรรมวิธีที่พิเศษกว่า คือ จะมีการสร้าง และคำนวน ทิศทางเพื่อหลบทางลม หลีกเลี่ยงการถูกลมกัดเซาะหินตรงนี้เป็นหินทรายที่ค่อนข้างนุ่มทำให้แกะเข้าไปง่าย ชม The Corinthian Tomb ซึ่งด้านบนของสุสานมีลักษณะการก่อสร้างแบบ Treasury แต่ส่วนล่างนั้นถูกลมกัดเซาะเสียหายไปมาก แล้วเดินชม The palace monument ซึ่งเชื่อว่าใช้เป็นที่จัดงานเลี้ยงหรือประกอบพิธีปลงพระศพของกษัตริย์ในสมัยนั้น ผ่านถนน Colonnaded Street ซึ่งเป็นถนนสายหลัก มุ่งหน้า สู่ วิหารใหญ่ The Great Temple และ High Palace of Sacrifice สิ้นสุดที่จุดชมวิวที่ว่า The View the End of The World  อิสระในการเดินชมและถ่ายรูปภายในเมืองเพทรา จากนั้นเดินทางกลับที่พัก แวะเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองที่ระลึกต่างๆ หรือ ขี่อูฐ หรือนั่งรถม้า เพื่อให้ได้บรรยากาศของการท่องเมืองโบราณ

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรม

พักที่ โรงแรม Kings Way Inn hotel Petra / Petra Moon Hotel หรือเทียบเท่า

วันที่แปด   เพทรา – ทะเลทรายวาดิรัม – อัมมาน

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ที่ ห้องอาหารของโรงแรม     ระยะทางประมาณ 1284 กม. / ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.58 ชั่วโมงทะเลทรายวาดิรัม (wadi rum Desert) เป็นทะเลทรายที่ถูกกล่าวขานว่าสวยงามแห่งหนึ่งของโลก ด้วยเม็ดทรายละเอียดสีส้มอมแดงอันเงียบสงบที่กว้างใหญ่ไพศาล ทำให้ที่นี่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้กันดีอีกแห่งหนึ่งในจอร์แดน มีภูมิทัศน์ที่มีเสน่ห์ มีความสวยงามที่โดดเด่นเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นความโดดเด่นของทรายห้าสี ตั้งแต่สีเหลืองเข้ม จนถึงสีแดงเข้ม และสีส้มสด กำแพงหิน ภูเขาสูงที่มีรูปทรงแปลกตา แม้กระทั้งวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชนเผ่าทะเลทราย เช่น เบดูอิน และชนเผานาบีเทียน ชนเผ่าพื้นเมืองผู้เคยอาศัยและสร้างความยิ่งใหญ่ที่ "เพทรา" ล่วงเลยเวลาแห่งความยิ่งใหญ่จนกระทั่งระเหเร่ร่อนอีกครั้งในทะเลทราย และต่อมาได้สร้างความสนใจให้แก่นักท่องเที่ยวมาหลายทศวรรษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นทางนี้ในอดีตเส้นทางนี้เป็นเส้นทางคาราวานจากประเทศซาอุอาระเบีย ไปยังประเทศซีเรียและปาเสลไตน์ เส้นทางท่องเที่ยวการท่องทะเลทรายเปิดโดย Mohammed Sabah Al-Zalabeh เคยถูกใช้เป็นสถานที่จริงในการถ่ายทำภาพยนต์ฮอลลีวูดอันยิ่งใหญ่ในอดีตเรื่อง Lawrence of Arabia ภาพยนต์ที่ได้รับการเสนอเข้าชิงรางวัลต่างๆ มากกว่า 20 สาขา และได้รับรางวัลลูกโลกทองคำ และรางวัลออสการ์มากถึง 13 รางวัล บทภาพยนตร์เขียนโดยโรเบิร์ต โบลต์ และไมเคิล วิลสัน ดัดแปลงจากชีวประวัติของที. อี. ลอเรนซ์ (โทมัส เอดเวิร์ด ลอเรนซ์) ทหารชาวอังกฤษที่ใช้ชีวิตในอาหรับ เป็น  ผู้ช่วยเหลือเจ้าชายไฟซาล (ไฟซาล บิน อัล-ฮุสเซน บิน อาลี อัล-ฮาเชมี, ต่อมาคือ กษัตริย์ไฟซาลที่ 1 แห่งซีเรียและอิรัก) ในช่วงการปฏิวัติอาหรับเพื่อปลดแอกจากจักรวรรดิออตโตมัน-เติร์ก ระหว่างปี 1916-1918 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งพบกับประสบการณ์แปลกใหม่ ด้วยการนั่งรถ 4 WD ท่องไปในทะเลทราย และลิ้มรสชาติอาหารพื้นเมืองในภัตตาคารในโรงแรมแบบกระโจมในทะเลทราย

กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง ระยะทางประมาณ 199 กม. / ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.10 ชั่วโมง

เดินทางแวะชมมรดกโลก ชม โรงอาบนํ้าอัมรา  Quseir Amra or Qusayr Amra อัครสถานบันเทิงสําหรับกองคาราวานที่จะเดินทางจากซาอุดิอาระเบีย ไปยังดามัสกัส หรือ อียิปต์ และแวะพักค้างคืนในบริเวณนี้ เริ่มต้นสร้างครั้งแรกตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 8 เพื่อเป็นป้อมปราการและสถานที่พำนักของท่าน Umayyad Caliphs ด้วยสถาปัตยกรรมแบบอิสลาม  ด้วยความสำคัญและสวยงามยิ่งใหญ่ของเฟรสโก จึงได้รับการบันทึกเป็นมรดกโลกพร้อมชมภาพวาดศิลปะแบบ เฟรสโก (FRESCO) 1 ใน 3 มรดกโลกของประเทศจอร์แดนทางศิลปะที่หาดูได้ยากมากในปัจจุบัน เป็นภาพที่เขียนวาดเรื่องราวเกี่ยวกับขั้นตอนตอนการสร้างสถานที่แห่งนี้ ภาพการล่าสัตว์, การแสดงศิลปะการร่ายรํา ฯลฯ ภายในประกอบห้องต่างๆ เช่น ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า, ห้องอาบนํ้าอุ่น, ห้องอบไอนํ้า และ ห้องนอนพักผ่อน ระยะทางประมาณ 12.4 กม. / ใช้เวลาเดินทางประมาณ 0.10 ชั่วโมงชม ปราสาทคารานา Qasr Kharana สร้างขี้นเพื่อใช้เป็นที่พักของกองคาราวานที่หยุดพักระหวาง่การเดินทางภายในประกอบด้วยห้องพักจํานวน 61 ห้อง แบงเป็น 2 ชั้น และยังมีคอกที่อยูอาศัยของม้าและอูฐ ได้เวลาอันสมควนนําทานเดินทางกลับ สู่ กรุงอัมมาน  ระยะทางประมาณ 68.2 กม. / ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.10 ชั่วโมง

ค่ำ  รับประทานอาหารเย็น ณ  ภัตตาคารพื้นเมือง หลังอาหาร เดินทาง เข้าสู่ ที่พัก ที่ Golden Tulip Grand Hotel Palace Amman Hotel หรือเทียบเท่า

พัก ที่ Golden Tulip Grand Hotel Palace Amman Hotel หรือเทียบเท่า

วันที่เก้า  กรุงอัมมาน – ป้อมปราการอัจลุน - เมืองกรีก – โรมันเจอราช – กรุงเทพฯ

เช้า    รับประทานอาหารเช้า ที่ ห้องอาหารของโรงแรม ระยะทางประมาณ 76.5 กม. / ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.20 ชั่วโมงหลังอาหาร นำท่านเดินทางไปยังเมืองอัจลุน Ajloun เมืองที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงที่ห้อมล้อมไปด้วยป่าต้นสน และต้นมะกอก ชมปราสาทแห่งเมืองอัจลุน ถูกสร้างโดยพวกนักรบมุสลิม ในปี ค.ศ. 1184-1185 ใช้เป็นป้อมทหารในการต่อสู้รบกับพวกนักรบครูเสด และในปี ค.ศ. 1260 ถูกเข้าทำลายโดยกองทัพมองโกลส์  ระยะทางประมาณ 28.2 กม./ใช้เวลาเดินทางประมาณ 0.35 ชั่วโมงจากนั้นนำท่านเดินทาง สู่ นครเจอราช (JERASH) หรือ "เมืองพันเสา"เป็นอดีต 1 ใน 10 หัวเมืองเอกตะวันออกอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโรมัน สันนิษฐานว่าเมืองนี้น่าจะถูกสร้างในราว 200 – 100 ปีก่อนคริสตกาล เดิมทีในอดีตเมืองแห่งนี้ชื่อว่า ในปี ค.ศ. 749 นครแห่งนี้ได้ถูกแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทำลาย และถูกฝังกลบโดยทรายหลังจากนั้นก็ได้สูญหายไปเป็นนับพันปี ชม ซุ้มประตูกษัตรย์เฮเดรียน และ สนามแข่งม้าฮิปโปโดรม นำท่านเดินเข้าประตูทางทิศใต้ ชม โอวัลพลาซ่า สถานที่ชุมนุม พบปะสังสรรค์ของชาวเมือง, วิหารเทพซีอุส ฯลฯ โรงละครทางทิศใต้ (สร้างในราวปี ค.ศ. 90-92 จุผู้ชมได้ถึง 3,000 คน มีจุดเสียงสะท้อนตรงกลางโรงละคร เชิญทดสอบกับความอัศจรรย์ เพียงพูดเบา ๆ ก็จะมีเสียงสะท้อนก้องเข้ามาในหูของเรา ชม วิหารเทพีอาร์เทมิส เป็นเทพีประจำเมืองเจอราช สร้างในราวปี ค.ศ. 150 สร้างขึ้นพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับ ทำพิธีบวงสรวง และบูชายัญต่อเทพีองค์นี้ แบ่งเป็น 3 ชั้น คือ ชั้นนอก ชั้นกลาง ชั้นใน   นำท่านเดินเข้าสู่ ถนนคาร์โด หรือ ถนนโคลอนเนด ถนนสายหลักที่ใช้เข้า-ออกเมืองแห่งนี้ บนถนนนั้นยังมีริ้วรอยทางของล้อรถม้า, ฝาท่อระบาย  น้ำ, ซุ้มโคมไฟ, บ่อน้ำดื่มของม้า ชม น้ำพุใจกลางเมือง (NYMPHAEUM) สร้างในราวปี ค.ศ. 191 เพื่ออุทิศแด่เทพธิดาแห่งขุนเขา ซึ่งเป็นที่นับถือของชาวเมืองแห่งนี้ มีที่พ่นน้ำเป็นรูปหัวสิงโตทั้งเจ็ด และตกแต่งด้วยเทพต่างๆ ประจำซุ้มด้านบนของน้ำพุ ฯลฯ

เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น 

หลังอาหาร นำท่านเดินทางกลับ สู่ กรุงอัมมาน  ระยะทางประมาณ 45 กม. / ใช้เวลาเดินทางประมาณ 0.50 ชั่วโมงชมทัศนียภาพของเมืองของกรุงอัมมาน เมืองหลวงของประเทศจอร์แดน ที่ กรุงอัมมาน เมืองหลวงในอดีตกาล นานมากว่า 1900 ปี เคยเป็นเส้นทางและฐานที่มั่นของอาณาจักรโรมัน ซึ่งปัจจุบัน จะหลงเหลือความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรม สิ่งก่อสร้างแบบโรมันไว้ให้ดูอย่างชันเจน นำท่านชม กรุงอัมมาน เมืองหลวงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และความเป็นมากว่า 6,000 ปี ผสมผสานความลงตัวของอารยธรรมยุคเก่า และความทันสมัยของโลกปัจจุบันอย่างลงตัวเมืองนี้ตั้งอยู่บนภูเขา มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ชมป้อมปราการแห่งกรุงอัมมานอันเป็นศูนย์กลางดั้งเดิมของเมือง ซากวิหารเฮอร์คิวลิส The Roman Temple of Hercules ที่สร้างในสมัยโรมัน สันนิษฐานว่าน่าจะถูกสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 161–180ซากพระราชวังเก่า อุมเมยาดซึ่งเป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิมุสลิมในอดีต  สร้างขึ้นในประมาณปี ค.ศ. 720 โดยผู้นำชาวมุสลิมของราชวงศ์ ในสมัยมุสลิมได้เข้ามาปกครองประเทศจอร์แดน ซึ่งภายในประกอบห้องทำงาน, ห้องรับแขก ฯลฯ ชมซากป้อมปราการแห่งกรุงอัมมาน (CITDAEL) ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดสังเกตเหตุบ้าน การเมืองต่างๆ รอบเมือง เชิญอิสระถ่ายรูปตรงจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมืองแห่งนี้   ระยะทางประมาณ 49.9 กิโลเมตร / ใช้เวลาประมาณ 58 นาทีนำท่านเดินทาง สู่ เม้าท์ เนโบ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่บนภูเขาซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่เสียชีวิตและฝังศพของโมเสส (MOSES) ณ ที่ใดที่หนึ่งแห่งนี้ โมเสส ผู้นำชาวยิวส์ ผู้ที่รับ "บัญญัติ 10 ประการ" จากพระเจ้า สันนิษฐานว่าถูกสร้างขึ้นในยุคสมัยไบเซนไทน์ในอดีต ตอนต้นคริสตศักราชเป็นศูนย์กลางของนักแสวงบุญชาวศาสนาคริสต์ และครั้งหนึ่ง โป๊ป จอห์น ปอล ที่ 2 เคยเสด็จมาแสวงบุญที่นี่และได้ประกาศให้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ในปี ค.ศ. 2000 ชมแหล่งภาพโมเสกที่สวยงามภายในโบสถ์มีภาพเล่าเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับศาสนา คริสต์และความผูกพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติที่ทำด้วยเศษกระเบื้องสีโมเสก นำชมพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม ภายใจเก็บสิ่งของต่าง ๆ ที่ขุดพบภายในบริเวณนี้ พร้อมทั้งมีภาพถ่ายต่าง ๆ ชมอนุสรณ์ไม้เท้าศักดิ์สิทธ์แห่งโมเสส ออกแบบเป็นลักษณะเป็นไม้เท้าในรูปแบบไม้กางเขน โดยอุทิศเป็นสัญลักษณ์ของโมเสส และพระเยซู เชิญถ่ายรูป ณ จุดชมวิว โดยในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ท่านสามารถมองเห็น แม่น้ำจอร์แดน, ทะเลเดดซี, เมืองเจอริโก และประเทศอิสราเอล ได้จากจุดนี้อย่างชัดเจน        

ระยะทางประมาณ 12.3 กิโลเมตร / ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

นำท่านเดินทาง สู่ เมืองโบราณมาดาบา Madaba ในอดีตมีผู้อยู่อาศัย ติดต่อกันมากกว่า 4500 ปี และถูกกล่าวถึงในพระคัมภีร์เก่าหลายครั้ง ด้วยกัน โดยเฉพาะในช่วงที่รุ่งเรืองระหว่างปี 850 ก่อนคริสตกาล มาดา บาเริ่มเสื่อมตั้งแต่เสียเมืองให้กับอาหรับในปี ค.ศ. 614 และถูกลืมไปจาก ประวัติศาสตร์ และเกิดแผ่นดินไหวในปี ค.ศ. 749 ทำให้เมืองล่มจนกระ ทั่งในศตวรรษที่ 19 จึงค้นพบอีกครั้งด้วยความบังเอิญ การค้นพบในปี 1897 ถือเป็นการค้นพบงานโมเสคจำนวนมากที่สุดในโลกเท่าที่เคยพบมา เมืองนี้ได้รับการขนานนามว่าเมืองแห่งโมเสค ภาพที่สำคัญเป็นภาพโม เสคที่เป็นรูปแผนที่ของกรุงเยรูซาเลมในยุคไบเซนไทน์ ชม โบสถ์กรีก-ออโธดอกซ์แห่งเซนต์จอร์จ St. George (Madaba) สร้างบนโบสถ์ไบเซนไทน์เก่า(ศ  ตวรรษที่ 6) การตกแต่งพื้นและส่วนอื่นของโบสถ์ด้วยโมเสคที่มาดาบา ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในงานไบเซนไทน์ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยตัวเนื้อโมเสค  ได้มาการการตัดหินสีที่มีอยู่ใกล้เคียงเป็นชิ้นเล็กด้วยมือ จึงไม่น่าแปลกใจว่ากว่า 1400 ปีมาแล้วงานดังกล่าวยังมีสภาพดีเหมือนเดิม ทำให้เราทราบเรื่องราวต่างๆ ที่สำคัญในยุคดังกล่าว จากภาพโมเสคและสีสรรของหินสี  อาทิ ภาพต้นไม้ นก ปลา และสัตว์ต่างๆ นอกจากนี้ยังมีภาพเกี่ยวเนื่องเทพนิยายกรีกและโรมัน ชมภาพแผนที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งเยรูซาเลม ตกแต่งโดยโมเสกสีต่างๆ ขนาด 25x5 เมตร ประมาณ 2.5 ล้านชิ้น แสดงถึงพื้นที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆในแถบรอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เยรูซาเลม, แม่น้ำจอร์แดน, ทะเลเดดซี, เทือกเขาไซนาย, อียิปต์ ฯลฯ ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นแผนที่หินโมเสสที่เก่าแก่ที่สุดในโลก  พักผ่อน เดินชมเมือง เพื่อให้ท่านอิสระตามอะยาศัยกับรายการเลือกซื้อของฝากของที่ระลึก

20.00 น.  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีนAsia @ Four Seasons, 5th & 6th Circles & Um Uthaina, Four Seasons Amman, Amman หลังอาหาร นำท่านเดินทาง สู่ สนามบิน เพื่อเดินทางกลับ กรุงเทพฯ

    วันที่สิบ   กรุงอัมมาน – กรุงเทพฯ

    • 02.05   คณะออกเดินทาง สู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ RJ 180 
    • 14.25 น. คณะเดินทางถึง สนามบิน สุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพหมายเหตุ

    **************************************

    บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการเดินทางท่องเที่ยว ก่อน-หลัง ได้ตามความเหมาะสมของเวลา และสถานที่ท่องเที่ยวในแต่ละจุด โดยที่มิต้องแจ้งให้ท่านก่อนล่วงหน้า ทั้งนี้จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นหลักใหญ่ รายการท่องเที่ยวนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือสลับกันได้ ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ถือเป็นเอกสิทธิ์ของผู้จัด โดยยึดถือตามสภาพการณ์ และจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ

    การเดินทาง

    กรุงเทพ...สายการบิน RJ - รถบัสรับส่งตลอดการเดินทาง

    ที่พัก

    โรงแรม 4ดาว พักห้องละ 2 ท่าน

    อาหาร

    ในภัตตาคาร หรือ ห้องอาหารท้องถิ่น

    สภาพอากาศ

    - ช่วงเดือมีนาคม อากาศกำลังสบาย ไม่ร้อนไม่หนาว

    ข้อมูลอื่นๆ

    - เงินส่วนตัวเพื่อชอปปิ้งกรุณาแลกเงิน เป็น US ไป

    ค่าใช้จ่าย

    ผู้ใหญ่ ท่านละ 120,000 บาท

    อัตรานี้รวม

    -ภาษีสนามบิน -รถท้องถิ่น รับส่ง ตามโปรแกรม -อาหารมื้อหลักตลอดการเดินทาง -ที่พักตามระบุในโปรแกรม -ประกันการเดินทาง 1,000,000บาท

    อัตรานี้ไม่รวม

    -เครื่องดื่มนอกเหนือรายการอาหาร -เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ -ค่าทิปคนรถ และไกด์ท้องถิ่น -มินิบาร์ภายในโรงแรม

    add on

    -ต้องการพักเดี่ยวเพิ่ม 18,000  บาท

    จำนวนที่นั่ง

    18 ท่านขึ้นไป

    เอกสาร

    - หนังสือเดินทาง หรือพาสปอร์ต ต้องมีอายุใช้งานได้ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน นับจากวันเดินทาง และต้องมีหน้าสำหรับประทับตราอย่างน้อย 3 หน้า (หากมีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาแสดงต่อสถานทูตด้วย)

    - รูปถ่ายสี 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป (ไม่สวมแว่นตาดำ ไม่ยิ้ม พื้นหลังเป็นสีขาวเท่านั้น ต้องไม่เป็นลวดลาย, ไม่เป็นสีเข้ม และห้ามเป็นภาพถ่ายที่สแกนจากคอมพิวเตอร์) ภาพถ่ายไม่เกิน 6 เดือน

    - สำเนาทะเบียนบ้าน,บัตรประชาชน,ทะเบียนสมรส (ถ้ามี),สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ,นามสกุล(ถ้ามี) - สำเนาสูติบัตร (สำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปี)

    - ทะเบียนสมรส หรือใบหย่า (ถ้ามี) ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ และต้องเป็นร้านแปลที่ได้รับอนุญาตพร้อมมีตรา ประทับเท่านั้น (ค่าใช้จ่ายในการแปล ไม่รวมในค่าทัวร์)

    - ใบเปลี่ยนชื่อ (ถ้ามี) ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ และต้องเป็นร้านแปลที่ได้รับอนุญาตพร้อมมีตราประทับเท่านั้น (ค่าใช้จ่ายในการแปล ไม่รวมในค่าทัวร์)

    - หลักฐานการเงิน สำเนาบัญชีเงินฝาก (ออมทรัพย์ หรือประจำ) ถ่ายทุกหน้าตั้งแต่แรก-ปัจจุบัน

    - ใบรับรองการทำงานจากบริษัทที่ท่านทำงานอยู่, สำเนาทะเบียนการค้า กรณีเป็นเจ้าของกิจการ (คัดจากกระทรวงไม่เกิน 3 เดือน)

    ***กรณีที่เป็นพนักงานบริษัททั่วไป ใช้หนังสือรับรองการทำงานตัวจริง ระบุวันเริ่มเข้างาน / อัตราเงินเดือน / ตำแหน่งงาน / (ภาษาอังกฤษเท่านั้น)

    ***กรณีประกอบธุรกิจส่วนตัว เจ้าของกิจการ ใช้สำเนาทะเบียนการค้า หรือสำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ และหน้าหนังสือรับรองต้องมีชื่อกิจการ และชื่อผู้เดินทางเป็นหุ้นส่วน หรือเป็นเจ้าของกิจการด้วย พร้อมจัดทำจดหมายรับรองตัวเองขึ้นมาเป็นภาษาอังกฤษแนบมาด้วย

    ***กรณีข้าราชการ ใช้จดหมายลางานจากต้นสังกัด (ตัวจริง) ,หนังสือรับรองการทำงานจากหน่วยงานและสำเนาบัตรข้าราชการ 1 ชุด

    ***กรณีแม่บ้านเดินทางคนเดียว ต้องใช้หลักฐานการเงิน + การงานของสามี พร้อมสำเนาบัตรประชาชนแนบมาด้วย

    ***กรณีเป็นนักเรียน นักศึกษา ต้องใช้หนังสือรับรองจากโรงเรียน มหาวิทยาลัย (ตัวจริงภาษาอังกฤษเท่านั้น) หรือสมุดรายงานประจำตัวนักเรียน พร้อมสำเนาบัตรนักเรียน หรือนักศึกษา

    ***กรณีเด็กที่ไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง ใช้เอกสารดังต่อไปนี้

    1.หนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางจากผู้ปกครอง หากเด็กเดินทางกับบิดาต้องมีใบรับรองจากมารดา และหากเด็กเดินทาง พร้อมมารดาต้องมีใบรับรองจากบิดา)

    2. หนังสือยินยอมทำที่สำนักงานเขตที่ผู้ยินยอมมีชื่ออยู่ที่เขตนั้นๆ พร้อมสูติบัตร

    3. หนังสือรับรองจากทางโรงเรียน (ภาษาอังกฤษ)

    4. สูติบัตร (กรณีอายุต่ำกว่า 15 ปี)

    5. หลักฐานการงานของบิดา และมารดา

    6. หลักฐานการเงิน สำเนาบัญชีเงินฝากธนาคารถ่ายตั้งแต่หน้าแรกจนถึงปัจจุบันของบิดา หรือมารดา

    7. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้เดินทาง, บิดาและมารดาของผู้เดินทาง

    8. สำเนาบัตรประชาชนของบิดา และมารดาของผู้เดินทาง

    ติดต่อสอบถาม

    Tel: 081-830-0751 หรือ 02-942-0080, 02-942-0070 Email :  อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน อีเมลนี้หรือ ฝากข้อความไว้ล่าง Content นี้

    Link น่าสนใจอื่นๆ : ทัวร์จีน | ทัวร์จิ่วจ้ายโกว | ทัวร์จางเจียเจี้ย | ทัวร์แชงกรีล่า | ทัวร์ปักกิ่ง | ทัวร์เซี่ยงไฮ้ | ทัวร์ฮาร์บิน | ทัวร์ซีอาน | ทัวร์ฮ่องกง | ทัวร์ยุโรป | ญี่ปุ่น | ทัวร์ญี่ปุ่น | ทัวร์ญี่ปุ่นชมซากุระ | ทัวร์ญี่ปุ่นใบไม้แดง | ทัวร์ญี่ปุ่นหน้าหนาว | ทัวร์ฮ่องกง | ทัวร์ไต้หวัน | ทัวร์สิงคโปร์ | ทัวร์มาเลเซีย | ทัวร์เวียดนาม | ทัวร์เกาหลี | ทัวร์ญี่ปุ่น | ทัวร์ภูฏาน | ทัวร์เนปาล | ทัวร์ทิเบต | ทัวร์ออสเตรเลีย | ทัวร์นิวซีแลนด์ | ทัวร์ถ่ายภาพ | ทัวร์ปีใหม่ | ทัวร์ช่วงสงกรานต์ | จางเจียเจี้ย | ทัวร์จางเจียเจี้ย | บริษัท ทราเวิลโปร จำกัด | เที่ยวกับเรา ถูกที่ ถูกเวลา สนุกสนาน คุ้มค่า ได้มากกว่าภาพสวย

    TRAVELPRO. เที่ยวกับเรา ถูกที่ ถูกเวลา สนุกสนาน คุ้มค่า ได้มากกว่าภาพสวย

    lanny

    lanny

    Lanny | สาวสวยแห่ง TravelProThai.com | เที่ยวกับเรา สนุกคุ้มค่า ได้ภาพสวย ลานนี่ Staff สาวสวยแห่ง ทราเวิลโปร ค่าาาาาาาาา

    Website: https://www.facebook.com/TravelProThai/ E-mail: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
    You are here:Home|Package และ โปรแกรม ท่องเที่ยว จากทราเวิลโปร|ทัวร์ยุโรป|MAR 2014 : ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ต้นตำนานแผ่นดินครูเสด อิสราเอล – จอร์แดน 10 วัน 7 คืน
    เที่ยวกับทราเวิลโปร | สนุกคุ้มค่า | ได้ภาพสวยที่สุด

    เดือนนี้ ไปเที่ยวที่ไหนดี ?

    มกราคม  กุมภาพันธ์  มีนาคม  เมษายน  พฤษภาคม  มิถุนายน  กรกฎาคม  สิงหาคม  กันยายน  ตุลาคม  พฤศจิกายน  ธันวาคม

    ปีใหม่ | ตรุษจีน | สงกรานต์

    ทัวร์จีน | ทัวร์ญี่ปุ่น | ทัวร์ญี่ปุ่นใบไม้เปลี่ยนสี | ทัวร์เกาหลี | ทัวร์ฮ่องกง | ทัวร์ทิเบต | ปักกิ่ง | เซี่ยงไฮ้ | จิ่วจ้ายโกว | จางเจียเจี้ย | คานาสือ | ซีอาน

    • เปิด จันทร์-ศุกร์ : 09.00-18.00
    • Tel : 02-9420080, 02-9420070
    • Call Center : 095-9498002
    • Line id : @travelprothai , @travelproasia

    เพิ่มเพื่อน

    (รหัสทัวร์ 868) : ทัวร์ปีใหม่ 2561 | New Year 2018 : Harbin International Ice and Snow Sculpture Festival 2018 เปิดจองแล้ว..! เซี่ยงไฮ้-ฮาร์บิ้น
ดื่มด่ำกับบรรยากาศหิมะที่ขาวโพลนที่สุดแสนโรแมนติค สุดสายตาตัดกับขอบฟ้าสีครามและสีสันตระการตาในเทศกาลแกะสลักน้ำแข็งประจำปี  (ไม่เข้าร้านรัฐบาล)ทัวร์เซี่ยงไฮ้-ฮาร์บิ้น (พักที่ฮาร์บิ้น 3 คืน) : หาดว่ายทาน | หอคอยไข่มุก | อุโมงค์เลเชอร์ | ตลาดร้อยปี | สกีเอ้อหลงซาน (Harbin Jihua Ski Resort) | สวนสตาลิน | โบสถ์เซ็นโซเฟีย | สวนเสือไซบีเรีย | ถนนจงหยาง | ICE DOME (ที่โรงแรมแชงกรีล่า) | โชว์ว่ายน้ำแข็งซงฮัว | เกาะพระอาทิตย์ | สวนเสือไซบีเรีย | Harbin Ice and Snow Festival | อนุเสาวรีย์เหล็กกล้า | สวนสนุกเซี่ยงไฮ้ดีสนีย์แลนด์

    ทัวร์ญี่ปุ่นใบไม้เปลี่ยนสี (ตามรอยใบไม้แดง) พฤศจิกายน 2560 : ชมความงามของใบไม้เปลี่ยนสี จากโอซาก้า ถึง โตเกียว | THE GOLDEN ROUTE JAPAN AUTUMN NOV 2017 : 7วัน 5คืน บินTG

    ทัวร์ญี่ปุ่นใบไม้เปลี่ยนสี พฤศจิกายน 2560 : ชมความงามของใบไม้เปลี่ยนสีและซากุระสี่ฤดู | AUTUMN LEAVES AND SHIKIZAKURA NOV 2017 : 7วัน 5คืน บินTG

    ทัวร์ญี่ปุ่นใบไม้เปลี่ยนสี ตุลาคม 2560 : โตเกียว นิกโก้ มินาคามิ | Japan Autumn 2017 : tokyo nikko minakami : 6วัน 4คืน บินTG | สุดพิเศษ ออนเซน 3คืน

    ทัวร์จีนคุณภาพ 2560 (2017) | ทัวร์แชงกรีล่า (รหัสทัวร์ 847) : คุนหมิง-ต้าลี่-ลี่เจียง-จงเตี้ยน-แชงกรีล่า 6วัน 5คืน โดยสายการบินไทย (TG) พร้อมบินภายใน (จากลี่เจียง กลับคุนหมิง) ทัวร์จีนคุณภาพ พักโรงแรม 5ดาว ไม่เข้าร้านรัฐบาล

    ทัวร์คานาสือ 2560 | ทัวร์ซินเจียง เส้นทางสายไหม : อุรุมฉี เคอลาหม่ายี(คาราเมย์) ปู้เอ่อจิน คานาสือ ทูรูฟาน 10วัน 9คืน บิน CZ

    ทัวร์จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี ตุลาคม 2560 | 8วัน 7คืน โดยการบินไทย TG | JIUZHAIGOU OCT 2017 : เที่ยวจิ่วจ้ายโกว เต็มอิ่ม 2 วัน (รวมรถเหมาทั้ง 2วัน) |อุทยานหวงหลง (รวมกระเช้าขาขึ้น) | เมืองโบราณซงพาน | ล่องเรือชมหลวงพ่อโตเล่อซาน | ง๊อไบ๊ ยอดจินติ่ง อธิษฐานขอพร จากพระโพธิสัตว์ผู่เสียน | ชมโชว์เปลี่ยนหน้ากาก | ศูนย์อนุรักษ์หมีแพนด้า | ศาลเจ้าสามก๊ก ถนนโบราณจิ๋งหลี่ เดินทาง : 18-25 ต.ค. 2560, 20-27 ต.ค. 2560, 22-29 ต.ค. 2560 | กรุ๊ปนี้ โรงแรม 5ดาว ที่จิ่วจ้ายโกว และเฉินตู และไม่เข้าร้านรัฐบาล | ท่านละ 69,900 บาท เปิดจองแล้วค่ะ

    ทัวร์จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี 2560 | 6วัน 5คืน โดยการบินไทย TG | JIUZHAIGOU AUTUMN 2017 : เที่ยวจิ่วจ้ายโกว เต็มอิ่ม เข้าในอุทยานจิ่วจ้ายโกว 2 วัน | เฉินตู - จิ่วจ้ายโกว - หวงหลง | ชมอุทยานมรดกโลก จิ่วจ้ายโกว | อุทยานหวงหลง | เมืองโบราณซงพาน | ศาลเจ้าสามก๊ก อิสระช๊อปปิ้ง ถนนโบราณจิ๋งหลี่ (ทัวร์คุณภาพ แบบไม่เข้าร้านรัฐบาล เที่ยวสบาย สไตล์ทราเวิลโปร) เดินทางวันที่ : 18-23 ต.ค. 2560 | 19-24 ต.ค. 2560 | 21-26 ต.ค. 2560 | 23-28 ต.ค. 2560 | 24-29 ต.ค. 2560 | ราคาท่านละ 59,900 บาท เปิดจองแล้ววันนี้ (แจกDVD ไฟล์ภาพสวยๆ หลังจากจบทริป)

    ทัวร์จางเจียเจี้ย พัก 5ดาว ไม่เข้าร้านรัฐบาล

     ทัวร์ซีอาน ฤดูใบไม้ผลิ และสงกรานต์ 6วัน 5คืน 2560 VIP พัก 5ดาว ไม่เข้าร้านรัฐบาล

    แพ็กเกจทัวร์ จางเจียเจี้ย | เที่ยวจางเจียเจี้ย | ทัวร์จางเจียเจี้ย
    ทัวร์จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี ตุลาคม 2559 | Jiuzhaigou Autumn OCT 2016 : เฉินตู จิ่วจ้ายโกว หวงหลง หลวงพ่อโตเล่อซาน ง๊อไบ๊ 8วัน 7คืน บิน TG (เข้าจิ่วจ้ายโกว 2 รอบ รวมรถเหมา) พัก 5 ดาว ไม่เข้าร้านรัฐบาล  Click...
    หมู่บ้านชิราคาว่า, ชิราคาวาโกะ, หมู่บ้านมรดกโลก ชิราคาวาโกะ, หมู่บ้านมรดกโลก ชิราคาว่า
    ทัวร์จีน | ทัวร์ญี่ปุ่น | ทัวร์เกาหลี | ทัวร์ฮ่องกง | ทัวร์จอร์แดน | ทัวร์จางเจียเจี้ย | ทัวร์ซีอาน | ทัวร์ถ่ายภาพ | ทัวร์ซากุระ | ทัวร์เดือนกรกฎาคม | ทัวร์เดือนสิงหาคม | ทัวร์เดือนกันยายน | ทัวร์เดือนตุลาคม | ทัวร์เดือนพฤศจิกายน | ทัวร์ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี | ทัวร์ญี่ปุ่นใบไม้แดง | บริษัท ทราเวิลโปร จำกัด ทัวร์จีน | ทัวร์ญี่ปุ่น | ทัวร์เกาหลี | ทัวร์ฮ่องกง | ทัวร์จอร์แดน | ทัวร์จางเจียเจี้ย | ทัวร์ซีอาน | ทัวร์ถ่ายภาพ | ทัวร์ซากุระ | ทัวร์เดือนกรกฎาคม | ทัวร์เดือนสิงหาคม | ทัวร์เดือนกันยายน | ทัวร์เดือนตุลาคม | ทัวร์เดือนพฤศจิกายน | ทัวร์ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี | ทัวร์ญี่ปุ่นใบไม้แดง | บริษัท ทราเวิลโปร จำกัดทัวร์จีนทัวร์เดือนตุลาคมทัวร์ญี่ปุ่นใบ้เปลี่ยนสี | ทัวร์ญี่ปุ่นใบไม้แดงทัวร์จีน : ทัวร์จางเจียเจี้ยทัวร์จีน : ทัวร์คานาสือทัวร์ฮ่องกงทัวร์จีน : ทัวร์จิ่วจ้ายโกวทัวร์จีน : แชงกรีล่าทัวร์เกาหลีทัวร์จีน : ทริปถ่ายภาพ : Photo Trip
    จิ่วจ้ายโกว | คู่มือท่องเที่ยว
    เที่ยวกับทราเวิลโปร | สนุกคุ้มค่า | ได้ภาพสวยที่สุด
    เที่ยวกับทราเวิลโปร | สนุกคุ้มค่า | ได้ภาพสวยที่สุด
    เที่ยวกับทราเวิลโปร | สนุกคุ้มค่า | ได้ภาพสวยที่สุด
    • ทัวร์จีน หน้าหนาว ปีใหม่ 2561 (NEW YEAR 2018) : เซี่ยงไฮ้ ฮาร์บิน เทศกาลแกะสลักน้ำแข็งและปฏิมากรรมหิมะ 8วัน 5คืน (ไม่เข้าร้านรัฐบาล) ทัวร์ปีใหม่ 2561 | New Year 2018 : Harbin International Ice and Snow Sculpture Festival 2018 เปิดจองแล้ว..! เซี่ยงไฮ้-ฮาร์บิ้น (รหัสทัวร์ 868) ดื่มด่ำกับบรรยากาศหิมะที่ขาวโพลนที่สุดแสนโรแมนติค…



    • ทัวร์ญี่ปุ่นใบไม้เปลี่ยนสี (ตามรอยใบไม้เแดง) พฤศจิกายน 2560 : JAPAN AUTUMN 2017 | 7วัน 5คืน (บินTG) ทัวร์ญี่ปุ่นใบไม้เปลี่ยนสี (ตามรอยใบไม้แดง) พฤศจิกายน 2560 : ชมความงามของใบไม้เปลี่ยนสี จากโอซาก้า ถึง โตเกียว | THE GOLDEN ROUTE JAPAN AUTUMN…



    • ทัวร์ญี่ปุ่น ชมซากุระบานพร้อมใบไม้เปลี่ยนสี 2560 ที่ OBARA | JAPAN AUTUMN 2017 |  7วัน5คืน บินTG ทัวร์ญี่ปุ่นใบไม้เปลี่ยนสี พฤศจิกายน 2560 : ชมความงามของใบไม้เปลี่ยนสีและซากุระสี่ฤดู | AUTUMN LEAVES AND SHIKIZAKURA NOV 2017 : 7วัน 5คืน…



    • ทัวร์ญี่ปุ่นใบไม้เปลี่ยนสี (ตามรอยใบไม้แดง) 2560 โตเกียว นิกโก้ มินาคามิ 6วัน 4คืน บินTG | Autumn in Nikko 2017 ทัวร์ญี่ปุ่นใบไม้เปลี่ยนสี ตุลาคม 2560 : โตเกียว นิกโก้ มินาคามิ | Japan Autumn 2017 : Tokyo Nikko Minakami…



    • ทัวร์จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี 2560 พัก 5ดาว บินTG 6วัน 5คืน ไม่เข้าร้านรัฐบาล รหัสทัวร์ 863 : ทัวร์จิ่วจ้ายโกว ใบไม้เปลี่ยนสี ตุลาคม 2560 | 6วัน 5คืน โดยการบินไทย TG | JIUZHAIGOU OCT 2017 : เที่ยวจิ่วจ้ายโกว เต็มอิ่ม เข้าในอุทยานจิ่วจ้ายโกว 2…



    • ทัวร์แชงกรีล่า สิงหาคม-พฤศจิกายน 2560 บินTG  5ดาว ไม่เข้าร้านรัฐบาล ทัวร์จีนคุณภาพ ทัวร์แชงกรีล่า สิงหาคม-พฤศจิกายน 2560 (2017) | ทัวร์แชงกรีล่า (รหัสทัวร์ 847) คุนหมิง-ต้าลี่-ลี่เจียง-จงเตี้ยน-แชงกรีล่า 6วัน 5คืน โดยสายการบินไทย (TG) พร้อมบินภายใน (จากลี่เจียง กลับคุนหมิง)…



    • ทัวร์จีนคุณภาพ เที่ยวจางเจียเจี้ย สิงหาคม - พฤศจิกายน 2560 พัก5ดาว ไม่เข้าร้านรัฐบาล ทัวร์จีนคุณภาพ 2560 : ทัวร์เที่ยวจางเจียเจี้ย 2017 โดยสายการบิน CHINA SOUTHERN AIRLINE (CZ) 6วัน 5คืน ไม่เข้าร้านรัฐบาล รหัสทัวร์ 869…



    • ทัวร์จีนคุณภาพ 2559 (2016) : โปรแกรมทัวร์ ท่องเที่ยว ฉางซา จางเจียเจี้ย ฟ่งหวง 5 วัน 4 คืน บินTG พัก 5 ดาว ไม่เข้าร้านรัฐบาล ทัวร์จีนคุณภาพ 2559 (2016) ไม่เข้าร้านรัฐบาล รหัสทัวร์ 830 ท่องเที่ยวจางเจียเจี้ย มีนาคม เมษายน สงกรานต์ 2559 โดย THAI AIRWAYS (TG) 5วัน…



    2009 2010 2011 2012 2013 2014 2015 2555 2556 2557 2558 APRIL JAPAN NEWYEAR OCT OCTOBER กรกฎาคม กวางเจา กันยายน กำแพงเมืองจีน กุมภาพันธ์ คุนหมิง จงเตี้ยน จางเจียเจี้ย จิ่วจ้ายโกว จิ่วไจ้โกว ชินจูกุ ช้อปปิ้ง ซงพาน ซากุระ ตุลาคม ต้าลี่ ถ้ำมังกรเหลือง ทริปถ่ายภาพ ทริปถ่ายรูป ทะเลสาบเตี๋ยซี ทัวร์จีน ทัวร์ญี่ปุ่น ทัวร์ต่างประเทศ ทัวร์ถ่ายภาพ ทัวร์ถ่ายรูป ทัวร์ปักกิ่ง ทัวร์ปีใหม่ ธันวาคม ปักกิ่ง พฤศจิกายน พฤษภาคม ฟูจิ ฟ่งหวง ภูเขาหิมะมังกรหยก มกราคม มิถุนายน มีนาคม ลี่เจียง วัดอาซากุสะ ศูนย์อนุรักษ์หมีแพนด้า สงกรานต์ สิงหาคม หวงหลง อิออน ฮาร์บิน ฮาร์บิ้น ฮ่องกง เกาหลี เกาะนามิ เฉินตู เซี่ยงไฮ้ เมษายน เม่าเสี้ยน แชงกรีล่า โชว์เปลี่ยนหน้ากาก โตเกียว โอซาก้า ใบไม้เปลี่ยนสี ใบไม้แดง