วันเวลาปัจจุบัน อังคาร 25 ก.พ. 2020 7:39 am
Font Size
   
TravelProTeam

Moderator Control Panel ]

ได้เวลาเอเชียเดินหน้าปลดเบรก เร่งเครื่องกระตุ้นเศรษฐกิจ

[ COMMENT จาก FaceBook]

พูดคุยเรื่องทั่วไป, แนะนำตัวเอง, คุยกันตามประสาคนรักทราเวิลโปร หรือ จะนัดแนะกัน ออกไปพบปะสังสรรค์ หลังจากกลับจาก Trip ท่องเที่ยวมาแล้ว ก็ตามสะดวก นะคร้าบบบ

Moderator: TravelPro Staff

ได้เวลาเอเชียเดินหน้าปลดเบรก เร่งเครื่องกระตุ้นเศรษฐกิจ

โพสต์โดย FabricMan » อังคาร 13 มี.ค. 2012 12:01 pm

ได้เวลาเอเชียเดินหน้าปลดเบรก เร่งเครื่องกระตุ้นเศรษฐกิจ

8E28A9FF0ACA4B3BB7E1B80FE498A180.jpg
8E28A9FF0ACA4B3BB7E1B80FE498A180.jpg (12.03 KiB) เปิดดู 3006 ครั้ง

พลอยฟ้าพลอยฝนกันถ้วนหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับเศรษฐกิจของหลายประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งเริ่มออกอาการร่อแร่นับตั้งแต่ปัญหาหนี้สาธารณะของภูมิภาคยุโรปเดินเข้าสู่วิกฤต

เพราะบรรดาตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียที่มีรายงานทยอยออกมาให้เห็นในขณะนี้ล้วนบ่งบอกสถานะของแต่ละประเทศได้เป็นอย่างดีว่า หากไม่ชะลอตัว ก็หยุดชะงัก หรือลดลง

ไล่เรียงตั้งแต่ยักษ์ใหญ่อันดับ 1 แห่งเอเชีย และอันดับ 2 ของโลกอย่างจีน ที่เจอพิษยุโรปสาดใส่เสียจนตัวเลขดุลการค้าในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ขาดดุลมากที่สุดในรอบ 22 ปี โดยมีมูลค่าสูงถึง 3.148 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 9.44 แสนล้านบาท) ส่งผลให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนชะลอตัวลงมากที่สุดในรอบ 2 ปี

ขณะที่ อินเดีย เกาหลีใต้ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย โดยไม่นับรวมญี่ปุ่น ที่บอบช้ำจากปัจจัยเหนือคาดหมายอย่างภัยพิบัติทางธรรมชาติ ก็ล้วนแล้วแต่มีชะตากรรมไม่ต่างจากจีนเท่าไรนักคือ การผลิตและการส่งออกของประเทศลดฮวบเพราะปริมาณความต้องการในตลาดโลกลด จนกระเทือนการเติบโตของประเทศ

และกลายเป็นสัญญาณสำคัญที่ทำให้ทุกๆ ประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกตระหนักว่าถึงเวลาที่ต้องเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจอย่างจริงจัง ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปเสียที

ทั้งนี้ ไมเคิล บูชานัน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ โกลด์แมน แซคส์ ในฮ่องกง แสดงความเห็นว่า ตัวเลขการส่งออกและผลผลิตอุตสาหกรรมที่น่าผิดหวังของหลายๆ ประเทศในเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีน ถือเป็นโอกาสในวิกฤตที่จะทำให้ประเทศเหล่านี้สามารถเดินหน้าผ่อนปรนนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่

เพราะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวมีส่วนสำคัญที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อที่หลายประเทศกำลังปวดหัวอยู่ในขณะนี้เริ่มชะลอตัวลงด้วยเช่นกัน เช่น ดัชนีราคาผู้บริโภคของจีนเมื่อเดือน ก.พ. ที่เพิ่มขึ้น 3.2% ซึ่งนับว่าช้าที่สุดในรอบ 20 เดือน


เอสวาร์ ปราสาท นักวิเคราะห์อาวุโสจากสถาบันบรูกกิงส์ ในวอชิงตัน และอดีตหัวหน้ากองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ในจีน ระบุว่า หลังจากที่ต้องใช้นโยบายทางการเงินอย่างเข้มงวดในช่วง 23 ปีมานี้ เพราะปัญหาเงินเฟ้อภายในประเทศเกือบทุกประเทศในเอเชียในขณะนี้เริ่มพินิจพิเคราะห์นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น

เริ่มต้นที่พี่ใหญ่อย่างจีน ซึ่งมีจำนวนเงินทุนสำรองระหว่างประเทศสูงถึง 3.18 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 9.54 ล้านล้านบาท) ได้แสดงท่าทีผ่าน โจวเสี่ยวฉวน ประธานธนาคารกลางซึ่งกล่าวเป็นนัยว่า รัฐบาลจีนมีสิทธิเดินหน้าปรับลดทุนสำรองเงินฝากของธนาคาร และหั่นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง (Reference Rate) ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกลางประกาศเพื่อใช้ในการอ้างอิงสำหรับกำหนดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์เหล่านั้นเดินหน้าปล่อยกู้ได้อย่างเต็มที่ และทำให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศมีสภาพคล่อง มีเงินหมุนเวียนมากยิ่งขึ้น ไม่ซึมเซาซบหนักมากเกินกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

จางจีเว่ย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของโนมูระ โฮลดิงส์ อิงก์ ในฮ่องกง คาดการณ์ว่า จีนน่าจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือน เม.ย.

นอกจากจีนแล้ว ธนาคารกลางของอินเดียก็เพิ่งจะประกาศออกมาเมื่อวันที่ 9 มี.ค. ว่า ได้ปรับลดจำนวนเงินทุนสำรองที่ต้องกันเอาไว้เพื่อการปล่อยกู้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่ธนาคารกลางของออสเตรเลียก็ไม่น้อยหน้าประกาศปรับลดเช่นกันเมื่อวันที่ 6 มี.ค. โดยให้เหตุผลว่า ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะใช้นโยบายดังกล่าว เพราะยุโรปยังคงเป็นความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม

ขณะที่สำหรับธนาคารกลางของเกาหลีใต้ แม้จะไม่ได้ปรับลดเหมือนประเทศอื่นๆ แต่ก็เลือกที่จะคงอัตราดอกเบี้ยให้กู้ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 9 เช่นเดียวกันกับธนาคารกลางของอินโดนีเซียที่ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงเมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา

เรียกได้ว่านโยบายการปรับลดทั้งหมดที่กล่าวมาล้วนเป็นไปเพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจในภูมิภาคมีความคึกคักและแข็งแกร่งพอที่จะเป็นปราการป้องกันวิกฤตเศรษฐกิจจากชาติยุโรปที่นักวิเคราะห์คาดการณ์กันว่าน่าจะยังคงมีตามมาอีกหลายระลอกในช่วง 1-2 ปีข้างหน้านี้

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ยังไม่วายออกมาเตือนว่า แม้จะเป็นช่วงเวลาดีที่เอเชียจะปลดเบรก เหยียบคันเร่งเคลื่อนไปข้างหน้าได้ แต่ก็ควรจะปรับเปลี่ยนอย่างค่อยเป็นค่อยไป

เพราะหากเหยียบมิดโดยไม่คิดให้รอบด้านก็อาจมีสิทธิพลิกคว่ำคะมำหงายจากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะพ่วงท้ายมาด้วยหนี้จำนวนมหาศาล


13 มีนาคม 2555
TRAVELPRO TEAM ขอขอบคุณข้อมูลโดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา Post toda y
ภาพประจำตัวสมาชิก
FabricMan
 
โพสต์: 167
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 18 ม.ค. 2012 4:17 pm

 

เที่ยวกับเราได้ภาพสวย www.TravelProThai.com


ย้อนกลับไปยัง พูดคุยสัพเพเหระ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน

cron

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังออนไลน์ทั้งหมด 0 ท่าน :: ไม่มีผู้ใช้งานที่เป็นสมาชิก, ไม่มีผู้ซ่อนตัว และ ไม่มีบุคคลทั่วไป (ภายใน 5 นาทีที่ผ่านมาี)
ออนไลน์มากที่สุด 185 ท่าน เมื่อ อาทิตย์ 12 พ.ค. 2013 12:59 pm

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน